บท
ตั้งค่า

งานเลี้ยงน้ำชาในจวนกั๋วกง

ก่อนวันงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนกั๋วกงหนึ่งวัน ร้านผ้าก็ส่งชุดมาให้ที่จวนตระกูลซู สตรีในจวนต่างก็มาชื่นชมแบบชุดที่แปลกตาและลวดลายที่ไม่เคยเห็นอย่างสนุกสนาน

“หากตัดออกมาขาย ไม่รู้ว่าจะขายดีเพียงใด” หลางซื่อจุปากอย่างอิจฉา

“ท่านยายชอบหรือไม่เจ้าคะ” ฟางซินเอ่ยถามฮูหยินผู้เฒ่าที่ลูบคลำชุดไม่ปล่อยมือ

“ไม่คิดว่าเจ้าจะมีความสามารถเพียงนี้ สะใภ้ใหญ่เจ้าต้องเหนื่อยหน่อยแล้ว บุรุษใดในเมืองหลวงจะคู่ควรกับซินซินก็ไม่รู้”

“หึหึ เจ้าค่ะ ข้าคงต้องเบิกตากวาดมองให้ทั่วเมืองหลวงเสียแล้ว”

ฟางซินยิ้มแห้งออกมา นางไม่อยากขัดความสำราญของพวกเขา หากนางบอกว่าไม่ต้องการแต่งงาน ไม่รู้ว่าทุกคนจะมีสีหน้าเช่นใด เดี๋ยวจะพาลคิดไปว่านางอยากแต่งให้ซูเหยี่ยนจื้ออีก

ความคิดที่ต้องการจะออกไปจากตระกูลซูเพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

ฟางซินออกงานเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่นางได้เข้ามาอยู่ในร่างของเถียนฟางซิน แม่นมกับเสี่ยวชิงจับนางแต่งตัวอยู่นาน กระจกภายในห้องเป็นสีเหลืองมัวๆ แม้แม่นมกับเสี่ยวชิงจะเอ่ยชื่นชมความงามของนางมากเพียงใด แต่ตัวนางเองก็ยังมองไม่ออกเลยสักนิด ร่างนี้ยังเด็กมากนัก นางที่เห็นคนสวยคนหล่อมาตลอดย่อมมองไม่ออกว่าร่างนี้สวยอย่างที่คนอื่นเอ่ยชมจริงหรือไม่

ชุดของหมิงเยว่ หมิงม่านแม้จะเป็นแบบเดียวกับฟางซิน แต่ลวดลายบนชุดย่อมไม่เหมือนกัน และสีของผ้าฟางซินนางก็เลือกสีที่เหมาะสมกับแต่ละคนออกมา พออยู่บนร่างของเด็กทั้งสาว บุปผาตระกูลซูย่อมงดงามเบ่งบานล่อลวงให้แมลงน้อยใหญ่อยากจะเข้ามาดอมดม

จินซื่อกับหลางซื่อเองก็งดงามสง่าขึ้นไม่น้อย เสียงชื่นชมตั้งแต่ยังไม่ออกจากเรือนของพวกบ่าวทำให้พวกนางยิ้มกว้างอย่างพอใจ

ซูเหยี่ยนจื้อ ซูเหยี่ยนหวงและซูเหยี่ยนรุ่ยยืนรอทุกคนอยู่ที่ข้างรถม้า เมื่อสตรีส่งเสียงพูดคุยกันออกมา พวกเขาต่างก็ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง

ฟางซินพูดคุยอยู่กับหมิงเยว่ จนไม่ได้สนใจสายตาของซูเหยี่ยนจื้อและซูเหยี่ยนหวงเลย ยามที่คนตระกูลซูก้าวลงจากรถม้าเพื่อเข้าจวนกั๋วกง ทุกสายตาต่างจับจองการแต่งกายของสตรีที่เพิ่งมาถึง เหล่าฮูหยินคุณหนูต่างก็อิจฉาชุดบนตัวของทุกคนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บางคนถึงกลับต้องเดินเข้ามาถามว่าชุดมาจากร้านใด จินซื่อก็ตอบกลับไปเพื่อให้ไปสั่งตัดจากร้านของฟางซิน

“อย่าได้ก่อเรื่องเด็ดขาด” อยู่ๆ ซูเหยี่ยนจื้อก็เข้ามากระซิบเสียงเบาใกล้ใบหูของฟางซิน นางอดสะดุ้งจนตัวโยนไม่ได้ ก่อนจะหันไปถลึงตามองเขา

“หากข้าก่อเรื่องก็ไม่รบกวนญาติผู้พี่ให้ช่วยออกหน้าหรอกเจ้าค่ะ” นางคร้านจะพูดดีๆ กับเขาแล้ว ดีแต่หาเรื่องจับผิดนาง

หานตงฉางกับฮูหยินกั๋วกงออกมารอต้อนรับตระกูลซูด้วยตนเอง เมื่อเห็นชุดของทุกคนก็ออกปากชื่นชมอยู่หลายคำ จินซื่อจึงดึงตัวฟางซินมาใกล้แล้วแนะนำให้ฮูหยินกั๋วกงได้รู้จักนาง ทั้งยังบอกว่านางเป็นผู้ที่ออกแบบและเลือกสีผ้าให้ทุกคน

“คงต้องรบกวนคุณหนูเถียนช่วยออกแบบให้ข้าสักชุดแล้ว”

“หามิได้เจ้าค่ะ หากฮูหยินกั๋วกงต้องการข้าน้อยย่อมเต็มใจที่จะทำให้” นางยิ้มหวานอย่างนอบน้อม

หานตงฉางจ้องมองหมิงเยว่จนนางหน้าแดงก่ำไปหมด ฟางซินจึงหันไปเย้าหยอกหมิงเยว่ ก่อนจะคล่องแขนเดินตามจินซื่อและฮูหยินกั๋วกงเข้าไปในงาน

เดิมทีงานเลี้ยงน้ำชาไม่จำเป็นต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ก็ได้ เพียงแค่ครั้งนี้มีความนัยซ่อนอยู่ ฮองเฮาคิดจะคัดเลือกพระชายารองให้องค์รัชทายาท เพียงแต่ยังไม่พร้อมที่จะออกหน้าจัดงานเลี้ยงน้ำชาในวังหลวงด้วยตนเอง จึงวานให้ฮูหยินกั๋วกงที่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับนาง ช่วยดูคร่าวๆ ให้ก่อน

หลายจวนย่อมรู้ความนัยของงานเลี้ยงน้ำชาในครั้งนี้ จึงจับบุตรหลานแต่งตัวเสียจนงดงามชวนมอง แต่กลับกลายเป็นไม้ประดับให้ดอกไม้งามจากจวนตระกูลซูเสียได้ แต่เมื่อคิดว่าหมิงเยว่มีสัญญาหมั้นหมายกับจวนกั๋วกงแล้ว เถียนฟางซินก็เป็นเพียงแค่บุตรกำพร้าไร้บ้านเดิมหนุนหลังมิใช่ตัวเลือกที่ดีนัก จึงได้หายใจกันโล่งคอขึ้น

ฟางซินไม่สนว่าใครจะคู่กับใคร ยามนี้นางสนเพียงแต่จะหาลูกค้าเพิ่มได้มากเพียงใด เมื่อมีคุณหนูเข้ามาสอบถาม นางก็แนะนำให้อย่างดี ทั้งยังแนะนำสีผ้าที่เหมาะกับสีผิวของแต่ละคนด้วย นางยังไม่ลืมบอกเอ่ยถึงร้านเครื่องหอม จะเปิดตัวถุงเครื่องหอมที่พกติดตัวลายใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในเมืองหลวง หลายคนต่างก็ตั้งตารอคอย แต่อีกไม่น้อยก็อดที่จะเสียดสีนางไม่ได้

“จะเชื่อนางได้อย่างไร นางเพิ่งมาอยู่เมืองหลวงได้ไม่ถึงปี ของดีในเมืองหลวงนางเห็นทั่วแล้วหรือ ถึงพูดออกมาได้ว่าในเมืองหลวงไม่มีทางมีแน่”

ฟางซินไม่รู้ว่าแม่นางน้อยคนที่พูดเป็นผู้ใด แต่เมื่อเห็นอยู่ข้างหลี่หลิวอวี้ก็พอจะมองออกว่าคงไม่ได้ชื่นชอบนางนัก นางจึงอมยิ้มมองแต่ไม่พูด หมิงม่านเด็กน้อยปากย่อมไหว แต่ถูกฟางซินดึงรั้งเอาไว้ไม่ให้นางตอบโต้กลับ

“คุณหนูหม่าน่ารังเกียจนัก เปิดปากก็ดูแคลนผู้อื่นทันที”

“เบาเสียงหน่อย ประเดี๋ยวนางก็ได้ยิน นางจะพูดเช่นใดเจ้าต้องเก็บมาใส่ใจด้วยหรือ ปล่อยให้นางพูดให้ หากเราไม่ตอบโต้ประเดี๋ยวนางก็เงียบไปเอง”

แต่สิ่งที่ฟางซินคิดไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อผู้อาวุโสปล่อยให้เด็กสาวออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ ใกล้กับลานฝั่งของบุรุษเพื่อให้คุณชายที่มาร่วมงานได้แอบมองว่าสนใจคุณหนูจวนใดเป็นพิเศษ

คุณหนูหม่าก็เดินเข้ามาหาเรื่องฟางซินทันที เดิมทีก็ไม่ชื่นชอบฟางซินที่มีใบหน้าราวกับจิ้งจอกมัวเมาบุรุษให้ลุ่มหลงอยู่แล้ว ยิ่งเห็นชุดที่นางสวมใส่งดงามจนไม่อาจละสายตาได้ก็ยิ่งแค้นใจอยากจะทำให้นางเสียหน้าต่อหน้าคุณชายในงานเลี้ยง เพื่อที่จะได้ไม่มีผู้ใดสนใจนาง

“เป็นเพียงแม่นางน้อยผู้หนึ่ง อิจฉาอาอวี้จนจะผลักนางตกน้ำ ยังดีที่เจ้ากลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายเสียเอง หึ บุตรกำพร้าไม่มีบิดามารดาสั่งสอนก็เป็นเช่นนี้” คำพูดของคุณหนูหม่าทำให้คุณหนูที่เข้ามาพูดคุยกับฟางซินตกใจไม่น้อย บางคนมองฟางซินอย่างรังเกียจ บางคนก็มองอย่างเห็นใจที่ถูกรังแกว่าเป็นเด็กกำพร้า

ฟางซินมิได้มองคุณหนูหม่าเลย นางมองไปที่ตัวต้นเรื่องแทน หลี่หลิวอวี้แม้จะก้มหน้าแสร้งดึงตัวและพูดห้ามปรามคุณหนูหม่าเสียงดัง แต่มุมปากของนางกลับยกขึ้นอย่างพอใจ

ฟางซินอดจะหัวเราะในใจไม่ได้ นางเป็นถึงนักแสดงหากไม่แสดงฝีมือออกมาจะกลายเป็นเสียชื่อได้

ดวงตาของฟางซินค่อยๆ แดงเรื่อขึ้นทั้งยังมีน้ำตาเอ่อคลอชวนให้คนรู้สึกเวทนา “คุณหนูหม่าพูดเหมือนฮูหยินหลี่ไม่ผิด ข้าคิดว่าตัวเองถูกฮูหยินหลี่สั่งสอนเรื่องเป็นบุตรกำพร้าไร้บิดามารดาสั่งสอนไปแล้วเรื่องจะจบตั้งแต่ในจวนตระกูลหลี่ แต่ไม่คิดว่า...จะทำให้คุณหนูหลี่เจ็บแค้นจนคุณหนูหม่าต้องออกหน้าแทน” ฟางซินคุกเข่าลงตรงหน้าโดยที่คุณหนูหม่าและหลี่หลิวอวี้ไม่ทันตั้งตัว

“หากท่านต้องการให้ข้าโขกศีรษะอีกครั้งเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ข้าเองก็ยินดี” น้ำตาของนางไหลออกมาราวกับสั่งได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel