บทย่อ
ชีวิตที่แสนจะราบรื่นและอิสระ แต่เหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้ง ไม่ใช้เขามีความสุขอีกต่อไป.. “นี่เธอตกยากถึงกับต้องเป็นเด็กส่งยาเลยหรอ? ที่สำคัญทำในผับฉัน!!” “ฉันไม่ได้ทำ” “จับได้คาหนังคาเขาอย่างนี้ยังกล้าปฏิเสธอีกนะ” “ก็ฉันบอกว่าไม่ได้ทำไงเล่า!!” “มานี่เลย ยัยตัวแสบ!!”
ตอนที่ 1 หน้ามือเป็นหลังเท้า
เช้าวันอาทิตย์ เป็นวันหยุดที่ใครหลายๆคนต่างถวินหา แสงแดดยามเช้าทอแสงลอดผ่านม่านสีฟ้าเข้ามาภายในห้อง ปลุกสาวน้อยในชุดนอนผ้าลินินสีไข่ให้ตื่นจากห้วงแห่งความฝัน
ร่างเล็กบิดขี้เกียจสุดแรง
“...อื้อออ สบายจัง..”
หลังจากชำระร่างกาย และแต่งตัวด้วยชุดสบายๆ กางเกงยีนส์ขาสั้น จับคู่กับเสื้อแขนกุดคอปีนไหมพรมสีเขียวขี้ม้า กระเป๋าสะพายสีเดียวกัน รวบผมหางม้าดัดลอนคลายๆ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆ เตรียมตัวออกไปช็อปปิ้งกับเพื่อนสนิท
ก็วันนี้เป็นวันพักผ่อน จะให้นอนอุดอู้อยู่บ้านคงทำไม่ได้
ปากเล็กฮัมเพลงเบาๆเดินลงมาจากบันไดหินอ่อนที่ปูด้วยพรมสีน้ำเงิน
“พ่อขา แม่ขา จะไปไหนกันคะ”
ชายหญิงวัยกลางคนหันมาตามเสียงเรียก แม่ลูกสาวตัวดีของพวกเขาคงจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนอีกแล้วล่ะสิ่
กระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบถูกยกขึ้นไปไว้บนรถเรียบร้อยแล้ว คนขับรถก็ยืนรออยู่หน้าบ้าน
“ว่าไงคนสวยของพ่อ จะออกไปหาเพื่อนหรอ?”
“ค่ะ ว่าจะออกไปเดินเล่นหน่อย แล้วนี่พ่อกับแม่จะไปไหนกัน กระเป๋าใบใหญ่เชียว”
แต่คำว่าเดินเล่นสำหรับเธอ มันไม่ใช่การเดินเล่นเฉยๆ มันเป็นเหตุที่จะทำให้เสียทรัพย์ทุกครั้งไป
“จะไปดูสาขาที่ฮ่องกงหน่อย่ะไม่ได้เข้าไปดูเป็นเดือนแล้ว”
หญิงวันกลางคนพูดก่อนจะสะกิดแขนสามี
“มีอะไรรึเปล่าคะ”
ครอบครัวเธอทำธุระกิจโรงแรมที่มีสาขาในสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในเอเชีย เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย หรือเรียกได้ว่า..ไม่เคยทำอะไรเลยต่างหาก
“พ่อกับแม่ปรึกษากันแล้วนะลูก.. เงินค่าขนมลูกจะลดลงเหลือแค่เดือนละหนึ่งหมื่นบาท”
“หนึ่งหมื่นบาท!!”
ยิปโซอุทานเสียงดัง เหมือนมีคนเอามีดมาแทงเข้ากลางอก
“แม่ล้อเล่นใช้ไหม หนูไม่ตลกนะคะ”
ขออย่าให้เป็นความจริงเลย..
“จริงจ้ะ”
รอยยิ้มอบอุ่นของแม่ และเสียงนั้นมันเหมือนเป็นเรื่องน่ายินดีเหลือเกิน
“แม่.. ทำไมล่ะคะ หนูไม่เข้าใจอ่ะ ช่วยอธิบายให้หนูเข้าใจหน่อยสิ่คะ”
ยิปโซเสียงงอแง ปากเบะเหมือนจะร้องไห้
“ก็ลูกใช้เงินเหมือนกับกระดาษ พ่อกับแม่ผลิตไม่ทันนะลูก พ่อเเม่ก็แก่แล้วจะให้หาเงินให้ลูกใช้เดือนละห้าหมื่นนี่รังไม่รวมบัตรเครดิตที่ให้ไว้อีก.. เราต้องหัดประหยัดนะลูก เผื่อวันหนึ่ง..ธุรกิจพ่อมีปัญหา หนูจะลำบากนะ”
พ่ออธิบายออกมาตามคำขอของลูกสาว ไม่ใช่ว่าธุรกิจครอบครัวจะไม่มั่นคง แต่ท่านอยากให้เธอรู้จักคุณค่าของเงินมากกว่านี้ ไม่ใช่อยากได้อะไรก็พร้อมที่จะเอาเงินซื้อทุกอย่าง
“พ่อคะ แต่ธุรกิจของเรามั่นคงจะตายนะ”
“พ่อกับแม่ไปนะ เดี๋ยวตกเครื่อง”
แม่ของเธอรีบดึงแขนสามีออกมาทันที ถ้าขืนอยู่ต่อมีหวังพ่อของเธอต้องใจอ่อนแน่ๆ
“แม่คะ อย่าพึ่งไป พ่อ..ไม่สงสารหนูบ้างหรอ? ฮือออ”
“รีบออกรถเลย”
สามีภรรยาขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว ประตูปิดลงก่อนรถตู้จะวิ่งออกไป
“เดี๋ยวสิ่คะ คุณพ่อคะ หนูไม่ยอมนะคะ โอ้ยยยยิปโซเอ้ยยย หนึ่งหมื่นมันจะไปพอยาไส้อะไร”
คนตัวเล็กบ่นงึมงำ
“หนึ่งหมื่น..หารสามสิบวัน.. อื้ออออ วันละ..สามร้อย..สามสิบบาท”
ร่างเล็กนิ่งอึ้งสตั้นไปสิบวินาทีถึงเรียกสติกลับมาได้
ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดกับเธอด้วย ความจริงเธอก็ไม่ได้ใช้เงินเปลืองอย่างที่พ่อกับแม่พูดสักหน่อย เธอไม่ได้ซื้อทุกอย่างสักหน่อย แค่..สิ่งที่เธอคิดว่ามันสวยและเหมาะกับเธอ อีกอย่างเธอก็ไม่ได้ใช้แบรนด์เนมไปเสียทุกอย่าง ของตลาดนัดเธอก็ใช้นะ ไม่ใช้ว่าของถูกจะไม่สวยไม่ดีซะหน่อย
“ฮ่าๆๆ มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำตั้งสามสิบบาท ฮือออ..”
เธอรู้สึกว่าตอนนี้สติเธอไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ..ยิปโซเดินคอตกเข้ามาในบ้านคร่ำครวญอยู่พักหนึ่ง
‘ฮัลโหล~ ยัยโซ แกอยู่ไหนแล้ว’
เธอกดรับสายรษาเพื่อนสนิท แล้วกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์
“แก..~ ฉันอยู่บ้าน”
‘เป็นอะไรแก แล้วเมื่อไรจะออกมา’
ถึงเวลานัดกับเพื่อนสนิทและพี่สายรหัสของเธอแล้ว ยิปโซจำต้องพาหัวใจที่บอบช้ำจากการโดนตัดเงินค่าขนม เธอสพายกระเป๋าขึ้นบ่าแล้วขับรถไปยังที่นัดหมาย

