กุหลาบร่านไฟ

80.0K · จบแล้ว
จินต์พิชา
42
บท
647
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"เพราะเงินสิบล้าน... เธอจึงยอมสวมหน้ากากเป็นสะใภ้ตระกูลดัง โดยไม่รู้เลยว่า ‘ทะเบียนสมรส’ ใบนั้น คือกรงขังที่สามีสร้างไว้บังหน้าความรักวิปริตของตนเอง" เมื่อความจริงตบหน้าฉาดใหญ่ว่าสามีผู้เฉยชา มีคนรักเป็น ‘ผู้ชาย’ และเธอเป็นเพียงหุ่นเชิดพินัยกรรม ค่ำคืนอันหนาวเหน็บที่นอร์เวย์จึงผลักดันให้ ‘นัสริน’ กุหลาบงามที่ถูกทอดทิ้ง ประชดโชคชะตาด้วยการทอดกายให้แก่คนแปลกหน้าในบาร์... ปล่อยให้อารมณ์รักและไฟราคะแผดเผาความขมขื่นจนมอดไหม้ เธอคิดว่ามันจะเป็นเพียงความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่จบลงพร้อมเงินปึกหนาและกระดาษโน้ตแผ่นเดียว ทว่าเมื่อกลับเมืองไทย ไฟกองเดิมที่เคยแผดเผาเธอกลับย้ายมาอยู่ ‘บ้านรั้วเดียวกัน’ ในฐานะคุณอาของสามี ตบตาคุณย่า ปิดหนี้ให้พ่อ หลบซ่อนสามี... และลักลอบเป็นชู้กับคนข้างบ้าน! ความลับที่แลกมาด้วยเนื้อหนังและหัวใจครั้งนี้ จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน?

21+ดราม่าคู่นอนคืนเดียวรักต้องห้ามดีไซเนอร์นิยายรัก

1 วิวาห์ที่ไม่หวาน

ภายในห้องโถงโรงแรมเต็มไปด้วยแขกที่มาร่วมงานแต่งงานของ นัสริน หรือ โรส หญิงสาววัย 22 ปี ผู้มีใบหน้าสวยตามแบบฉบับลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสล้อไปกับแสงไฟระยิบระยับของโคมไฟบนเพดาน

วันนี้ควรเป็นวันที่ผู้หญิงทุกคนมีความสุขที่สุด แต่มันกลับเป็นวันที่นัสรินรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่โลกอีกใบที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

“ยิ้มหน่อยสิยัยโรส แขกมองกันใหญ่แล้ว” เสียงกระซิบจากด้านหลังทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย เป็นเสียงของ แมนดี้ เพื่อนสนิทที่แต่งหน้าให้เธอในวันนี้ เขามากับ แพรวา และ เฌอแตม เพื่อนร่วมก๊วนร้านเสื้อผ้าที่ยืนอยู่ไม่ห่าง

“ก็มันตื่นเต้นนี่คะ แขกมากันเยอะมาก โรสคิดว่าจะเป็นงานแต่งเล็ก ๆ เสียอีก”

“จะเล็กได้ยังไงล่ะ ครอบครัวของคุณณัฐวุฒิว่าที่สามีของแกมีชื่อเสียงมากแขกก็ต้องมากเป็นธรรมดา” แพรวากระซิบ

“ฉันไม่รู้มาก่อนเลย ฉันกับพี่วุฒิรู้จักกันไม่นานก็ต้องมาแต่งงานกันแล้ว”

“เอาเถอะแก คุณณัฐวุฒิเขาก็หล่อ รวย การศึกษาดี โปรไฟล์ระดับทายาทโรงพยาบาลเอกชนเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ แต่งไปก็สบายไปทั้งชาติ” เฌอแตมถามเสียงเบา

สบายไปทั้งชาติ คำพูดนั้นเสียดแทงใจนัสรินอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่ได้แต่งงานเพราะความรัก และไม่ได้แต่งเพราะความสบาย แต่เธอแต่งเพื่อ ชดใช้หนี้ ให้กับครอบครัว หนี้สินก้อนใหญ่ที่เกิดจากการทำธุรกิจของบิดาและการตัดสินใจกลับมาเมืองไทยครั้งนี้มีราคาที่ต้องจ่ายสูงถึงสิบล้านบาท ซึ่ง ณัฐวุฒิ เจ้าบ่าวของเธอเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด

เมื่อถึงเวลาฤกษ์มงคล นัสรินก้าวเดินออกไปพร้อมกับพ่อที่เดินมาส่งตัวเธอ ณ ปลายทางนั้นคือชายหนุ่มในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม

เขาคือทายาทเพียงคนเดียวที่กำลังจะได้หุ้นของบิดาที่มีมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ตามเงื่อนไขในพินัยกรรมที่ระบุว่าเขาต้องแต่งงานมีครอบครัวเป็นตัวเป็นตนเสียก่อนหุ้นของบิดาจึงจะตกเป็นของเขา

ตลอดพิธีการสวมแหวนและรดน้ำสังข์ นัสรินสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเจ้าบ่าว เขาไม่ได้มองสบตาเธอด้วยความหลงใหลเหมือนที่เจ้าบ่าวทั่วไปควรมอง แต่แววตาของเขาดูว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความรีบเร่ง ราวกับอยากจะให้พิธีนี้จบลงไปโดยเร็วที่สุด

เวลาล่วงเลยจนถึงค่ำคืนที่ควรจะเป็นคืนเข้าหออันแสนเร่าร้อน นัสรินนั่งอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจ เธออยู่ในชุดนอนผ้าซาตินบางเบาสีครีมที่เพื่อน ๆ ช่วยกันเลือกให้ หัวใจเธอเต้นรัวด้วยความกังวล เธอไม่เคยผ่านมือชายใดเพราะตั้งใจจะมอบให้กับคนที่เธอจะแต่งงานด้วย แม้จะเป็นลูกครึ่งและไปเรียนที่อังกฤษมาถึงสี่ปี แต่เธอก็ยังคงเก็บสิ่งมีค่าของผู้หญิงไว้ได้อย่างดี มันจึงทำเธอทั้งประหม่าและตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในห้องหอ

เมื่อประตูห้องน้ำเปิดออก ณัฐวุฒิเดินออกมาในชุดนอนสีเทา เขามีสีหน้าเคร่งเครียดและเอาแต่ก้มดูโทรศัพท์มือถือในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียง

“เหนื่อยไหมครับ” เขาถามสั้น ๆ พลางเดินไปหยิบแก้วน้ำมาจิบ

“นิดหน่อยค่ะ พี่ณัฐล่ะคะ”

“พี่รู้สึกล้ามาก งานวันนี้วุ่นวายกว่าที่คิด คืนนี้เราต่างคนต่างพักผ่อนเถอะ พี่ยังมีงานค้างที่ต้องเคลียร์ในอีเมลอีกนิดหน่อย โรสเข้าก่อนเลยนะไม่ต้องรอพี่” เขาพูดโดยไม่หันมามองเธอ

คำพูดของเขาเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดเข้าใส่ใบหน้าของเธอ นัสรินกะพริบตาปริบ ๆ มองเจ้าบ่าวหมาด ๆ ที่เดินไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง และเปิดแล็ปท็อปขึ้นมาทันที ราวกับว่าการทำงานสำคัญกว่าภรรยาที่นั่งอยู่ตรงหน้า

“ค่ะ” หญิงสาวตอบสั้น ๆ

เธอค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนที่ขอบเตียงฝั่งหนึ่ง หันหลังให้เขาด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันระหว่างโล่งอกที่ไม่ต้องทำเรื่องอย่างว่า และน้อยใจที่ดูเหมือนเธอจะไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเขาเลยแม้แต่น้อย

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

ชีวิตหลังแต่งงานไม่ได้หวานชื่นอย่างที่คิดไว้ ณัฐวุฒิยังคงทำตัวเป็นสามีที่เคร่งขรึมและห่างเหิน เขาออกจากบ้านแต่เช้าและกลับมาในเวลาที่เธอนอนหลับไปแล้ว และบางวันเขาก็อ้างว่างานยุ่งจนต้องนอนที่โซฟาในห้องทำงาน

“อ้าวโรส นึกว่าวันนี้จะไม่มาทำงานซะแล้ว ข้าวใหม่ปลามันขนาดนี้ยังมีแรงมาทำงานอีกนะ” แมนดี้ทักทายอย่างครื้นเครงเมื่อนัสรินเดินเข้ามาในร้านเสื้อผ้าที่พวกเธอร่วมกันเปิด

“หนึ่งอาทิตย์ที่หายไปเพราะคุณณัฐวุฒิเขาใช้งานแกหนักจนลุกมาทำงานไม่ไหวใช้ไหมล่ะ” แพรวาแซวต่อพลางสะกิดไหล่เพื่อนสาว

นัสรินได้แต่ยิ้มบาง ๆ พลางหยิบผ้าม้วนใหม่มาวางที่โต๊ะออกแบบ

“ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า ช่วงนี้พี่ณัฐเขามีงานเยอะ”

“โถ่ สามีระดับผู้บริหาร งานยุ่งเป็นธรรมดาแหละแก กลางวันทำงานหนักกลางคืนยังต้องทำหน้าที่สามีอีก ดูสิ หน้าตาดูอิ่มเอิบเชียว ยังไงก็ให้เขารักษาสุขภาพด้วยนะ” เฌอแตมพูดยิ้ม ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคำว่าอิ่มเอิบนั้นขัดกับความเป็นจริงในใจของเพื่อนเพียงใด

นัสรินไม่กล้าบอกใครว่า ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอและณัฐวุฒิยังไม่เคยมีอะไรกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่จูบหรือสวมกอดเขาก็ยังไม่เคยทำ เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าเขาคงเหนื่อยจริง ๆ งานบริหารโรงพยาบาลไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และหนี้สินสิบล้านที่เขาแบกรับไปจากครอบครัวเธอก็อาจจะเป็นแรงกดดันที่ทำให้เขาต้องมุ่งมั่นทำงานขนาดนี้

ก่อนหน้าที่จะแต่งงานกันชายหนุ่มเป็นคนสุภาพให้เกียรติเธอมากจนเธออดชื่นชมเขาไม่ได้แต่ก็ไม่คิดว่าหลังแต่งงานเขาก็จะยังสุภาพกับเธอจนไม่เหมือนคนที่แต่งงานกันแล้ว