บท
ตั้งค่า

5 ไออุ่นในคืนเหน็บหนาว

นัสรินยังคงนั่งดื่มอย่างต่อเนื่องเพราะหวังให้ความเมาช่วยลบความเจ็บปวดออกจากไปจากใจ

“เหล้าแรง ๆ มันไม่เหมาะกับคนสวย ๆ ที่ต้องมานั่งร้องไห้คนเดียวหรอกนะครับ”

เสียงทุ้มต่ำและนิ่งลึกดังขึ้นข้างกาย นัสรินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปัดน้ำตาออกจากแก้ม เธอหันไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามานั่งข้าง ๆ เธอจำได้ว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“แล้วต้องเหมาะกับคนแบบไหนล่ะคะ”

“ไม่รู้สิ ผมรู้แค่ไม่เหมาะกับคุณ มาเที่ยวเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ”

“การมาที่นี่ส่วนใหญ่เขาจะออกดูแสงเหนือกันนะครับ แต่คุณกลับมานั่งดื่มคนเดียวแบบนี้ ถ้าผมเดาคงอกหักใช่ไหมล่ะ”

“ไม่เชิงหรอกค่ะ ฉันแค่มาดื่มคลายหนาวค่ะ” เธอตอบเสียงอู้อี้ด้วยภาษาอังกฤษและพยายามจะวางตัวให้ปกติที่สุด

“คลายหนาวหรือคลายทุกข์กันแน่ ผมชื่ออัคคีครับ ผมเห็นคุณนั่งดื่มคนเดียวมาสักพักแล้ว เลยอยากมาทำความรู้จักในฐานะคนไทยเหมือนกัน” เขาตอบมาด้วยภาษาเดียวกัน

“คุณรู้เหรอคะ” หญิงสาวถามกลับด้วยภาษาไทย ใบหน้าของเธอตื่นเต้นนิดหน่อยที่ได้เจอคนไทยด้วยกัน

“บังเอิญเมื่อกี้เดินผ่านแล้วได้ยินคุณบ่นเป็นภาษาไทยนะครับ”

“อ๋อ....”

“จะไม่แนะนำตัวเองหน่อยเหรอครับ”

“ฉันชื่อโรสค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณโรส”

“ยินดีเช่นกันค่ะคุณอัคคี”

ด้วยความที่ความอัดอั้นมันมีมากเกินไป ประกอบกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เริ่มเข้าสู่กระแสเลือดจนทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน นัสรินที่ปกติเป็นคนเก็บตัวกลับเริ่มระบายความในใจออกมาให้คนแปลกหน้าฟังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

“คุณอัคคีคะ คุณเคยรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอากาศธาตุไหม” เธอถามพลางแค่นหัวเราะ

“ยังไงล่ะครับ”

“ฉันมาฮันนีมูนค่ะ แต่กลับต้องมานั่งดื่มคนเดียว”

“แล้วสามีของคุณล่ะครับ”

“หึ หึ สามีของฉันเขาพาคนรักของเขามาฮันนีมูนด้วย ฉันเลยต้องเหงาอยู่คนเดียว”

“เขาพาคนรักมาด้วยในทริปฮันนีมูนเหรอ” อัคคีถามพลางขมวดคิ้วเพราะมันฟังดูไม่เมคเซ้นส์เลย

“ใช่ค่ะ ฮันนีมูนสามคน ช่างเป็นการจัดการที่ลงตัวจนฉันอยากจะอ้วก สิบล้านคือราคาที่เขาจ่ายเพื่อแลกกับการเป็นเมียบังหน้าหนึ่งปี หนึ่งปีที่ต้องเห็นเขารักกัน กอดกัน หัวเราะกัน ในขณะที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะได้รับการกอดจากเขาเลยสักครั้ง ฉันเคยคิดว่าการแต่งงานคือการเริ่มต้นชีวิตที่แสนหวาน แต่ฉันว่ามันขมชะมัด มีใครบ้างที่เจอแบบฉัน”

“คุณรักเขาเหรอ”

“เปล่าหรอกค่ะ ฉันกับเขารู้จักกันไม่นาน ฉันยังไม่มีแฟน ไม่มีคนรักและคิดว่าฉันกับเขาจะรักกันได้ ฉันผิดหวังและเสียใจเพราะคาดหวังว่าจะมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนคู่แต่งงานอื่น ๆ” ความเมาเริ่มทำให้คำพูดของเธอไหลลื่นและตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ เธอเริ่มพูดถึงความลับที่น่าอับอายที่สุด

“เขาทิ้งฉันไว้อีกห้อง แล้วเขาก็ไปนอนด้วยกัน คุณรู้ไหม ฉันยังไม่เคยรู้เลยว่าความรู้สึกที่ถูกผู้ชายกอดด้วยความรัก ความรู้สึกที่สามีภรรยาควรจะมีต่อกันมันเป็นยังไง” เธอยังระบายออกมาอย่างต่อเนื่อง

อัคคีขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ของเขาอบอวลอยู่รอบตัวจนนัสรินรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็น

“อยากรู้จริง ๆ เหรอว่าความสุขมันเป็นแบบไหน” อัคคีถามเสียงทุ้ม สายตาคมกริบกวาดมองไปตามริมฝีปากอิ่ม

“อยากสิคะ แต่ชีวิตฉันมันคงไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ฉันคงต้องรอให้ครบหนึ่งปีเสียก่อน รอให้สัญญาสกปรกนั่นจบลง แล้วฉันจะไปหาความสุขให้ตัวเองที่ไหนก็ได้” เธอถอนหายใจยาว

“ทำไมต้องรอให้ครบปี ในเมื่อสามีคุณเขามีความสุขกับคนรักของเขาได้ แล้วทำไมคุณต้องรอล่ะ”

“เพราะฉันยังอยู่ในฐานะภรรยาของเขา”

“การแต่งงานของคุณมันก็แค่ฉากบังหน้า มันไม่มีความรักและความรับผิดชอบ มันก็คือโซ่ตรวนที่ไร้ความหมาย ในเมื่อเขามีความสุขได้ คุณก็ควรจะมีความสุขบ้าง และผมจะทำให้คุณลืมความขมของฮันนีมูนให้หมด”

“คุณจะทำยังไง”

“อยากรู้เหรอ” อัคคีโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินผิวแก้มของเธอ

คำพูดของเขาเหมือนมนต์สะกด นัสรินมองดวงตาที่ลุกโชนด้วยประกายไฟของอัคคี ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดเริ่มปะทุขึ้น

“ฉัน....”

“โอกาสที่เราจะเจอกันอีกครั้งมันน้อยมาก หลังจากคืนนี้เราจะเป็นเพียงคนแปลกหน้าสองคนที่มอบความสุขและความอบอุ่นให้กันในคืนที่หนาวที่สุด คุณจะไปกับผมไหม” อัคคีเสนอพลางลูบไล้ปลายนิ้วไปบนเรียวแขนของเธอ

สมองของนัสรินสั่งการให้ปฏิเสธ แต่หัวใจที่บอบช้ำและร่างกายที่โหยหาความอบอุ่นกลับทรยศ เธอคิดถึงภาพณัฐวุฒิที่เดินโอบเอวหมอสรวิชย์ไปต่อหน้าต่อตา

ในเมื่อเขาเลือกจะมีความสุขบนความทุกข์ของเธอ ทำไมเธอจะเลือกมีความสุขบนความต้องการของตัวเองบ้างไม่ได้

“ฉัน...” นัสรินเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่

“ว่าไงครับ”

“ฉันจะไปกับคุณค่ะ”

อัคคีไม่รอช้า เขาคว้ามือบางของเธอแล้วเดินนำออกจากบาร์ มุ่งหน้าไปยังที่พักของเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก

เมื่อประตูห้องพักปิดลง ความเงียบงันในห้องกลับกลายเป็นความเร่าร้อนที่แผ่กระจายออกมาจากคนทั้งคู่ อัคคีไม่รอช้าเขาดึงร่างของนัสรินเข้ามาสวมกอด สัมผัสแรกที่แผ่นหลังและเอวของเธอถูกโอบรัดด้วยอ้อมแขนกำยำนั้นทำให้นัสรินสั่นสะท้านไปทั้งตัว นี่คือไออุ่นที่เธอถวิลหามาตลอด

“คุณแน่ใจนะ....โรส” เขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจครั้งสุดท้าย

“แน่ใจค่ะ....ได้โปรด ทำให้ฉันลืมทุกอย่างไปให้หมดซะที”

สิ้นคำขอร้อง อัคคีก็มอบจุมพิตที่เร่าร้อนและรุนแรงราวกับเปลวเพลิงที่เผาไหม้

นัสรินตอบรับจูบนั้นด้วยความโหยหา เธอไม่เคยรู้เลยว่าการถูกจูบด้วยความเสน่หาและความต้องการมันจะทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกได้ขนาดนี้

อัคคีค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นอย่างใจเย็น สายตาของเขาที่มองเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความหลงใหลและชื่นชม เขาปฏิบัติกับเธอราวกับเธอเป็นของล้ำค่า

บทรักในคืนนั้นยาวนานและเต็มไปด้วยความซาบซ่านที่นัสรินไม่เคยคาดฝัน อัคคีสอนให้เธอรู้จักสัมผัสของความเป็นหญิง รู้จักความต้องการที่พลุ่งพล่าน และรู้จักความสุขสมที่เกิดจากความปรารถนาอย่างแท้จริง ทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอถูกไฟของเขาเผาไหม้จนร้อนรุ่มไปหมด

ในอ้อมกอดของคนแปลกหน้า นัสรินหลับไปพร้อมกับหยาดน้ำตาแห่งความสุขที่ปนเปไปกับความเจ็บปวดที่เจือจางลง เธอไม่ได้รู้สึกผิดที่ทรยศสามีที่ไม่มีใจให้ แต่เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้พบกับโลกที่ไม่เคยมาเยือน

หญิงสาวลืมตาขึ้นอีกครั้งในช่วงเช้า ความทรงจำของค่ำคืนทำให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว เธอค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนที่ว่างเปล่าอัคคีไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว หญิงสาวมองบนโต๊ะข้างเตียงมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ วางทับอยู่บนปึกธนบัตรสกุลเงินโครนจำนวนมาก

นัสรินหยิบมันขึ้นมานับ 30,000 โครน (ประมาณหนึ่งแสนบาทไทย) กับข้อความในโน้ตเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ

“สำหรับกุหลาบที่สวยที่สุดที่ผมเคยพบ ขอบคุณสำหรับคืนที่วิเศษที่สุดครับ”

หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ และรู้สึกสับสนกับจำนวนเงินที่เขาให้มา มันดูเหมือนเป็นการซื้อขาย แต่ความรู้สึกที่เขาให้เธอนั้น มันมีค่ามากกว่าเงินจำนวนนี้
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel