มีแฟนยัง
"เฮียจะพาหนูไปไหน"ฉันถามเมื่อพวกเราขึ้นมานั่งบนรถสปอร์ตคันหรูของเฮียขุนเขา เฮียแกปลายตามามองหน้าฉันครู่หนึ่งก็หันกลับไปมองที่ถนนเบื้องหน้าต่อ นี่เขาไม่คิดจะบอกอะไรฉันหน่อยเหรอ
"...."พอเห็นว่าเฮียขุนเขาเงียบไม่ตอบ ฉันก็ไม่รู้จะคุยอะไรต่อ อ๋อ! นึกออกแล้ว
"เฮียจอดให้หนูลงข้างหน้าก็ได้นะคะ เดี๋ยวหนูกลับเองก็ได้"
"ทำไม? จะรีบไปหาใคร"ก็จะรีบหนีออกไปจากตรงนี้ไงล่ะ
"หนูต้องรีบไปทำงานค่ะ"เอาวะ โกหกไปก่อน จริง ๆ วันนี้ฉันว่างทั้งวันแหละ เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของฉัน ทั้งอาจารย์ยังยกคลาสอีก มันช่างเป็นอะไรที่ดีสำหรับฉันสุด ๆ แต่แล้วฉันก็ต้องหลุดจากภวังค์เมื่อเสียงของคนด้านข้างดังขึ้น
"วันนี้เธอหยุด ทั้งอาจารย์ก็ยังยกคลาสอีก นั่นหมายความว่า..วันนี้เธอว่างทั้งวัน"
"นะ นี่ เฮียรู้ได้ยังไง"เขามันจะน่ากลัวเกินไปแล้วนะ ถึงขนาดที่รู้เรื่องของฉัน ทั้งที่ฉันยังไม่เคยพูดมันออกไปรู้ชื่อว่าตกใจแล้วมาเจอเรื่องเรียนอีกมันไม่ปกติแล้วนะ
"กลัวเหรอ"ยังจะมีหน้ามาถามอีก
"ใครจะไม่กลัว"ฉันพึมพำเสียงเบา ไม่กล้าพูดออกไปเสียงดัง เดี๋ยวจะโดนเอาได้
"กล้าขึ้นนะ"
"แล้วสรุปจะพาหนูไปไหน"
"พูดกับผู้ใหญ่หางเสียงหายไปไหน"เหอะ เชื่อเขาเลย
"เฮียขุนเขาจะพาหนูไปไหนคะ" อยากได้เพราะนักใช่ไหม เป็นไง เพราะหรือยัง
"ประชด?"ไม่วายเฮียแกยังเลิกคิ้วถามกลับมาอย่างกวนประสาทอีก
"นี่! จะเอายังไงกับหนูกันแน่"ฉันเริ่มจะหมดความอดทนกับเขาแล้วนะ จะกวนกันไปถึงไหน ใครที่บอกว่าผู้ชายคนนี้นิ่ง ญี่ปุ่นคนนี่ขอค้านหัวชนฝาเลย
"หึ"
"ชิ!"เหนื่อยจะคุยกับเขาแล้ว จะพาไปไหนก็ไปเถอะ ขี้เกียจคุยด้วยแล้ว
"หิวข้าว"ก็นั่นแหละค่ะ หิวข้าวแล้วมาบอกฉันทำไม ฉันอยากกลับไปนอนจะแย่อยู่แล้ว จะลากฉันมาด้วยทำไมก็ไม่รู้ ขนาดเจอกันแค่วันเดียวยังขนาดนี้ แล้วถ้ารู้จักกันนานกว่านี้จะไม่ตัวติดกันตลอด24ชั่วโมงเลยหรือไง
"แล้ว?"ฉันเลิกคิ้วถาม
"ไปกินเป็นเพื่อนหน่อย"ก็ถ้าบอกฉันตั้งแต่แรกฉันก็อาจจะไม่โวยวาย ถามเซ้าซี้ขนาดนี้หรอก นี่อะไรก็ไม่รู้ ถามอะไรไปก็เอาแต่เงียบกวนอยู่ได้
"ก็แค่นั้น"แล้วฉันก็เอาตัวพิงราบไปกับเบาะรถพลางหันไปมองที่นอกหน้าต่าง
"มีแฟนยัง" แต่ประโยคของเฮียขุนเขาเล่นเอาฉันหันขวับไปมองทันที ไม่ใช่อะไรนะ แค่ไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้หลุดออกมาจากปากคนอย่างเฮียขุนเขา เขาดูไม่น่าจะใช่คนมาถามอะไรแบบนี้กับผู้หญิงสักเท่าไร ดูเฮียแกไม่ค่อยจะสนใจใครอ่ะ เข้าใจฉันใช่ไหม
"ถามทำไมคะ" รู้ตัวเองเลยว่าน้ำเสียงตัวเองสั่นแค่ไหน อยู่ ๆ ก็เล่นมาถามอะไรแบบนี้เป็นใครจะไม่ตกใจล่ะ มาแบบไม่ให้ฉันได้ตั้งตัวเลย
"ถามก็ตอบ ไม่ใช่มาย้อน"
"ยะ ยังค่ะ"ฉันตอบไม่ตามตรง แม้ภายนอกจะดูเป็นผู้หญิงแรง แต่ฉันก็ยังโสด ไม่เคยมีแฟนมาก่อน ไม่รู้สิ ฉันยังรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตแบบนี้ หรือเพราะฉันยังไม่เจอคนที่ถูกใจด้วยล่ะมั้ง ผู้ชายเข้ามาขายขนมจีบก็มีเยอะนะ เพียงแต่ฉันยังไม่พร้อมที่จะคบกับใคร ว่าแต่เฮียแกจะถามไปทำไม
"ดี"
"เฮียขุนเขามถามทำไมคะ"
"เปล่า ถึงแล้ว"พูดจบก็ดับเครื่องยนต์เปิดประตูเดินลงจากรถไปเลย ปล่อยให้ฉันมองตามหลังไปด้วยความมึนงง ดูเหมือนจะเข้าใจง่ายแต่ก็ไม่ง่าย อะไรของเขากันนะ
ก๊อก ก๊อก
ฉันสะดุ้งตกใจ เมื่อเลื่อนสายตาไปมองก็เห็นเฮียขุนเขายืนเคาะกระจกอยู่ด้านนอก ฉันรีบปลดเบลล์ออกพร้อมกับเปิดประตูรถลงออกไป
"มัวทำอะไรอยู่"ทันทีที่ออกมาเสียงคนแก่ก็บ่นขึ้นมาทันที กลายเป็นคนแก่ขี้บ่นไปซะแล้ว
"เราจะกินกันที่นี่ใช่ไหมคะ"ฉันถามอย่างไม่คิดอะไร สายตาก็พลางกวาดมองไปทั่วบริเวณร้านอาหารที่เฮียขุนเขาพามา ดูแล้วราคาน่าจะแรงเอาเรื่อง
"เรากินกันที่นี่ได้เหรอ?"เอ้า! ก็ถ้ากินไม่ได้แล้วจะพามาทำไม
"แล้วทำไมเราจะกินไม่ได้คะ"ฉันถามไปอย่างคนไม่รู้จริง ๆ
"ไม่รู้สิ ปกติฉันไม่เคยกินกันที่นี่"
"เดี๋ยวนะ!"ฉันว่ามันเริ่มจะแปลก ๆ แล้ว นี่อย่าบอกนะว่าเฮียแกตีความหมายประโยคคำพูดที่บอกว่ากินกันเป็นเรื่องอย่างว่า ให้ตายเถอะ! เขาจะโรคจิตเกินไปแล้วนะ
"อะไร"ยังจะมาหน้ามาทำหน้าตาใสซื่อใส่อีก
"เฮียมันลามก โรคจิตที่สุด"
"ก็เธอเป็นคนพูดมันขึ้นมาเอง"ยังจะมาเถียงอีก ไอ้คนแก่นิสัยไม่ดี
"แล้วทำไมต้องคิดไปไกลด้วยล่ะ "
"อะไรของเธอ ฉันยังไม่ได้คิดอะไรเลย"เขานี่มันสุดยอดคนจริง ๆ
"อย่ามาทำเป็นไม่รู้"
"เป็นเด็กคิดลึกนะเรา" นี่เขาว่าฉันเป็นเด็กลามกอย่างนั้นเหรอ
"ไม่คุยด้วยแล้ว!"สบัดหน้าแรงขนาดนี้คอจะเคล็ดไหมวะ ฉันรีบหนีพลางก้าวเดินให้เร็วที่สุดเพื่อเข้าไปยังด้านในร้านอาหาร แต่พอก้าวไปได้สามสี่ก้าวก็นึกได้ว่าตัวเองยังไม่เคยมาและไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหนฉันจึงหยุดเดิน ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่หันกลับไปมองที่อีกคนที่เดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงสับขาเสมือนว่าตัวเองกำลังเดินแบบอยู่ ฉันได้แต่กลอกตามองบนให้กับความคีพลุคนั้น
"เป็นบ้าอะไรอีกถึงได้มายืนทำหน้าลิงใส่"
"นั่นปากเหรอพูด"
"อย่าปีนเกลียว" ฉันเงียบไปทันทีกับน้ำเสียงเข้มดุเอาจริงนั้น พอเจอเฮียแกในโหมดนี้ก็แอบกลัวอยู่เหมือนกัน
"ขอโทษค่ะ"ฉันพูดขอโทษเฮียขุนเขาไป เฮียแกไม่ตอบอะไรเพียงแค่พยักหน้าพลางยื่นมือมาจับที่แขนฉันแล้วพาเดินเข้าไปข้างในทั้งที่ยังจับมือฉันไว้อยู่แบบนั้น
หลังจากที่เดินมาถึงโต๊ะ เราทั้งสองก็สั่งอาหารไปสองสามอย่าง แต่ดูจะเป็นเฮียขุนเขามากกว่าที่เป็นคนสั่ง เพราะถ้าให้ฉันสั่ง ฉันคงจะสั่งแค่ข้าวเปล่ามากิน เห็นราคาอาหารลมก็แทบจับแล้ว ค่าอาหารหนึ่งอย่างฉันอยู่ได้เป็นอาทิตย์ ไม่นานพนักงานก็นำอาหารมาเสริฟ ฉันมออาหารตรงหน้าด้วยแววตาแพรวพราว ทุกอย่างมันดูน่าทานไปหมดเลย ฉันได้แต่นั่งกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จะกินก็ไม่กล้าลงมือ ฉันเลื่อนสายตาไปมองคนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง เฮียขุนเขารินไวน์ใส่แก้วอย่างใจเย็น จังหวะที่เฮียขุนเขากำลังจะยกดื่มสายตาของเฮียก็ปะทะเข้ากับฉันพอดี
"อะไร?"
"เฮียไม่กินข้าวก่อนเหรอคะ ระวังเจ็บท้องนะ"
"เป็นห่วงฉันหรือไง"นั่นสินะ เราทำเหมือนว่าเราเป็นห่วงเขาเลย พอ ๆ เลิกสนใจ
"หิวก็กิน"พูดจบมือหนาก็เลื่อนอาหารที่อยู่ตรงหน้าตัวเองมาให้ฉัน ฉันได้แต่มองอยู่อย่างนั้น ไม่เข้าใจกับการกระทำของอีกคน
"มือฉันไม่ว่าง"เหมือนว่าเฮียขุนเขาจะรู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ คนตัวสูงชูมือข้างที่ถือแก้วไวน์ให้ฉันดู แล้วไงอ่ะ อีกข้างก็ว่างหนิ
"เฮียก็วางแก้วลงแล้วสิคะ แค่นี้มือเฮียก็ว่างแล้ว"
"คนอุส่าห์มีน้ำใจพามาเลี้ยงข้าว" แล้วก็มาพูดเหมือนกับว่าฉันเป็นคนเนรคุณ ไม่รู้จักบุญคุณคนอย่างนั้นแหละ แล้วนี่ฉันต้องทำยังไงถึงจะถูกใจเขากันแน่
"เฮียต้องการให้หนูทำอะไรคะ"ฉันพยายามข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ เดี๋ยวแกก็หลุดพ้นแล้วยัยญี่ปุ่น
"ป้อนหน่อย"
"ห๊ะ?"นี่ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม
"ตกใจอะไร เร็ว หิว"เฮียขุนเขาเร่งเร้าให้ฉันป้อน ฉันที่ไม่สามารถทำอะไรได้ก็ต้องจำใจยื่นอาหารไปจ่อที่ริมฝีปากหนา ก่อนที่เฮียอ้าปากงับอาหารที่อยู่ในช้อนจนหมดพร้อมกับส่งรอยยิ้มสุดกวนมาให้
"อร่อยดี"พูดไปปากก็เคี้ยวอาหารไป แต่ที่น่าหมั่นไส้คือรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อนั้น
"พูดมาก"ทำไมต้องมาหวั่นไหวกับรอยยิ้มของอีกคนด้วยนะ ฉันที่รู้ตัวว่าตัวเองเหมือนจะทำเรื่องน่าอายก็ต้องพยายามนิ่งเข้าไว้ อย่าหลุดปล่อยมันออกมาเด็ดขาด
ขุนเขา
ผมมองคนตัวเล็กที่นั่งกินข้าวอยู่ฝั่งตรงข้าม แก้มทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยอาหาร ใบหน้าเล็กที่ดูจิ้มลิ้มน่าจับมาฟัด เธอทำให้ผมไม่เป็นตัวเองอยู่หลายครั้ง คนอะไรใช้คำว่าน่ารักได้สิ้นเปลืองจังวะ
ติ๊ง!
ผมหลุบสายตามองมือถือเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น และคนที่ส่งข้อความมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนผมเอง ผมเลือกที่จะไม่สนใจ เงยหน้าขึ้นมามองคนตัวเล็กที่ดูจะมีความสุขกับการกินซะเหลือเกิน เห็นแก้มแล้วอยากจะกัดให้ขาดติดปากมาด้วย แต่ในขณะที่กำลังมองใบหน้าเธออยู่นั้น มือถือที่วางอยู่ก็ส่งเสียงขึ้นมาอีกครั้ง พอก้มลงดูก็เห็นว่าเป็นไอ้มังกร พวกมันนี่ดูจะว่างกันจังนะ ปกติไม่เห็นจะวุ่นวายขนาดนี้ วันนี้พวกมันเป็นห่าอะไรนักหนาถึงได้ตามเป็นเจ้ากรรมนายเวรผมอยู่ได้
ครืด ครืด
ติ๊ด !
"อะไร"
(เสียงห้วนจังนะพ่อคนคลั่งรัก) คลั่งรักส้นตีนอะไรของมัน
"ดูพวกมึงว่างนะ"
(แน่นอน ) ถ้าไม่ติดว่ามีคนตัวเล็กนั่งอยู่ด้วยผมได้ด่ามันไปแล้ว
"แล้วมีอะไร"ผมถามมันออกไปอีกครั้ง
(กับข้าวร้านนี้อร่อยดี มึงว่าไหม) เดี๋ยวนะ มันพูดแบบนี้แสดงว่ามันต้องอยู่แถวนี้แน่นอน ผมรีบหันไปมองหาพวกมันทันที กวาดสายตาไปทั่วร้านก่อนจะไปสะดุดอยู่ที่ผู้ชายสองคนที่กำลังนั่งยิ้มมองมาที่โต๊ะผม
"พวกมึงตามกูมา?"เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเรื่องบังเอิญ คิดว่ายังไงพวกมันสองตัวก็ต้องตามผมตั้งแต่ออกจากคอนโดผมแน่นอน
(แสนรู้ดีนี่)
"เฮียกินนี่ไหม"
"ไปไกล ๆ ตีนกู"ผมกัดฟันบอกมันอย่างหงุดหงิด
"ขะ ขอโทษค่ะ"เหี้ย ผมไม่ได้ด่าเธอนะ เอาแล้วไงไอ้เพื่อนเวร
(หึ เหมือนแมวน้อยมึงกำลังตกใจกับความปากหมาของมึงนะ)
"อย่าเผลอนะมึง"ผมกดตัดสายมันไปทันที รีบหันมาสนใจคนตัวเล็กที่หยุดกินแล้วเอาแต่นั่งก้มหน้างุดไม่พูดอะไรสักคำ
"ฉะ.."
"หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ"พูดจบเธอก็ลุกเดินออกจากโต๊ะไปทันที
"ทำไงดีวะ"ผมพูดกับตัวเองอย่างคิดไม่ตก
