บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 การกระทำของคนใจร้าย

ช่วงเวลาสำคัญได้ผ่านไปไวราวกับมีคนกดข้ามเวลาให้เธอกับเขาต้องมานั่งอยู่ในห้องที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ จะเรียกว่าเป็นห้องหอคืนแรกของเธอกับสามีก็ได้และนี่คือความประสงค์ของคุณพ่อสามี

ทิชารีย์ไม่แน่ใจถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของไมตรีแต่คิดว่า ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลอะไรก็ตามแต่ สิ่งที่ท่านเลือกไว้ให้ล้วนเป็นความประสงค์ดีจากคนเป็นพ่อทั้งนั้น

ในชีวิตที่ตอนนี้ไม่เหลือใครแล้วแต่เธอยังโชคดีที่มีคุณพ่อของสามีที่ยินดีต้อนรับและให้ความเอ็นดูเธอเหมือนเป็นลูกสาวของท่านอีกหนึ่งคน ความเมตตาที่เธอได้รับนี้อาจเป็นเพราะเธอคือลูกสาวของเพื่อนรักก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างไรทิชารีย์ก็รู้สึกขอบคุณไมตรีจากหัวใจ

คงจะดีไม่น้อยหากความเมตตานี้ถูกส่งต่อมาที่ตัวลูกชายของไมตรีบ้าง

“คืนนี้คุณพ่ออยากให้เราสองคนพักกันที่นี่ก่อนค่ะพี่ณัฐ ท่านคงเห็นว่าเราสองคนเพลียมากจึงอยากให้นอนค้างกันสักหนึ่งคืน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทางไปเพนท์เฮ้าส์ที่เป็นเรือนหอของเราค่ะ”

ทิชารีย์เลือกที่จะเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน เพราะเธอเองเริ่มทนความกดดันจากการที่ต้องนั่งรอให้คนที่เป็นสามีพูด หรือแสดงความต้องการอะไรสักอย่างออกมาไม่ไหวแล้ว เธอรอมาเกือบหนึ่งชั่วโมง เขาก็ยังไม่ทำอะไรเลยนอกจากยกขวดเหล้าขึ้นดื่ม

ตอนนี้เราทั้งสองคนยังอยู่ในชุดแต่งงานด้วยกันทั้งคู่ ทิชารีย์อยากอาบน้ำล้างตัวมากแต่ใจไม่กล้าพอที่จะเอ่ยรบกวนให้ณัฐเดชช่วย ชุดแต่งงานนี้ก็เหลือเกินจะผูกอะไรเยอะแยะนักก็ไม่รู้ พยายามจะแก้ปมเชือกแล้วแต่ทำไม่ได้

“พี่ณัฐช่วยแก้โบว์ที่ผูกอยู่ด้านหลังชุดให้ทิชาหน่อยได้ไหมคะ ทิชาพยายามแล้วค่ะแต่เอื้อมมือไปไม่ถึง”

ในที่สุดเธอก็ต้องยอมแพ้ ตัดสินใจเอ่ยขอความช่วยเหลือจากเขา

“หึ ถ้าไอ้ชุดนี่มันจะลำบาก แล้วเธอเลือกมันมาใช้ในวันนี้ทำไม”

ปากพูดส่วนมือก็ยกขวดเหล้าขึ้นดื่ม ไม่มีการขยับตัวลุกขึ้นเดินมาช่วยเหลือเธอ ขณะที่เขาพูดก็ทำแค่เลื่อนสายตามามองสำรวจชุดเจ้าสาวที่เธอสวมใส แล้วหันกลับไปสนใจที่หน้าจอโทรทัศน์เหมือนเดิม

“ทิชาไม่ได้เป็นคนเลือก ชุดนี้พี่ณัฐเลือกเองนะคะ”

กึก คำพูดของทิชารีย์เหมือนไปกระตุ้นต่อมความทรงจำที่ณัฐเดชไม่อยากนึกถึงมันขึ้นมา สิ่งที่เธอพูดมันคือความจริง ใช่ เขาเป็นคนเลือกชุดนี้ด้วยตัวของเขาเองแต่คนที่ควรจะได้ใส่ชุดแต่งงานสวย ๆ นี้ไม่ควรเป็นเธอ

“เธอตั้งใจจะพูดว่าอะไรกันแน่ทิชารีย์ เธอตั้งใจทำให้ฉันนึกถึงเรื่องนั้นใช่ไหม”

“ปะ เปล่านะคะ ทิชาไม่ได้ตั้งใจ”

“เธอตั้งใจ!”

เพล้ง ขวดแก้วถูกเขวี้ยงลงพื้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ น้ำสีอำพันเจ่อนองไปทั่วบริเวณนั้น

สิ่งที่ณัฐเดชทำสร้างความตกใจให้กับทิชารีย์เป็นอย่างมากและเขาไม่ปล่อยเธอได้ตั้งสติ สองขาแข็งแรงก้าวยาว ๆ เข้าถึงตัวของร่างบาง จับแขนทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นแล้วดันคนแรงน้อยกว่าให้แผ่นหลังแนบชิดติดผนังเย็น ๆ ของห้อง

“พะ พี่ณัฐ ฮึก” ทิชารีย์ทั้งกลัว ทั้งตกใจ เธอไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน เขาน่ากลัวมาก ดวงตาคมทั้งสองข้างเข้มขึ้น จ้องเขม็งเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะฉีกร่างกายของเธอเป็นชิ้น ๆ เสียตอนนี้

“พี่ณัฐ ทิชาเจ็บนะคะ”

น้ำหนักมือที่บีบข้อมือทั้งสองของเธอแรงมาก เขากดแรงจนทิชารีย์รู้สึกชาตรงบริเวณนั้น เธอเจ็บจนต้องนิ่วหน้าออกมาแต่ณัฐเดชไม่มีความสงสารเธอเลยแม้แต่น้อย เหมือนจะเพิ่มแรงบีบมากขึ้นตามโทสะที่เริ่มเพิ่มขึ้นในหัวใจของเขา

“เธอเจ็บแค่นี้ มันไม่เท่าที่ฉันเคยเจ็บหรอกทิชา เจ็บแค่นี้มันน้อยไปด้วยซ้ำ”

ความโกรธแค้นผสมกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ความสามารถให้การควบคุมตัวเองของณัฐเดชลดลง ความรู้สึกนึกคิดถูกผิดเริ่มไม่มี ตอนนี้มีเพียงความโกรธเกลียดที่เขามีต่อผู้หญิงคนนี้เท่านั้น ไม่อยากเห็นหน้า ไม่ได้อยากอยู่ใกล้แต่เพราะอะไร ทำไม! คุณพ่อต้องบังคับเขาให้แต่งงานกับเธอด้วย

“ถอดยากนักใช่ไหมไอ้ชุดเฮงซวย”

ในเมื่อถอดไม่ได้ก็ฉีกมันออกซะ มือหนาทั้งสองข้างย้ายมาจับขอบชุดบริเวณเนินหน้าอกแล้วใช้แรงกายที่เขามีฉีกชุดให้ขาดแยกออกจากกัน

แควก

กรี๊ด

“พี่ณัฐ!!”

ทิชารีย์กรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจ เมื่อชุดเจ้าสาวที่เธอสวมใส่อยู่นั้น ถูกคนใจร้ายฉีกขาดได้อย่างง่ายได้และเผยให้เห็นเรือนร่างท่อนบนที่ตอนนี้มีเพียงบราปีกนกปกปิดส่วนหวงแหนเอาไว้

สองแขนเล็กรีบยกขึ้นมาปิดบังเต้าทรวงอวบอิ่มและยังโชคดีที่ชุดฉีกขาดได้ถึงช่วงเอวเท่านั้นทำให้ช่วงล่างของเธอยังมีส่วนที่เหลือของชุดปกปิดไว้อยู่

“...” อึก ภาพร่างอรชรที่กำลังเปลือยท่อนบน ผิวขาวเนียนสวย มองแล้วเย้ายวนใจยิ่งนัก ทว่า...

เพราะความขาวสว่างของผิวหญิงสาวทำให้เหมือนมีอะไรบางอย่างตีเขาที่หัวของณัฐเดชอย่างจัง และตอนนั้นเองเขาถึงได้มีสติและพบว่าตัวเองได้ทำเรื่องแย่ๆลงไป

เขาไม่ใช่คนดีแต่ก็ไม่เคยคิดจะทำเรื่องทุเรศแบบนี้กับใคร เป็นเพราะเขาไม่มีสติจริง ๆ บวกกับไฟแค้นในใจที่มีต่อทิชารีย์ เขาจึงปล่อยให้อารมณ์ควบคุมร่างกายและพลั้งมือทำแบบนั้นออกไป

“ฉัน...” เขาควรจะพูดคำว่าขอโทษออกไป แต่ทิฐิที่มีมันมากกว่า ณัฐเดชทำเพียงยืนนิ่งทอดสายตามองไปยังร่างแบบบางที่ทรุดตัวนั่งลงบนพื้น สะอื้นไห้ตัวโยน น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มเนียนใสทั้งสองข้าง จะเช็ดน้ำตาก็ทำไม่ได้เพราะต้องใช้ทั้งมือและแขนปิดบังร่างกายส่วนบนของตัวเองไว้

ต่อให้เขาจะเกลียดผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหนแต่ภาพตรงน่ามันทำให้เขารู้สึก สงสาร ‘หึ ก็แค่สงสาร’

ฟุบ เสื้อสูทตัวนอกถูกโยนมาทิ้งไว้ตรงหน้าของหญิงสาว พร้อมกับคนที่โยนเสื้อตัวนั้นมาให้ทิชารีย์หมุนตัวยืนหันหลังให้เธอแล้วพูดขึ้นว่า

“คลุมซะ แล้วรีบไปจัดการตัวเองในห้องน้ำให้เรียบร้อย อย่ามานั่งร้องไห้ทำตัวน่ารำคาญให้ฉันเห็น”

“…”

ไม่มีเสียงตอบรับอะไรออกมา ณัฐเดชได้ยินเพียงเสียงเปิดประตูห้องน้ำและคาดว่าเธอคงเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วเรียบร้อย

หมุนตัวกลับมาช้า ๆ ยืนมองตรงพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ทิชารีย์เคยนั่งร้องไห้อยู่ เขามองดูด้วยสีหน้าเรียบเฉยคาดเดาไม่ได้ว่าณัฐเดชกำลังคิดอะไรก่อนจะเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานที่อยู่ในห้องพักนี้ กดเบอร์โทรเรียกให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดและเก็บเศษแก้วจากขวดที่เขาทำแตกไว้ ‘มันก็แค่เศษซากของสิ่งที่ไม่มีค่า’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel