บทที่ 4 กล่าวหา
ปลายลิ้นร้อนเริ่มซนหนักขึ้น ปัดป่ายละเมียดชิมกลีบปากนุ่ม แทรกชอนเข้าไปทักทายร่องฟันทุกซี่ที่ปิดสนิทอยู่ แอบขัดใจนิด ๆ ที่ไม่สามารถพาลิ้นสากล่วงล้ำผ่านปราการฟันที่เรียงตัวสวยของหญิงสาวไปได้
“อือ...” เมื่อคนที่นอนหลับอย่างสบายใจเริ่มถูกรุกราน สัมผัสหวานละมุนแปลกใหม่เกิดขึ้นในห้วงที่สติของหญิงสาวกำลังกลับคืนสู่ร่างกาย
“อืมมม”
ทิชารีย์ลืมตาขึ้นช้าๆเพื่อค้นหาว่า สัมผัสแปลกใหม่นี้คืออะไร เป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน มันรู้สึกวาบหวามแต่ก็อบอุ่น และหัวใจเต้นแรงแม้จะยังไม่เห็นว่าสิ่งนั้นคืออะไรก็ตาม
แต่แล้วความรู้สึกใจเต้นที่กำลังเกิดขึ้นของทิชารีย์ หัวใจเธอต้องเต้นแรงกว่าเดิมไปอีกเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่า...
สัมผัสนั้นคือ จูบ ณัฐเดชกำลังจูบเธอ!
“พะ อื้อ!”
ปากของคนตัวเล็กกว่ากำลังจะอ้าเพื่อพูดประท้วงสิ่งที่เขากำลังทำ แต่คนตัวใหญ่กว่ากลับใช้จังหวะนี้ในการแทรกปลายลิ้นเข้าไปฉกชิมความหวานข้างในโพรงปากของเธอด้วยความไว
“อ๊ะ” จากที่ยังสะลึมสะลือตอนนี้ทิชารีย์ตื่นเต็มตา และอยู่ในอาการของคนที่ทำตัวไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์ตอนนี้ จะต้องต่อต้านหรือจะต้องปล่อยให้ร่างกายทำงานตามกลไกของมัน
แต่...มันเกิดขึ้นได้ยังไง เขาเกลียดเธอมากนักหนาไม่ใช่หรือไง ละ แล้วทำไมพี่ณัฐถึงได้จูบเธอแบบนี้
“นิดา”
“…”
เป็นเพราะแบบนี้เองสินะ เพราะเขาละเมอและคิดว่าเธอคือผู้หญิงที่เขารัก ณัฐเดชคงมองเห็นเธอเป็นฐนิดา เพราะเราสองคนมีใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกันมาก คนเป็นพี่น้องกันจะหน้าตาคล้ายคลึงกันก็ไม่แปลก แต่การที่เขาจะจูบแล้วทำหน้ามีความสุขทั้งที่เขาเข้าใจว่า เธอคือผู้หญิงอีกคน เขาก็ใจร้ายกับเธอเกินไป แต่เขาก็ใจร้ายกับเธออยู่แล้วนี่
“ทิชาค่ะ ไม่ใช่พี่นิดา” ทิชารีย์รีบพูดทันทีที่เขาปล่อยริมฝีปากเธอให้เป็นอิสระ
เรื่องทำหน้าที่ภรรยาเรื่องนี้เธอเตรียมกายและเตรียมใจเอาไว้แล้ว เพราะถึงยังไงเราสองคนก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีและภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย หากเขามีความต้องการทิชารีย์ก็ยินดีที่จะทำหน้าที่ของเธอ
แต่! ต้องไม่ใช่การมีอะไรกันในขณะที่เขามองเห็นเธอเป็นผู้หญิงอีกคน ถึงเขาจะไม่ได้รักก็ใช่ว่าเธอจะอยากเสียสิ่งที่เธอหวงแหนให้กับสามีใจร้ายที่คอยแต่จะคิดถึงคนที่จากไปแล้วเวลาที่มองหน้าเธอแบบนี้
“ขอโทษนะคะที่ทิชาต้องขัดความสุขของพี่ณัฐ แต่ทิชาไม่ใช่พี่นิดาค่ะ”
และดูเหมือนคนที่กำลังเคลิ้มไปกับอารมณ์ที่ตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มก่อนจะได้สติกลับคืนมา
จากสีหน้าที่เจือไปด้วยความอ่อนโยนตอนที่จูบเธอได้เปลี่ยนเป็นสีหน้านิ่งขรึมแล้วผละตัวเองออกทันที
“ไม่ต้องมาย้ำให้ฉันฟังเพราะฉันรู้ว่าเธอไม่ใช่นิดา เธอไม่มีทางแทนที่นิดาได้”
สิ่งที่เขาทำไปมันก็แค่การหลอกตัวเองในอารมณ์ชั่ววูบของเขาก็เท่านั้น เพราะทิชารีย์ก็คือทิชารีย์ เขาไม่มีทางให้ผู้หญิงคนนี้มาแทนที่ฐนิดาได้อย่างแน่นอน
“หึ และไม่ต้องหลงตัวเองคิดว่าฉันเกิดพิศวาสอะไรในตัวเธอจนอยากจับทำเมีย”
ใช่ เขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เมื่อกี้ก็แค่เผลอไผล เมื่อกี้ก็แค่คิดถึงคนรักที่จากไปเท่านั้น
“ทิชาไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ”
“งั้นเหรอ เธอจะบอกว่า เธอไม่กลัวถ้าฉันจะทำอะไรในแบบที่ผัวเมียเขาทำกัน” มุมปากของณัฐเดชยกขึ้น เมื่อเห็นแก้มเนียนใสของทิชารีย์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง หึ เธอคงคิดตามคำพูดของเขาสินะ แต่เรื่องพื้นฐานแบบนี้คนที่โตเป็นสาวเต็มตัวอย่างเธอคงเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
“ทิ ทิชา...”
มันอายเกินกว่าจะพูดออกไปตรง ๆ ว่าเธอไม่กลัว ทิชารีย์จึงทำเพียงส่ายหน้าแทนคำตอบของเธอ
หากถามว่ากลัวไหม ก็คงต้องยอมรับว่าก็แอบกลัวอยู่เหมือนกันเพราะทิชารีย์ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องอย่างว่ามาก่อน แต่เธอรู้ว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ที่จะเกิดขึ้นได้
และอย่างที่บอก ว่าเธอเตรียมกายและเตรียมใจไว้แล้วหากเขาต้องการ เธอจะไม่ขัดขืน มันดีกว่าการที่เขามีความต้องการแล้วไประบายความอยากใคร่นี้กับผู้หญิงคนอื่นในขณะที่เธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย
แค่ต้องแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รู้จักเขาดี แถมเขายังเกลียดเธอเข้ากระดูกดำมันก็แย่พอแล้ว อย่าให้เธอต้องกลายเป็นผู้หญิงหน้าโง่ที่ถูกสามีนอกกายไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นเลย
“เธอมันใจง่ายกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะทิชารีย์”
“คงจะผ่านมาเยอะละสิ ถึงได้ดูใจกล้ายอมนอนกับฉันแบบนี้”
“พี่ณัฐ ทำไมพูดอะไรแบบนี้คะ” เขาคือผู้ชายที่ใจร้ายที่สุด เย็นชาที่สุด ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอคนใจร้ายได้เท่าเขามาก่อน ทิชารีย์รู้ว่าเขาไม่พอใจในตัวเธอ แต่ไม่คิดว่าเขาจะพูดจาดูถูกเธอได้ขนาดนี้ ใช้คำพูดแดกดันกันอันนี้เธอพอทนรับได้
แต่การที่เขาจะดูถูกเธอเรื่องนี้ หาว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายผ่านการมีอะไรกับใครมาเยอะ อันนี้เธอยอมรับไม่ได้ แฟนสักคนเกิดมายังไม่เคยมีเลยแล้วจะไปนอนกับใครได้ยังไง
“อย่ามาทำหน้าแบบนั้น เธอกำลังตำหนิฉันผ่านทางสายตา ฉันพูดความจริงมาทำเป็นรับไม่ได้”
“ทิชาจะยอมรับได้ไง ในเมื่อมันไม่จริง”
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอไม่เคย ทำตัวดูไร้เดียงสา หึ เธอแค่แอ๊บสินะ ทำตัวแบบนี้เอาไปใช้หลอกผู้ชายได้กี่คนแล้วละ”
เพี้ยะ! คำพูดของเขามันรุนแรงเกินกว่าที่ทิชารีย์จะยอมรับได้ มือของเธอเลยจำเป็นต้องทำหน้าที่ของมัน
“มือหนักนะ”
ณัฐเดชจ้องหน้าทิชารีย์นิ่ง เขาไม่ได้แสดงทีท่าว่ากำลังโกรธหรือรู้สึกอะไรอยู่ นั่นยิ่งทำให้ทิชารีย์เริ่มรู้สึกกลัว เธอตบซะเขาหน้าหันเลย แก้มด้านซ้ายของเขาเป็นรอยแดงตามนิ้วมือของเธอ มันต้องแรงมากแน่ ๆ และมันจะดีกว่านี่ถ้าเขาแสดงออกว่าไม่พอใจ โกรธ โมโหหรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่นิ่งแบบนี้
นิ่ง ๆ แบบนี้แล้วมันเหมือนว่าเธอกำลังจะเจอพายุเฮอริเคนถล่มทับยังไงก็ไม่รู้
“ฉันไม่เคยถูกใครตบหน้ามาก่อน”
ณัฐเดชพูดจบก็ใช้ลิ้นดุดกระพุ้งแก้มข้างที่ตอนนี้มันยังชาอยู่เลย โครตเจ็บ เจ็บทั้งหน้า เจ็บทั้งใจ และเขาคงไม่ปล่อยให้คนที่ทำร้ายร่างกายของเขาลอยนวล
“รู้ไหม คนที่กล้าทำร้ายร่างกายของฉันจะต้องเจออะไร”
