ตอนที 3 “ลุง” [1]
“กลายเป็นคุณหนูตกอับเลยเพื่อนฉัน ฮ่าๆๆ”
“พวกแกไม่ต้องหัวเราะเลยนะ พี่มิลด้วย โซน่าสงสารจะตาย เห็นใจกันบ้างสิ่”
ยิปโซทำปากยู่ออกมา พร้อมกับสายตาที่แสนจะหม่นหมอง
“เอางี้ ฉันให้ยืมตัวค์ก่อน ถ้าพ่อแม่แกใจอ่อนแล้วค่อยเอาตังค์มาคืนฉัน”
รษาเสนอทางออกให้เพื่อน
“ไม่เอาหรอก”
การใช้เวินที่ไม่ใช่เงินของตัวเองมันจะไปมีความสุขอะไรล่ะ ถึงเธอไม่เคยเป็นหนี้ใคร แต่ก็ใช่ว่าอยากจะหยิบยืมคนอื่น ถึงแม้เพื่อนจะเต็มใจก็ตาม
ถึงแม้จะบอกแบบนั้น แต่ท่าทางหน้าเอ็นดูของสาวน้อยตัวเล็กก็ทำให้มิลเล่เอ็นดู และยกเมือบางขึ้นลูบหัวของยิปโซ
“ยิปโซสนใจจะทำงานพิเศษไหม?”
“หือ? งานอะไรตะพี่มิล”
รษาตาโตเมื่อรู้ว่ามีทางออกที่ดีกว่าการขายกระเป๋าแบรนด์เนมลูกรัก ถึงจะไม่เคยทำงานทำอะไรเลยก็เถอะ แต่มันก็จะดีกว่าใช่ไหมล่ะ
“พอดีที่ผับขาดคนน่ะ เราสนใจจะทำไหม แค่เดินเสิร์ฟเฉยๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”
ตอนแรกแค่ได้ยินว่าทำงานที่ผับยิปโซก็ถึงกับหน้าเจื่อน มิลเล่ก็เลยรีบพูดประโยคต่อมาทันที
“พี่รับรองว่ามันปลอดภัย พี่เป็นผู้จัดการที่นั่น เจ้าของผับเป็นญาติพี่เอง”
“อ๋อ.. หนูขอคิดดูก่อนได้ไหมคะ”
“แกไม่ต้องคิดแล้ว ฉันรู้นะว่าแกไม่เคยทำงานมาก่อน แต่มันเป็นทางออกทางเดียว”
เจนี่เห็นว่าเป็นทางออกที่ดีจึงสนับสนุนเพื่อน
“มีอีกทาง..” รษาพูดขึ้น
“อะไร?”
“ขายกระเป๋าแบรนด์เนมลูกรักแกไง”
“ม่ายยยย แค่นี้มันก็แทบไม่เหลือแล้วววว”
หญิงสาวหวีดร้องเอมื่อนึกถึงบรรดาลูกรักที่จากไปอยู่ในอ้อมแขนคนอื่น
“งั้นก็ทำ”
“..ก็ได้ แล้วจะให้หนูเริ่มทำวันไหนคะพี่มิล”
“วันนี้เลยได้ไหม? วันเสาร์อาทิตย์คนเข้าน้านเยอะอ่ะ ถ้าเรามาช่วยอีกแรงก็คงดี มันไม่มีอะไรหรอกน่า ที่นี่มีแต่คนรวยเขาเที่ยวกัน แถมทิปยังหนักอีกต่างหาก”
“ก็ได้ค่ะ ขอหนูทำใจแป้บนะคะ”
“ฮ่าๆๆ/ ฮ่าๆ / ฮ่าๆ”
ทุกคนพร้อมใจหัวเราะสาวน้อยที่เอามือทาบอกตัวเองและสูดหายใจเข้าออกหนักๆคล้ายกับจะเรียกสติตัวเอง
@ PUB X
17:40 น.
ในที่สุดรษาก็มาอยู่ในผับที่ตนขะทำงานพร้อมกับมิลเล่ เธอกวาดสายตามองรอบๆ ภายในกว้างขวาง มีบาร์อยู่ด้านขวามือของร้าน และมีเวทีอยู่ตรงข้ามกับประตูร้าน มีพื้นที่ให้เหล่านักท่องราตรีออกมาโยกย้ายหน้าเวทีเนอะพอสมควร ส่วนบริเวณหน้าบาร์จะมีโต๊ะอยู่หลายชุด แต่ละชุดไม่ได้วางชิดกันมากนัก เพื่อไม่ให้ลูกค้าอึดอัด ทั้งร้านตกแต่งด้วยสีดำ พื้นกระเบื้องและบาร์ตกแต่งด้วยหินอ่อนลวดลายสวยสีขาวลายของหินอ่อนเป็นสีเทาอย่างลงตัว
“ตามมาเร็วสิ่”
เสียงหวานของมิลเล่เรียกสติของเธอให้กลับมา มิลเล่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดที่ทำด้วยเหล็กสีดำ มีโซ่เส้นใหญ่กั้นไว้แทนราวจับ
ยิปโซรีบวิ่งตามร่างเล็กของมิลเล่ขึ้นไปยังชั้นสอง เธอยังไม่ได้สำรวจชั้นสองด้วยซ้ำ มิลเล่ก็เปิดประตูเหล็กสีดำที่มีทางเชื่อมบันไดไปยังชั้นสาม คาดว่าจะเป็นโซนพักผ่อน เพราะทั้งชั้นทาสีขาว และปูพื้นด้วยหินอ่อนเหมือนกับชั้นแรก แต่ดูสบายตา และสว่างกว่า เธอเห็นโซนหนึ่งที่มีโซฟาและทีวีน่าจะเป็นที่สำหรับพักผ่อน มีห้องอยู่ประมาณสี่ถึงห้าห้อง มิลเล่พาเธอมาหยุดอยู่ที่ประตูห้องด้านในสุดของชั้น ก่อนมือบางจะเคาะที่ประตูบานนั้น
ก็อกๆๆ ก็อกๆๆ
“พี่เปอร์ น้องเข้าไปได้ไหม?”
“มิลหรอ? เข้ามา”
เมื่อได้ยินเสียงอนุญาติจากอีกฝั่งของประตู เธอจึงหมุนลูกปิดเข้าไป
ภาพแรกที่ยิปโซเห็นคือ มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจูบกับผู้ชายอีกคนที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของผับ และเจ้านายของเธอ โดยมือหนาสอดเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้นของหญิงสาว พวกเขาคงไม่ได้เล่นเป่ายิ้งฉุบกันใช่ไหม
ใบหน้าเล็กเห่อร้อนขึ้น จนเธอต้องหันมองไปทางอื่น แต่ภาพนี้มิลเล่เห็นจนชินตาแล้ว มือเล็กทุบลงบนโต๊ะทำงานของคอปเปอร์แรงๆ
ปัง!!
“นี่ พี่เปอร์คะ สนใจน้องก่อนไหมคะ?”
“ลุกก่อนริซ ว่าไง?”
หญิงสาวผละออกตามคำบอกของคอปเปอร์ แต่ยังนั่งบนตักแกร่งเหมือนเดิม
สายตาคมกริบกับดวงตาคู่สายมองสบกันทันที ยิปโซถึงกับตกใจกับคนที่เธอได้พบ
“ลุง!!”
“ยัยเด็กแสบ!!”
