ตอนที 3 “ลุง” [2]
สายตาคมกริบกับดวงตาคู่สายมองสบกันทันที ยิปโซถึงกับตกใจกับคนที่เธอได้พบ
“ลุง!!”
“ยัยเด็กแสบ!!”
“อ่าว รู้จักกันแล้วหรอ?”
“ก็ลุงกับป้าคนนี้ไงที่โซเดินชนหนาลิฟอ่ะค่ะพี่มิล”
นิ้วเรียวเล็กชี้หน้าสองคนสลับกันไปมา พร้อมกับบอกมิลเล่คล้ายกับเด็กทร่ฟ้องผู้ปกครองว่าโดนเพื่อนแกล้ง
“อ๋อ”
“อ้ายยย! ยัยเด็กปากเสีย”
“ฉันขอโทษไปแล้ว ป้าแหล่ะเยอะเอง จะรับผิดชอบก็หาว่าฉันไม่มีปัญญา จะเอาไง?”
เมื่อเจอโจทย์ที่ยังแก้ไม่ได้เธอก็พร้อมที่จะฉะ
“นี่ ! น้อยๆหน่อย หล่อนเป็นคนเดินชนฉันนะ”
ริซพูดขึ้นด้วยเสียงทีาดังแสบหู
“เอ่อ.. พี่เปอร์ มิลขอล่ะค่ะ อย่ามีเรื่องกันเลย และก็รับยิปโซเข้าทำงานด้วยค่ะ น้องเขาเดือดร้อนจริงๆ”
เด็กคนนี้นี่เองที่มิลเล่บอกว่าอยากให้ช่วย เธอโทรรายงานคอปเปอร์แล้ว เลยให้เข้ามาหาก่อนจะเริ่มงาน
“หึ วัยรุ่นใช่เงินมือเติบ หาเงินไปเที่ยวล่ะสิ่”
“นี่ลุง!! แน่ใจนะว่าปากคนอ่ะที่พูด ไม่ใช่ปากหมา”
“ยัย!!”
“เอ่อ ..เอาเป็นว่าตกลงรับยิปโซเข้าทำงานนะคะพี่ เดี๋ยวน้องจะให้ยิปโซเริ่มงานเลย”
มิลเล่รีบตัดบทก่อนที่จะทั้งสองฝ่ายจะเสียเลือดเสียเนื้อกัน
“ปากดีอย่างนี้ ..ให้ไปล้างแก้วแล้วกัน”
“ไอ้ลุง!!”
“จะทำไม่ทำ ถ้าไม่ทำก็ออกไป”
“เอ่อ ทำค่ะ ไปเถอะโซ งั้นน้องขอตัวนะคะ”
มิลเล่รีบลากแขนเล็กของยิปโซออกจากห้องและรีบปิดประตูห้องของคอปเปอร์ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจไม่นับยิปโซเข้าทำงาน
ปัง!!
“หึ จะทนได้สักกี่น้ำ ดูก็รู้ว่าเป็นลูกคุณหนูทำอะไรไม่เป็น”
“คอปเปอร์คะ ทำไมต้องรับยัยเด็กนั่นเข้าทำงานด้วยคะ ริซไม่เข้าใจ”
คอปเปอร์เพียงแค่มองหน้าสวยของเจ้าของคำถาามเท่านั้น เธอก็ถึงกับก้มหน้าหลบสายตาคู่นั้นทันที
เขาไม่ชอบให้ยุ่งเรื่องส่วนตัว ถ้าอยากอยู่กับเขาไปนานๆ
“พี่มิล~ โซต้องล้างแก้วจริงๆหรอ?”
“เด็กน้อย ไม่ต้องหรอก พี่เปอร์เขาก็พูดไปงั้นแหล่ะ เราน่ะอย่าไปกวนประสาทเขาสิ่”
“ก็ดูปากตาลุงนั่นสิ่ มันน่าเอามีดผ่าหมาออกจากปากนัก ฮึ่ม”
“ฮ่าๆๆ วันนี้เรียนรู้งานกับพี่ไปก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำ”
“ค่ะ แล้วหนูต้องทำอะไรบ้างคะ”
มิลเล่เนิ่มอธิบายสิ่งที่เธอต้องทำในแต่ละวัน กฎและข้าปฏิบัติของร้าน รวมไปถึงแนะนำเธอให้เด็กในร้านรู้จัก
“เจ้~ มีอะไรกินบ้าง วีหิ้ว~ หิว~”
สองสาวที่อยู่หน้าเคาร์เตอร์เหล้าหันไปหาเจ้าของเสียงที่เดินเข้ามาใหม่ทันที
เด็กสาวผมสั้นสีทอง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีเข้มๆ สวมเสื้อแขนยาวมีฮู้ด ด้านในเป็นเสื้อกล้ามเอวลอย และกางเกงผ้ายืดขายาว และยิ่งหน้าอกหน้าใจที่ล้นทะลักเกินตัวนั้น
ยิปโซบอกได้คำเดียวเลยว่า แซบเวอร์
“แหม.. เสียงมาก่อนตัวเลยนะจ้ะ แม่สาวแซบของเจ้”
“ใครหรอคะพี่มิล”
ยิปโซเห็นสาวคนดังกล่าวนั่งลงที่เก้าอี้หน้าบาร์ และพูดคุยกับมิลเล่อย่างสนิทสนมก็เกิดความสงสัย
“อ๋อ วี นี่ยิปโซน้องรหัสเจ้เอง และก็จะมาทำงานที่นี่ ส่วนนี่วีว่า ดีเจประจำผับของเราอ่ะ เรียนปีหนึ่งที่มอเดียวกับเราเนี่ยแหล่ะ”
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่รู้จักนะคะ พี่ยิปโซ”
“เรียกพี่โซก็ได้จ้ะ ว่าแต่.. มอเรามีเด็กปีหนึ่งแซบขนาดนี้เลยหรอ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย”
“ฮ่าๆ นางไม่ค่อยออกไปไหน ค่อนข้างเก็บตัวน่ะ”
“โอ้ยเจ้ กลับไปถึงห้องก็ตายคาเตียงเลยจ้า แถมปีหนึ่งนี่งานเยอะชิปหาย ชีวิตของฉันมีแค่ มอ ห้อง และก็ผับ วนอยู่อย่างนี้ก็หมดวันหนึ่งแล้ว
“ฮ่าๆ ไม่ต้องตกใจนะ นางก็เป็นคนตรงๆแบบนี้แหล่ะ เดี๋ยวก็ชิน”
“ว่าแต่ แซบขนาดนี้มีแฟนยังอ่ะ”
“เหอะ ผู้ชายมันเหี้ย วีไม่เอามาทำพันธุ์หรอก”
“ใจเย็นๆ อย่าไปถามเรื่องแฟนกับมัน มันมีปมเรื่องผู้ชาย อ่ะนี่ กินๆจะได้อารมณ์ดีขึ้น”
“ขอบคุณค่ะ เจ้มิลคนสวย~ มั้ว~!”
วีว่าทำท่าทางจุ๊บแก้มมิลเล่จนเธอขนลุก
“อี๋~ ไม่ต้องมาทำแบบนี้กับฉัน ฉันไม่ชอบชนีด้วยกันหรอก”
“หนูก็ไม่ชอบชนี และก็ไม่ชอบผู้ชายด้วย อยู่สวยๆไปวันๆเนี่ยแหล่ะ ฮ่าๆ”
“ย่ะ ไปเถอะโซ พี่ว่าให้นางนั่งสวยอยู่ตรงนี้คนเดียวดีกว่า”
“ค่ะ ฮ่าๆ”
มิลเล่คอยสอนงาน และอธิบายระบบการทำงานในร้านให้เธอฟัง โซนที่เธอรับผิดชอบมี 6 โต๊ะใกล้กับบาร์ยาวตลอดแนว แต่ถ้าวันไหนลูกต้าเยอะก็ต้องช่วยกันดูแล หรือถ้าลูกค้าโซนรับผิดชอบของใครเยอะ เด็กเสิร์ฟก็จะช่วยกันดูแลลูกค้า
ยิปโซพยายามเรียนรู้วานและจำชื่อเพื่อนร่วมงานของเธอให้ได้ทุกคน
ที่นี่ทำงานกันเป็นระบบครอบครัว จากที่เพื่อนร่วมงานเล่าให้ฟังคร่าวๆ คอปเปอร์เป็นคนเด็ดขาด แต่เขาก็เป็นคนใจดีกับลูกน้องทุกคน
ถึงแม้มันจะฟังดูเชื่อยาก แต่ยิปโซก็จะทำใจให้เชื่อแล้วกัน
อีกอย่างที่ควรจำไว้คือ อย่าขัดใจคอปเปอร์เด็ดขาด เพราะถ้าทำให้เขาโกรธ ถึงจะเป็นมิลเล่ที่พ่วงตำแหน่งผู้จัดการและญาติของเขาก็ไม่สามารถจะช่วยใครได้
