ตอนที่ 2 เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด [2]
“กรี้ดดดดด อีเด็กเวร”
“ฮืม..!”
คอปเปอร์ครางในลำคอ เด็กแสบคนนี้มันน่าจับตีก้นนัก ปากคอเราะร้าย ที่บ้านไม่อบรมบ้างรึไง ที่สำคัญหล่อนเรียกเขาว่า ‘ลุง’
สายตาดุดันลอบพินิจคนร่างเล็กอย่างเงียบๆ
“จะกรี้ดอะไรนักหนา บ้านขายนกหวีดหรือไงป้า”
ยิปโซหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาเขียนนุกยิก เบื่อมี่จะคุยแล้ว เพื่อนรออยู่ไม่มีเวลาว่างมาปะทะฝีปากกับหล่อนมั้งวันหรอก
“คอปเปอร์ดูอีเด็กนี่สิ่คะ”
“เอ้า!! ฉันยินดีจะชดใช้ แต่วันนี้ไม่ว่าง นัดเพื่อนไว้ ค่อยเคลียวันหลังนะ”
ยิปโซยัดกระดาษใส่มือหนา
‘มือนุ่มจัง’ คอปเปอร์คิดในใจ
“อีเด็กเวร จะไปไหน จะหนีใช่ไหม? กลับมาเดี๋ยวนี้นะ”
เสียงของเธอทำให้สายตาหลายคู่หันมามอง
ยิปโซไม่ฟังเสียงแปดหลอดของเธอรีบวิ่งออกไปจากตรงนั้น วันนี้มันวันซวยอะไรของเธอเนี่ย..
คอปเปอร์มองตามร่างเล็กไปจนสุดสายตา
“กลับเถอะริช เดี๋ยวผมไปส่ง”
เขายัดกระดาษแผ่นเล็กลงในกระเป๋ากางเกงยีนส์ ก่อนจะลากสาวที่เหวียงอารมณ์อยู่ด้านข้างให้เข้าไปในลิฟ
ยิปโซวิ่งเข้ามาในคาเฟ่ที่นัดกับเพื่อนและพี่สายรหัสเอาไว้ สายตากวาดมองบริเวณภายในร้านที่มีคนนั่งอยู่แน่นร้าน
ภายในร้านตกแต่งด้วยต้นไม้สีเขียวจำพวกเฟิร์นและไม้ประดับเป็นส่วนใหญ่ ผนังก่อด้วยอิฐมอญแดงดูตัดกับสีต้นไม้ มีกลิ่นอายความชิสไตล์ต่างประเทศหน่อยๆ คล้ายกับเรือนกระจก
เจนี่หรือเจย์ เพื่อนสาวสุดหล่อของยิปโซกำลังโบกมือเรียกเธอจากโต๊ะด้านในสุดติดกับเคาร์เตอร์ของร้าน รองเท้าผ้าใบพาคนที่สวมใส่ไปยังโต๊ะนั้นทันที
“สวัสดีค่ะพี่มิล”
“ดีจ้าน้องโซ”
มิลเล่กล่าวทักทายน้องสายรหัสด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไงแก มาช้าโคตร....” เจนี่ทักทายคนที่มาใหม่
“เจอมนุษย์ป้ากับมนุษย์ลุงอ่ะ อีป้าแม่งเยอะชิบหาย กูเดินชน ขอโทษไปแล้ว ..บลาๆๆๆ”
ยิปโซเล่าเหตุการณ์เมื่อครูที่ทำให้ตนหัวเสีย แบบละเอียด ทุกคนมองด้วยความอยากรู้ และตั้งใจฟังเธอ
“เออ เยอะจริงว่ะ”
รษาเห็นด้วยกับเพื่อนรัก
“อ่ะๆ กินน้ำก่อนจะได้ใจเย็นขึ้น”
มิลเล่ยื่นน้ำกีวี่โซดาที่พนักงานพึ่งมาเสิร์ฟให้กับเธอ
น้องสายรหัสเธอคนนี้เป็นคนใจเย็น มีความอดทนสูง แต่ดูท่าแล้ว ‘ป้ากับลุง’ ที่เธอเล่าให้ฟังจะทำให้เธอหมดความอดทนมิใช่น้อยถึงได้โมโหขนาดนี้
“เฮ้ออออ วันนี้มันวันซวยของฉันชัดๆเลย!!”
ใบหน้าห่อเหี่ยวของเธอทำให้เพื่อนๆและพี่สายรหัสของเธอถึงกับหดหู่ตามไปด้วย
“ช่างมันเถอะแก ยังไงมนุษย์ป้ามันก็มีอยู่ทุกที่ในสังคม”
“วันนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องมนุษย์ป้าน่ะสิ่ พ่อกับแม่ฉัน... ฮืออออออ”
เมื่อนึกถึงเรื่องนั้นทำให้เธออยากร้องไห้ออกมา
“เล่ามา..”
รษาบอกแค่นั้น ในกลุ่มเพื่อนของเธอไม่เคยมีความลับต่อกัน พวกเธอปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ถึงแม้จะพึ่งรู้จักกันได้ไม่นานก็เถอะ แต่คนแบบเดียวกันมันก็จะดึงดูดเข้าหากันเสมอ
ยิปโซท้าวความถึงเหตุการณ์ตอนก่อนออกจากบ้านให้ทุกคนฟัง
“...แล้วคิดดูว่าเงินที่ได้มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำแค่สามสิบาทฉันจะทำอะไรได้ ฮืออออ”
“โอ้ย..น้องสาวพี่ทำไมน่าสงสารอย่างนี้”
มิลเล่ทั้งขำทั้งสงสารเธอ
“กลายเป็นคุณหนูตกอับเลยเพื่อนฉัน ฮ่าๆๆ”
“พวกแกไม่ต้องหัวเราะเลยนะ พี่มิลด้วย โซน่าสงสารจะตาย เห็นใจกันบ้างสิ่”
ยิปโซทำปากยู่ออกมา พร้อมกับสายตาที่แสนจะหม่นหมอง
“เอางี้ ฉันให้ยืมตังค์ก่อน ถ้าพ่อแม่แกใจอ่อนแล้วค่อยเอาตังค์มาคืนฉัน”
รษาเสนอทางออกให้เพื่อน
“ไม่เอาหรอก”
การใช้เงินที่ไม่ใช่เงินของตัวเองมันจะไปมีความสุขอะไรล่ะ ถึงเธอไม่เคยเป็นหนี้ใคร แต่ก็ใช่ว่าอยากจะหยิบยืมคนอื่น ถึงแม้เพื่อนจะเต็มใจก็ตาม
ถึงแม้จะบอกแบบนั้น แต่ท่าทางหน้าเอ็นดูของสาวน้อยตัวเล็กก็ทำให้มิลเล่เอ็นดู และยกเมือบางขึ้นลูบหัวของยิปโซ
