บทที่ 2 เมียที่ไม่ใช่และไม่ต้องการ
“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราไม่สามารถรั้งคนเจ็บเอาไว้ได้ ทีมแพทย์ทำงานกันอย่างเต็มความสามารถแล้ว”
“ไม่นะคะคุณหมอ มันไม่จริงใช่ไหมคะ พี่สาวของฉันยังไม่ตาย ไม่ ฉันไม่เชื่อ ฮือ ฮือ...”
ปึง ปึง เฮือก!
เสียงทุบประตูห้องน้ำดังขึ้นทำให้ทิชารีย์ถูกดึงออกมาจากภวังค์ของเธอ หญิงสาวรีบเปิดก๊อกน้ำล้างหน้าเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับคืนมา นี่เธอยืนเหม่ออยู่หน้าอ้างล้างหน้ามานานเท่าไหร่นะ แต่คงจะนานมากไม่งั้นคนข้างนอกไม่มาทุบประตูห้องน้ำซะแรงขนาดนี้หรอก
“จะนอนอยู่ในนั้นหรือไง” แถมยังตะโกนถามมาอีก
รีบหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาใส่ให้เรียบร้อยก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำออกไป ในระหว่างที่เปิดประตูก็ทำใจไปด้วยเพราะเธอคงได้เห็นสีหน้าไม่พอใจกับน้ำเสียงกระแทกแดกดันจากเขาอีกแน่ ๆ เพราะเขาไม่เคยพูดจาดี ๆ กับเธอเลยสักครั้ง
“เหอะ! นึกว่าจะยึดห้องน้ำเป็นที่นอนไปแล้ว แต่ก็ดีนะ ห้องน้ำก็เหมาะกับเธอดี”
เป็นอย่างที่เธอคิดไม่มีผิด บางครั้งทิชารีย์ก็นับถือเขานะที่สามารถหาคำถากถางสารพัดมาพูดกับเธอได้
“ขอโทษค่ะ”
ทิชารีย์เลือกที่จะพูดออกไปแค่นั้นแล้วหลีกทางให้สามีทางนิตินัยเดินเข้าห้องน้ำไป เธอเหนื่อยที่จะพูดแย้งหรือพูดอธิบายอะไรกับเขาแล้ว เพราะต่อให้เธอพูดดีหรือพยายามทำดีกับเขามากแค่ไหน สิ่งที่ทิชารีย์ทำก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดความรู้สึกที่ณัฐเดชมีต่อเธอได้
“ทิชารีย์!”
เสียงณัฐเดชดังออกมาจากห้องน้ำพร้อมตัวเขาที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูปิดบังส่วนล่างของร่างกาย เปิดประตูแล้วเดินย่างสามขุมเข้ามาหาเธอ
ใบหน้าของเขาแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง ในมือถือแปรงสีฟันที่มายาสีฟันแต้มไว้พร้อมใช้ และเขากำลังใช้แปรงสีฟันนั้นชี้มาที่หน้าของเธอ
“นี่เธอทำไว้ให้ฉันเหรอ”
ทิชารีย์มองแปรงสีฟันสลับกับมองหน้าของณัฐเดช ก่อนจะตอบเขากลับไปว่า
“ค่ะ ทิชาเตรียมแปรงสีฟันไว้ให้พี่ณัฐ”
เธอแค่อยากทำหน้าที่ภรรยาก็เท่านั้น ไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งเล็ก ๆ ที่เธอตั้งใจทำให้เขา กำลังทำให้ณัฐเดชกรุ่นโกรธเธอได้ถึงเพียงนี้ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นพร้อมสันกรามที่นูนเด่นชัดบ่งบอกว่าเขากำลังข่มกลั้นโทสะเอาไว้
“ทีหลังอย่าทำอะไรแบบนี้อีก ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอมาดูแล ไม่ต้องมาทำหน้าที่เมียที่ดี เพราะเธอจะไม่มีวันได้เป็นเมียจริงๆของฉัน”
ปึง! เสียงประตูห้องน้ำถูกปิดลงอีกครั้งพร้อมลมหายใจที่ถูกผ่อนออกมาช้า ๆ จากร่างบางที่พยายามทำตัวเข้มแข็งเมื่อยืนต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้
นี่เป็นแค่การเริ่มต้นระหว่างเธอกับเขาเท่านั้น เพียงแค่วันแรกที่เราต้องอยู่ได้กันทิชารีย์ต้องปลอบใจตัวเองตลอดเวลา เธอจะต้องผ่านมันไปได้ เธอจะต้องเข้มแข็ง เธอจะต้องอดทนจนกว่าจะถึงวันที่เราสองคนจบสัญญาที่ให้ไว้กับบิดาของณัฐเดช
ข้อแม้ที่ณัฐเดชยื่นแลกเปลี่ยนกับบิดา อยากให้แต่งเขาก็จะแต่งให้ อยากให้จดทะเบียนสมรสเขาก็จะยอมจดให้ แต่ทุกอย่างนี้จะต้องจบลงเมื่อวันครบรอบแต่งงานมาถึง เขากับทิชารีย์จะหย่าจากกันทันที
การแต่งงานตามความต้องการของไมตรีเพื่อรักษาสัญญาที่ได้ให้ไว้กับเพื่อนรัก จะเกิดขึ้นแต่ทุกอย่างจะต้องจบลงเมื่อถึงวันครบรอบหนึ่งปีของการแต่งงาน
“อีกแค่12เดือนเองทิชา เธอจะผ่านมันไปได้ ทิชาจะทน เพื่อตอบแทนบุญคุณของคุณพ่อไมตรีที่ดูแลทิชา และที่รักษาสัญญากับคุณพ่อวาธิต ทิชาจะทำหน้าที่ดูแลเขาแทนพี่นิดาให้ดีที่สุด เท่าที่ทิชาจะทำได้นะคะ”
เขา คนที่เกลียดเธอทุกลมหายใจแต่เธอจะทำให้ดีที่สุดเพื่อดูแลเขา แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการก็ตาม
หน้าที่ภรรยาที่ไม่ควรเป็นของเธอ คนที่ควรมาอยู่ตรงนี้ควรจะเป็นพี่สาวของเธอ พี่นิดา ผู้หญิงที่พี่ณัฐรัก
ถ้าวันนั้นทิชารีย์ไม่ขอให้พี่สาวขับรถไปรับเธอที่มหาวิทยาลัย ถ้าเธอเปลี่ยนมาใช้รถประจำทางแทน วันนั้นก็คงไม่เกิดอุบัติเหตุและเธอจะไม่ต้องเสียพี่สาวที่เธอรัก ครอบครัวเพียงคนเดียวที่เธอมีอยู่ไป แล้วพี่ณัฐ...
พี่ณัฐจะได้แต่งงานกับพี่นิดาผู้หญิงที่เขารัก มันจะดีมากแค่ไหนที่ผู้ชายคนนี้จะได้แต่งงานเพื่อรักษาสัญญาตามความต้องการของบิดา และที่มากกว่านั้นคือเขาได้รักกับผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ การแต่งงานที่ไม่ได้แค่รักษาสัญญาเท่านั้นแต่เป็นการแต่งงานจากความรักของคนสองคนที่มีต่อกัน
ทุกอย่างมันควรเป็นแบบนั้น ถ้าวันนั้นทิชารีย์เพียงแค่เลือกเดินทางกลับบ้านด้วยรถประจำทาง แทนการยอมให้ฐนิดาออกมารับเธอ...
“พี่คิดถึงทิชาเหมือนกัน ถึงเราไม่ขอพี่ก็ตั้งใจจะขับรถไปรับที่มหา’ลัยอยู่แล้ว น้องสาวคนเก่งของพี่เรียนจบทั้งทีพี่สาวจะไม่ไปแสดงความยินดีได้ยังไง”
“น่ารักที่สุดเลยพี่นิดาของทิชา แต่ว่า ๆ ที่ยอมมารับน้องคงไม่ใช่เพราะคิดถึงอย่างเดียวใช่ไหมคะ ทิชารู้นะว่าพี่นิดาจะพาทิชาไปพบคุณว่าที่เจ้าบ่าวสุดหล่อ”
“ไม่ต้องทำมาเป็นรู้ทันพี่เลยทิชา”
“แหม ทำเสียงเขินทะลุโทรศัพท์ขนาดนี้ เก็บทรงหน่อยสิคะพี่นิดา เขินขนาดนี้พี่ณัฐตอนนี้ต้องหล่อมากแน่ๆ เมื่อ4ปีที่แล้วทิชาได้เจอพี่ณัฐแค่ครั้งเดียวเอง ตอนนั้นจำได้ว่าเขาหล่อมาก ตอนนี้ต้องหล่อกว่าเดิมแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะพี่นิดา”
“ไม่บอก เดี๋ยวให้มาตัดสินใจเองว่าหล่อขึ้นหรือหล่อเท่าเดิม”
“ขอหมั่นไส้พี่สาวได้ไหมเนี่ย ทิชาเริ่มอิจฉาพี่สาวตัวเองแล้วนะคะ ได้แต่งงานกับคนที่หล่อแล้วยังใจดีอีก รีบมารับเร็ว ๆ เลยค่ะ น้องอยากไปเจอหน้าพี่เขยสุดหล่อแล้ว”
“จ้า ๆ พี่ใกล้ถึง ว๊าย...” เอี๊ยด ตูม!!
“พะ พี่นิดา เกิดอะไรขึ้นค่ะ พี่นิดาตอบทิชาหน่อย ฮือๆ พี่นิดา! พี่นิดา! ไม่นะ!”
เหตุการณ์ที่ทิชารีย์ไม่มีวันลบเลือนได้ ทุกคำพูดที่เธอได้คุยกับพี่สาวเป็นวันสุดท้าย เสียงเบรกดัง เสียงรถปะทะกัน เสียงรถกู้ภัยที่เข้ามาถึงที่นั้นในเวลาไม่นาน เสียงกรีดร้องจากผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ดังที่ลอดออกมาจากโทรศัพท์ที่ทิชารีย์ถือแนบหูของตัวเอง
ความสั่นกลัว ความตกใจ ความรู้สึกดิ่ง การสูญเสียอีกครั้งที่เข้ามาในชีวิตเธอ ความเจ็บปวดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนั้น เธอไม่มีวันลืมเลือนมันไปได้ และมันยังเป็นแผลสดที่หัวใจของเธอ เพียงแค่โดนน้ำ เพียงแค่นึกถึง มันก็สร้างความปวดแสบ ปวดร้อนทรมานที่หัวใจเกินกว่าที่ใครจะรับรู้
“พี่ณัฐไม่ใช่คนเดียวที่เจ็บปวด ทิชาเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน หรืออาจจะเจ็บมากกว่าพี่ณัฐด้วยซ้ำ”
มองไปที่ประตูห้องน้ำที่ยังปิดอยู่ นี่คือสิ่งที่เธออยากบอกเขา เขาไม่ได้เจ็บปวกเพียงลำพัง
