ตอนที่ 2 แฟน(ตัวปลอม) (2)
ตอนเย็นดรณ์มารอรับก่อนเวลา ตั้งแต่เช้าจนเมื่อสักครู่เขายังต้องเร่งสะสางเอกสารให้ธันอยู่เลย นี่ก็ดีอยู่มากที่มีผู้ช่วยเลขาฯ ของธันคอยช่วยอยู่ตลอด ไม่อย่างนั้นงานคงไม่เสร็จ เอกสารที่ท่านต้องการก็คงไม่ส่งไปถึงมือท่านที่ต่างประเทศหรอก
ดรณ์ลงจากรถเมื่อเห็นว่ามิ่งกมลพร้อมเพื่อนอีกสองคนเดินตรงเข้ามา สองสาวยกมือไหว้เขา เขาก็ยกมือรับ สายตาทั้งสองคู่กวาดมองบนเรือนร่างเขาด้วยความรวดเร็วเพื่อสำรวจให้ถี่ถ้วน
“เนยหวานกับศินีค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
สองสาวตาเป็นประกายเมื่อได้ยินเสียงนุ่มทุ่มเอ่ย เขาสุภาพ ท่าทางสุขุม น่ามองไปเสียทุกอิริยาบถ
“เห็นมารับมาส่งมิ่งนานแล้วค่ะ แต่เพิ่งจะได้รู้จักกัน มิ่งนี่จะปิดเพื่อนไปจนเรียนจบเลยหรือไง” เนยหวานค้อนเพื่อนสาว แต่ก็ยังยิ้มร่า
ดรณ์ได้ยินดังนั้นก็รู้ในทันทีว่าเขาอาจจะมีฐานะใหม่เสียแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามิ่งกมลคงโกหกเพื่อนทั้งสองไปคำโต แต่เขาก็จะไม่หักหน้าเธอหรอก เอาไว้อยู่กันตามลำพังแล้วค่อยอบรมกันอีกสักยก
“มิ่งสัญญากับเพื่อนไว้ว่าจะไปซื้อของด้วยกัน พี่ดรณ์ไปด้วยนะคะ”
ดรณ์เลิกคิ้วและมองสองสาวก่อนจะวกกลับมาจ้องตามิ่งกมล แววตานั้นกำลังอ้อนวอนให้เขาช่วยเล่นละครต่อไปจนถึงที่สุด เพื่อเธอจะได้ไม่เสียหน้าที่โกหกไปมากมาย
“ก็ได้ครับ” เขาตอบตกลงและส่งยิ้มให้เพื่อนของเธอ
มิ่งกมลยิ้มกว้างและเข้ามาหอมแก้มเขาโชว์เพื่อนเสียเลย และรู้ว่าดรณ์ต้องไม่ต่อต้าน เสร็จแล้วก็คล้องแขนซบศีรษะลงที่ไหล่เขา “ไปกันเถอะค่ะ”
“เจอกันที่ห้างนะ” ศินีเอ่ยพร้อมทั้งดึงเนยหวานให้ตามไปขึ้นรถตน จุดนัดพบคือห้างสรรพสินค้าชื่อดังอยู่ไม่ไกลมหาลัยนัก
ดรณ์เปิดประตูรถให้มิ่งกมลเข้าไปและรีบก้าวขึ้นรถ เขาติดเครื่องรถขณะที่มองมิ่งกมลที่ยังยิ้มไม่หุบ พร้อมทั้งถอนใจเบาๆ “นี่มันอะไรกันครับคุณหนู”
“สองคนนั่นเข้าใจว่าพี่ดรณ์เป็นแฟนมิ่ง แล้วก็อยากจะทดสอบดูว่าพี่ดรณ์รวยจริงหรือเปล่าเลยพยายามชวนไปโน่นนี่นั่นค่ะ”
ดรณ์ขมวดคิ้วมุ่น “ควรบอกความจริงเพื่อนไปนะครับ ผมเป็นแค่พ่อบ้าน”
“วันนี้พี่ดรณ์ต้องเป็นแฟนมิ่ง อย่าเรียกมิ่งว่าคุณหนู” มิ่งกมลเอ่ยและยกสองแขนกอดอกไว้ ท่าทางว่าเขาต้องทำตามที่คุณหนูอย่างเธอสั่งเท่านั้น
“เห็นจะไม่ได้ครับ”
“พี่ดรณ์รับปากแล้ว”
ดรณ์เงียบ แม้จะไม่เห็นด้วยที่มิ่งกมลโกหกเพื่อนไปว่าเขาเป็นคนรัก แต่ก็ยังขับรถไปยังที่หมายที่พวกสาวๆ ตกลงกันไว้ มิ่งกมลอมยิ้มเมื่อเขาเลี้ยวรถเข้ามาจอดชั้นใต้ดินของห้าง
“มิ่งจะซื้อเสื้อผ้า พี่ดรณ์ต้องจ่าย เลี้ยงข้าวด้วยนะคะ” มิ่งกมลเอ่ยขณะที่เปิดประตูรถออกไปเอง
และทุกครั้งที่แวะทานข้าวนอกบ้านหรือซื้อของ ดรณ์จะเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด มิ่งกมลก็เลยคิดว่าพ่อของเธอให้บัตรกับเขาไว้หรือไม่เขาก็อาจจะออกค่าใช้จ่ายให้เอง ซึ่งมิ่งกมลก็สงสัยเหมือนกันว่าดรณ์เป็นลูกหลานคนมีอันจะกิน เพราะเวลาหยิบจับอะไรก็ไม่ได้คิดถึงราคาค่างวดเท่าไร...
ดรณ์ได้แต่มองตามและถอดเสื้อสูทออก ปลดเนกไทและคลายกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เมื่อลงมาจากรถก็พับแขนเสื้อเชิ้ตทั้งสองข้างขึ้นไปจนถึงข้อศอกพลางมองนาฬิกาข้อมือไปด้วย
“อะไรอีกที่ผมต้องทำให้คุณหนู?”
“ยิ้มค่ะ” เอ่ยพร้อมทั้งเข้ามาคล้องแขนเขาและพากันเดินเข้าประตูเพื่อขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบน
เนยหวานกับศินีถึงมาในเวลาไล่เลี่ยกันและพากันมายังร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ดรณ์ได้แต่เดินตามไปเรื่อยๆ คุณหนูของเขาให้ทำอะไรก็ทำ เพื่อจะได้รักษาหน้าตาไม่ให้แหกยับเยิน
ดรณ์มองไปยังโซฟาตัวยาวในร้านและมองไปทางมิ่งกมล อีกฝ่ายพยักหน้าอนุญาตให้เขาไปนั่งรอได้ เขาก็เลยตรงไปที่หมายและคว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อบอกที่บ้านว่าไม่ต้องทำมื้อเย็นรอคุณหนู เพราะเจ้าตัวก็บอกแล้วว่าจะทานข้าวกับเพื่อนก่อนจะยอมกลับบ้าน
ดรณ์นั่งรอทั้งสามเลือกเสื้อผ้าอยู่นานนับครึ่งชั่วโมง มิ่งกมลออกมาหาเขาพร้อมทั้งชุดราตรียาวกรอกเท้าแต่ก็ผ่าหลังลึกมาถึงสะโพก รอยยิ้มบนใบหน้าอ่อนเยาว์พร้อมทั้งเรือนร่างอรชรทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว
“สวยไหมคะ? มิ่งจะใส่ไปงานเลี้ยงอำลาเดือนหน้าค่ะ”
“โป๊ไปครับ”
“แค่ผ่าหลังเอง” มิ่งกมลหันมองตัวเองในกระจก
“แต่เห็นสะโพก” ดรณ์เถียงด้วยเสียงราบเรียบ
