ตอนที่ 1 คุณหนูขี้เหงา (2)
ดรณ์ยืนนิ่งให้มิ่งกมลกอดและลูบไล้ได้ตามอำเภอใจเพราะเธอก็ทำอย่างนี้กับเขามาตลอดอยู่แล้ว เขาในฐานะพ่อบ้านก็ไม่อาจปฏิเสธอะไรได้ มิ่งกมลจะวางตัวดีเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่ถ้าอยู่ตามลำพังกับเขา เธอจะชอบอ้อนและขออะไรต่อมิอะไรมากมายที่เขาทำให้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง นั้นก็แล้วแต่สถานการณ์
“พี่ดรณ์ไม่มีของขวัญให้มิ่งหรือคะ”
ดรณ์ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทแล้วเอากล่องกำมะหยีออกมาเปิดออก มิ่งกมลรับมาดูก็เห็นเป็นสร้อยข้อมือเส้นเล็กแต่ก็ดูเรียบหรู แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มเขาและตามด้วยจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม
“ไม่มีราคาอะไรหรอกครับ”
“แต่ก็เป็นของขวัญชิ้นแรกจากพี่ดรณ์”
มิ่งกมลหยิบสร้อยออกมาและส่งไปให้ดรณ์ช่วยใส่ให้ นิ้วเขาขยับแผ่วเบากับข้อมือขาวๆ แสนจะบอบบาง เจ้าตัวยกข้อมือขึ้นดูแล้วก็ยิ้มกว้าง รอยยิ้มของเธอทำให้ดรณ์ต้องยิ้มตาม เพราะเมื่อไรที่มิ่งกมลอารมณ์ดี เขาก็สบายใจไปด้วย
มิ่งกมลประคองเค้กก้อนนั้นไปนั่งที่โซฟาและวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้า ดรณ์เดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างๆ และจุดเทียนให้ เธอเลยนิ่งมองมันอยู่พักหนึ่งก่อนจะเป่าลมออกไปดับเทียน
“สุขสันต์วันเกิดครับคุณหนู”
มิ่งกมลหน้างอเพราะคำว่าคุณหนู “มิ่งบอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังอย่าเรียกว่าคุณหนู พี่ดรณ์จะขัดใจมิ่งไปอีกนานแค่ไหนกัน”
“จนกว่าจะหมดหน้าที่พ่อบ้านครับ”
“ไม่มีวันเสียล่ะ” มิ่งกมลค้อนแล้วก็ดึงเทียนออกมาวางลงข้างเค้กก่อนจะใช้นิ้วป้ายครีมมาแตะที่ริมฝีปากดรณ์และตามไปเลียมันด้วยความรวดเร็ว ดรณ์ยังนิ่งเพราะรู้ว่าขัดใจมิ่งกมลไม่ได้ “ขยับปากด้วยสิคะ” เธอเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาเหมือนคำสั่งแกมอ้อนวอน
ดรณ์ขยับริมฝีปากบดเคล้าริมฝีปากหวานไปด้วยครีมเค้ก ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปเกาะเกี่ยวกับลิ้นเล็กที่กำลังกวาดเข้ามาในปากเขาด้วยความเร่าร้อน มันพยายามจะผ่านลึกเข้ามาแต่ก็ทำไม่ได้ด้วยเพราะดรณ์ขยับถอย เธอเลยคว้าใบหน้าเขาด้วยมือทั้งสองข้างและบดเคล้าริมฝีปากกับเขาอีกครั้ง
“อือ” เสียงครางแผ่วเบาบ่งบอกว่าพอใจมาก
เขาสอดนิ้วยาวเข้าไปในเรือนผมนุ่ม รั้งท้ายทอยหญิงสาวให้เข้ามาแนบชิด ริมฝีปากยังคงแนบแน่นและท่าทางว่าจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ
สองมือของมิ่งกมลเลื่อนต่ำลงมาที่รางกระดุมเสื้อของดรณ์และปลดมันออกด้วยความร้อนรน เธอต้องการเขา และต้องการมาก มากเสียจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้เลยต้องเร่งมือปลดเปลื้องอาภรณ์ของเขา แต่ก็ทำได้เพียงถอดสูดและกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาเท่านั้น
ดรณ์ดึงมือมิ่งกมลออกจากเสื้อผ้าของเขาและรวบมันไว้ แต่เธอกลับสะบัดหลุดและดึงเขาให้ขึ้นมานั่งบนโซฟา และขึ้นนั่งคร่อมบนตักเขา เริ่มบดเคล้าริมฝีปากอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ดรณ์ไม่ร่วมมือด้วยแล้ว
มิ่งกมลถอนปากออกและมองริมฝีปากเขานิ่ง “ทำไมต้องขัดใจมิ่ง”
“พอแล้วครับ” เสียงดรณ์เบาจนแทบจะเป็นกระซิบ
มิ่งกมลซบลงที่แผ่นอกเปลือยของเขา สองมือกอดเขาไว้แน่น “มิ่งขอนะคะ”
“ไม่ได้ครับ” เขารู้ดีว่ามิ่งกมลขออะไร เพียงแต่เขาให้ไม่ได้ เขานอนกับเธอไม่ได้ ทำได้มากสุดก็แค่การแตะต้องสัมผัสภายนอกเพื่อให้เธอได้ปลดปล่อยก็เท่านั้น ปีหนึ่งผ่านมา เริ่มยังไงก็ยังคงทำอยู่เช่นเดิม เขาไม่เคยล่วงล้ำเข้าไปเพราะไม่อยากทำให้มิ่งกมลต้องเสียความบริสุทธิ์ให้เขา
“รังเกียจมิ่งหรือคะ?”
“ไม่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้มิ่งพอใจ พี่ดรณ์รู้ดีว่ามิ่งต้องการพี่ดรณ์มากแค่ไหน”
“คุณหนูก็รู้ดีว่าไม่ควร ผมเป็นแค่พ่อบ้านที่คอยดูแลคุณหนู ผมไม่อยากเสียใจทีหลัง” ดรณ์ดันร่างมิ่งกมลให้ลงจากตักเขาและรีบใส่กระดุมกลับก่อนจะคว้าเนกไทที่วางอยู่กับพื้นมาใส่ในกระเป๋าเสื้อสูทและรีบสวมมันกลับ
มิ่งกมลถอดเสื้อผ้าตัวเองออกจนหมดแม้กระทั่งชั้นในทั้งสองชิ้น เรือนร่างอรชร ผิวขาวผ่อง เด่นตาอยู่ตรงหน้าเขา เพียงแต่เขาทำได้แค่มองมัน สายตากวาดมองไปทั่วจนไปเจอเข้ากับรอยช้ำที่ต้นแขน
“โดนอะไรมาครับ!”
มิ่งกมลยืนนิ่ง และไม่คิดจะตอบคำถามเขา สายตาจับจ้องใบหน้าเขาด้วยหยดน้ำตาที่ไหลลงมาผ่านสองข้างแก้มจนหยดลงบนเนินอกคู่งาม
ดรณ์เบือนหน้าหนีเพราะรู้ดีว่าน้ำตาของมิ่งกมลทำให้เขาใจอ่อนและยอมทำตามคำเรียกร้องของเธอได้ เขาสูดหายใจลึกๆ และลุกขึ้นยืนจับสองไหล่เธอกดลงให้นั่ง และหันไปคว้าชุดมา ทำท่าว่าจะใส่ให้แต่มิ่งกมลปัดมือเขาแล้วนั่งลงดึงสองขาขึ้นมาวางบนโซฟาและกอดมันไว้ ใบหน้าซบลงตรงเข่า
“อยากไปก็ไป ไม่ต้องมาทำดีด้วย” ร่างสั่นสะท้าน เสียงสะอื้นยังคงดังอยู่ และมันดังยิ่งกว่าเก่า
