บท
ตั้งค่า

4 เราสามคน

กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกลำเลียงขึ้นสู่รถหรูเพื่อมุ่งหน้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ คุณย่าวิไลที่กลับมาอยู่ที่บ้านหลังจากที่ไปอยู่กับลูกสาวมาหนึ่งสัปดาห์ ท่านมายืนส่งคู่บ่าวสาวเพื่อไปฮันนีมูนที่ประเทศนอร์เวย์ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของผู้สูงวัยคือสามีที่แสนดีโอบไหล่ภรรยาสาวอย่างทะนุถนอม ณัฐวุฒิสวมบทบาทสามีได้อย่างไม่มีที่ติ

แต่สำหรับนัสริน สัมผัสจากฝ่ามือของเขาที่โอบไหล่เธอนั้นมันเย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง เธอต้องซ่อนแววตาที่บอบช้ำไว้ภายใต้แว่นกันแดดราคาแพง และปั้นหน้ายิ้มจนเมื่อยขากรรไกร เพราะลึก ๆ แล้วเธอรู้ดีว่าทริปฮันนีมูนครั้งนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นชีวิตคู่ แต่มันคือการเริ่มต้นของละครฉากใหญ่ที่เธอถูกบังคับให้ร่วมแสดง โดยมีผู้ร่วมทางอีกคนที่ไปรอที่สนามบินแล้ว

.....

เมื่อเครื่องลงจอดที่สนามบินออสโล ประเทศนอร์เวย์ ลมหนาวปะทะเข้าที่ใบหน้าทันทีที่ก้าวออกจากตัวอาคารสนามบิน นัสรินกระชับเสื้อโค้ตตัวหนาเข้าหาตัว ความหนาวที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว แต่มาจากบรรยากาศเราสามคนที่เริ่มชัดเจนขึ้นทันทีที่พ้นสายตาผู้คนในประเทศไทย

“วิชย์ เหนื่อยไหมครับ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องรถเช่าเอง คุณไปนั่งพักกับโรสตรงโน้นก่อนนะ” ณัฐวุฒิเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่นัสรินไม่เคยได้รับ เขาหันไปสบตากับคนรักของเขาด้วยความอาทร ก่อนจะปรายตามามองภรรยาด้วยแววตาเรียบเฉย

“โรส พี่ฝากดูแลวิชย์ด้วยนะ อย่าให้เขาต้องยกกระเป๋าหนัก ๆ เดี๋ยวจะเจ็บข้อมือเอา เขาเป็นหมอศัลยกรรมมือเขาสำคัญมาก”

คำสั่งนั้นทำให้นัสรินจุกจนพูดไม่ออก เธอเดินตามหลังหมอสรวิชย์ไปยังจุดนั่งพัก หมอหนุ่มในชุดกันหนาวดูดีมีรอยยิ้มประดับใบหน้าตลอดเวลา เขาหันมามองนัสรินด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย แต่กลับดูเหมือนแฝงความสงสารในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรมที่เขาถือไพ่เหนือกว่า

“คุณโรสโอเคไหมครับ อากาศที่นี่หนาวกว่าที่คิดนะ” สรวิชย์ถามน้ำเสียงราบเรียบ

“โรสโอเคค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ พลางเบือนหน้าหนีไปมองหิมะที่ขาวโพลนภายนอก ใจเธออยากจะตะโกนถามออกไปเหลือเกินว่าพวกเขาทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร แต่สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงเงียบ เพราะสัญญาสิบล้านบาทมันค้ำคอเธออยู่

รถเอสยูวีที่เช่าไว้พาคนทั้งสามมุ่งหน้าสู่เมืองทางตอนเหนือซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของการชมแสงเหนือ ณัฐวุฒิจองรีสอร์ตสุดหรูสไตล์โดมแก้วเพื่อให้มองเห็นท้องฟ้าได้ชัดเจน แต่อารมณ์โรแมนติกที่ควรจะมีกลับกลายเป็นความอึดอัดที่รอวันระเบิด

“โรส มาทางนี้หน่อย พี่จะถ่ายรูปคู่ส่งไปให้คุณย่าดู” ณัฐวุฒิเรียกเธอเมื่อพวกเขาไปถึงจุดท่องเที่ยวที่เป็นสะพานไม้ทอดยาวลงสู่ทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง

เขาสั่งให้เธอมายืนชิดอกเขา โอบเอวเธอไว้แน่น และแสร้งทำเป็นกระซิบข้างหูให้เธอยิ้มออกมา นัสรินต้องทำตามคำสั่ง ปั้นหน้ายิ้มหวานสู้กล้องโทรศัพท์ที่หมอสรวิชย์เป็นคนอาสาถือถ่ายให้

“สวยมากครับ ทั้งวิวทั้งคนเลย” สรวิชย์บอกพลางส่งโทรศัพท์คืนให้ณัฐวุฒิ

ทันทีที่ถ่ายเสร็จ ณัฐวุฒิก็ปล่อยมือจากเอวของเธอทันทีราวกับถูกของร้อน เขาเปิดแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย อัปโหลดรูปคู่พร้อมแคปชั่นหวานเพื่อให้บรรดาญาติและเพื่อนฝูงได้กดไลก์และชื่นชมความรักจอมปลอมนี้

“เสร็จธุระแล้วนะโรส เดี๋ยวพี่กับวิชย์จะไปเดินดูทางโน้นหน่อย เห็นเขาบอกว่ามีร้านกาแฟที่วิวสวยมาก โรสเดินเล่นแถวนี้ไปก่อนแล้วกันนะ อ้อ อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยล่ะ ถ้าหนาวก็กลับไปรอที่รถก่อนได้เลย”

พูดจบเขาก็เดินคู่ไปกับหมอสรวิชย์ออกไป ทิ้งให้นัสรินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระหน่ำ ภาพชายสองคนเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินหิมะ ทั้งสองหัวเราะและยิ้มกันอย่างมีความสุข มันช่างบาดตาบาดใจคนที่เป็นภรรยาอย่างเธอจนต้องเบือนหน้าไปมองทางอื่น

นัสรินมองตามแผ่นหลังของสามีที่ดูจะลืมไปเสียสนิทว่าเขามีภรรยามาด้วยอีกคน เธอเดินทอดน่องไปตามทางเดินคนเดียวด้วยความเหงา น้ำตาที่กลั้นไว้ค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม เธอคุ้นเคยกับความหนาวเย็น แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกดำ ไม่ใช่เพราะอุณหภูมิติดลบ แต่เป็นเพราะความโดดเดี่ยวมากกว่า

.....

ท้องฟ้าเริ่มมืดลงจนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ดวงดาวนับพันเริ่มปรากฏให้เห็น ภายในโดมแก้วหรูหรานั้นมีเพียงความเงียบเธออยู่ตามลำพังคนเดียวขณะที่สามีก็อยู่กับคนรักของเขา

“พี่ณัฐคะ โรสขอออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยได้ไหมคะ” เธอเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย

“ข้างนอกมันหนาวมากนะโรส อีกอย่างมันมืดแล้วด้วย” ณัฐวุฒิแย้ง แต่สายตายังมองอยู่ที่หน้าของสรวิชย์

“โรสอยากไปดูบรรยากาศรอบ ๆ ค่ะ”

“งั้นก็ตามใจ แต่อย่าไปไกลล่ะ เดี๋ยวจะหลงทางเอา”

คำอนุญาตง่าย ๆ นั้นแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นห่วงเธอเลยแม้แต่น้อย ขอเพียงแค่เธอไม่อยู่ขวางหูขวางตาเวลาที่เขาจะแสดงความรักกับคนของเขา เขาก็พร้อมจะปล่อยเธอไปที่ไหนก็ได้

นัสรินสวมเสื้อคลุมทับอีกชั้นแล้วเดินออกมาจากบรรยากาศที่อึดอัด ความมืดมิดของธรรมชาติโอบล้อมเธอไว้ หญิงสาวเดินตรงไปยังบาร์ของโรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก

เธอต้องการแอลกอฮอล์ เธอต้องการอะไรก็ได้ที่จะทำให้ความชาหนึบในหัวใจหายไปบ้าง แม้เพียงชั่วคราวก็ยังดี

หญิงสาวก้าวเข้าไปในบาร์ สั่งเครื่องดื่มแรง ๆ มาดื่มรวดเดียวจนลำคอแสบร้อน เธอเลือกนั่งในมุมมืดที่ไกลจากผู้คนที่สุด สภาพของเธอเวลานี้ดูไม่เหมือนคนมาฮันนีมูนเลยสักนิด

“ฮันนีมูนที่นอร์เวย์ ฮันนีมูนที่สามคน ตลกสิ้นดี” เธอหัวเราะกับตัวเองพลางยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง

น้ำตาเม็ดโตหยดลงในแก้วเหล้า นัสรินไม่รู้ว่าจะทนอยู่ในสภาพนี้ได้ครบหนึ่งปีไหม

ในตอนนั้นเองที่เธอไม่ได้สังเกตเลยว่า ที่มุมหนึ่งของบาร์ มีสายตาคมเข้มคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่เธอด้วยความสนใจ ชายหนุ่มมาดขรึมในชุดสเวตเตอร์สีดำสนิทที่ดูภูมิฐาน เขาเฝ้ามองหญิงสาวลูกครึ่งที่นั่งร้องไห้ดื่มเหล้าคนเดียวมาพักใหญ่แล้ว ความเศร้าที่แผ่ออกมาจากตัวเธอมันช่างรุนแรงจนเขาสัมผัสได้

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ อัคคี หรือ ไฟ ผู้ชายที่เธอไม่เคยรู้จักกำลังจะก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ และเขาจะเป็นคนเดียวที่กล้าจุดไฟเผาทำลายความหนาวเหน็บที่ณัฐวุฒิทิ้งไว้ในใจของเธอให้มอดไหม้
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel