3 หนึ่งปีที่ต้องทน
ปัจจุบัน
ภายในร้านเสื้อผ้าที่แอร์เย็นฉ่ำ นัสรินยืนอยู่หน้าโต๊ะออกแบบ มือที่ถือกรรไกรสั่นเล็ก ๆ เมื่อนึกถึงคำพูดของพ่อในวันที่เธอกลับมาถึงไทย
“โรส... พี่เขาเป็นคนดีนะลูก เขาช่วยเราไว้มากจริง ๆ พ่ออยากให้โรสดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่เมียคนหนึ่งจะทำได้นะ”
คำว่าดูแลให้ดีที่สุดดังวนเวียนอยู่ในหัว แต่เธอจะดูแลเขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคยอนุญาตให้เธอเข้าใกล้พื้นที่ส่วนตัวของเขาเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ในบ้านที่อาศัยอยู่ด้วยกันมาหนึ่งสัปดาห์ เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงแขกที่มาพักอาศัยชั่วคราว มากกว่าจะเป็นภรรยาของเขาอย่างที่ทุกคนเข้าใจ
“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจออกมาหนัก ๆ
“เป็นอะไรไปจ๊ะยัยโรส ถอนหายใจซะร้านแทบจะปลิว มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า หรือว่าสามีทำการบ้านหนักเกินไปจนเพลีย” แมนดี้เดินเข้ามาตบไหล่เบา ๆ
“เปล่าค่ะพี่แมนดี้ โรสแค่คิดเรื่องงานออกแบบชุดใหม่น่ะค่ะ กลัวจะทำออกมาไม่ถูกใจลูกค้า”
“ระดับแกแล้ว ไม่มีคำว่าไม่ถูกใจหรอก ขนาดชุดเจ้าสาวแกลูกค้ายังชมกันทั้งเมืองว่าสวยอย่างกับเจ้าหญิง” เฌอแตมเดินมาสมทบอีกคน
‘เจ้าหญิง’ นัสรินทวนคำในใจ เจ้าหญิงในนิทานมักจะได้ครองรักกับเจ้าชายอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์ แต่เจ้าหญิงอย่างเธอ กลับเหมือนถูกขังอยู่ในกรงทอง ต้องทำตัวมีความสุขทั้งที่ในความจริง ความอ้างว้างในห้องหอมันกำลังกัดกินหัวใจของเธอไปทีละน้อย เธอยังคงพยายามมองโลกในแง่ดีว่า การที่ณัฐวุฒิสุภาพกับเธอจนเกินไป อาจเป็นเพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษตัวจริงที่อยากจะรอให้เธอพร้อมหรืออยากจะสร้างความผูกพันทางใจก่อนจะเริ่มความสัมพันธ์ทางกาย
“อย่าเครียดไปเลย ลูกค้าไม่ได้เร่งสักหน่อย นี่ก็ใกล้เวลาปิดร้านแล้วรีบกลับไปทำหน้าที่เมียดีกว่า” แพรวาพูดพลางหัวเราะโดยไม่รู้เลยว่าเพื่อนของตนยังไม่เคยได้ทำหน้าที่นั้นเลย
“วันนี้พี่ณัฐมีประชุมน่ะ คงจะกลับค่ำหน่อย”
“งั้นเราไปหากินอะไรกันดีไหมล่ะ สามีแกคงไม่ว่านะ”
“ไม่หรอกแพรวา พี่ณัฐเขาให้อิสระน่ะ”
จากนั้นเพื่อนซี้ทั้งสี่คนก็ช่วยกันปิดร้านก่อนจะพากันไปทานอาหารและขากลับก็ผ่านโรงพยาบาลของณัฐวุฒิพอดนัสรินเลยให้พี่แมนดี้จอดรถส่งเธอที่นี่ หญิงสาวอยากมาเชอร์ไพรส์และกลับบ้านพร้อมกับเขา
หญิงสาวเดินเข้าในโรงพยาบาลด้วยท่าทางมั่นใจ หลายคนยิ้มให้เพราะรู้ว่าเธอคือภรรยาของณัฐวุฒิ เธอกดลิฟต์ไปยังชั้นบริหารซึ่งตอนนี้ทั้งชั้นก็เงียบสนิท หญิงสาวเดาว่าทุกคนน่าจะอยู่ในห้องประชุมจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะเพราะคิดว่าเขาก็อยู่ในห้องประชุมเหมือนกับคนอื่น
แต่เมื่อประตูเปิดออกเธอก็ต้องตกใจจนตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นชายหนุ่มผิวขาวในชุดกาวน์ที่เธอจำได้แม่นว่าเขาชื่อ หมอสรวิชย์ หรือ หมอวิชย์ เพื่อนสนิทที่สามีเคยแนะนำให้รู้จัก กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตักของณัฐวุฒิ แขนของหมอหนุ่มโอบรอบคอสามีของเธอไว้อย่างแนบแน่น ขณะที่ใบหน้าของทั้งคู่คลอเคลียซุกไซ้กันอย่างลึกซึ้งท่าทางนั้นไม่ใช่แค่การหยอกล้อของเพื่อน แต่มันคือการแสดงออกของความรักที่เธอไม่เคยได้รับจากสามี
“พี่ณัฐ หมอวิชย์” นัสรินพึมพำออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ
ณัฐวุฒิสะดุ้งสุดตัว เขาหันมาสบตากับภรรยาด้วยสีหน้าตกใจก่อนจะผลักหมอวิชย์ให้ลุกขึ้นอย่างเบามือ แล้วลุกขึ้นเต็มความสูงเดินตรงไปยังประตูห้องที่เปิดกว้าง
คลิก!....
เขาล็อกประตูห้องทำงานทันที เพื่อกันไม่ให้ใครก็ตามเห็นว่าข้างในห้องเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“โรส ฟังพี่ก่อน” ณัฐวุฒิพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
“หมายความว่ายังไงคะพี่ณัฐ นี่มันเรื่องอะไรกัน พี่กับหมอวิชย์” น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตาของหญิงสาว ความสับสน ความอับอาย และความโกรธแล่นขึ้นมาพร้อมกัน
“ผมว่าเราคงต้องบอกความจริงเธอไปแล้วล่ะ” สรวิชย์พูดขณะเดินมานั่งยังโซฟาริมห้อง
“ความจริงอะไรคะ” นัสรินเดินตามมานั่งฝั่งตรงข้าม
“อย่างที่เห็นนั่นแหละโรส พี่ไม่ได้ชอบผู้หญิง และพี่กับหมอวิชย์เราคบกันมานานแล้ว”
คำสารภาพตรง ๆ เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ นัสรินส่ายศีรษะพลางมองทั้งสองคนสลับกันไปมา
“แล้วพี่มาแต่งงานกับโรสทำไมคะ พี่หลอกโรสทำไม”
“พี่ไม่ได้หลอกนะ พี่จำเป็นต้องแต่งเพื่อให้ได้หุ้นตามพินัยกรรม และพ่อของโรสเองก็ต้องการเงินสิบล้านใช้หนี้ พี่ว่าเราวิน-วินทั้งคู่ไม่ใช่หรือไง”
“ไม่ โรสไม่ต้องการแบบนี้ โรสจะหย่า”
“หย่าเหรอ ได้สิแต่ต้องหลังจากหนึ่งปีไปแล้ว พี่จ่ายหนี้ให้พ่อโรสไปแล้วสิบล้านบาทแล้วนะ โรสคิดว่าเงินจำนวนนั้นมันหากันง่าย ๆ เหรอ ถ้าโรสหย่าตอนนี้ พ่อของโรสต้องเข้าคุกและครอบครัวโรสจะพังพินาศยิ่งกว่าเดิม”
นัสรินร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร เธอเหมือนกุหลาบที่ถูกเด็ดมาวางไว้ในแจกันสวยหรู แต่กลับถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยอยู่ข้างในโดยที่เจ้าของไม่เคยสนใจจะหยิบมันขึ้นมาดมเลยสักนิด
“ทนไปอีกแค่หนึ่งปีนะโรส” ณัฐวุฒิโน้มตัวลงมาพูดใกล้ ๆ แต่อบอวลไปด้วยความห่างเหิน
“หนึ่งปีเหรอคะ โรสต้องทนอยู่แบบนี้นานหนึ่งปีเลยเหรอคะ”
“เอาน่า ระหว่างนี้พี่จะให้เงินโรสใช้ไม่อั้น โรสอยากได้อะไรพี่จะให้ทุกอย่าง และเพื่อเป็นการตบตาผู้ใหญ่ ทริปฮันนีมูนดูแสงเหนือที่นอร์เวย์สัปดาห์หน้า เราจะไปตามกำหนดเดิม” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะมองไปที่หมอวิชย์ที่ยืนจัดเสื้อผ้าอยู่มุมห้อง
“แต่อาจจะต้องรบกวนให้หมอวิชย์ไปด้วยนะ เพราะพี่ไม่อยากไปเที่ยวกับผู้หญิงแค่สองคนนาน ๆ มัน น่าเบื่อ”
คำว่าน่าเบื่อจากปากชายที่เป็นสามีถูกต้องตามกฎหมาย บดขยี้ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของนัสรินจนไม่เหลือชิ้นดี เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เมียแต่งเพื่อบังหน้า แต่เธอยังเป็นเพียงเบี้ยในกระดานที่เขาใช้เพื่อบังบังความสัมพันธ์ต้องห้ามของตัวเอง
นัสรินไม่มีทางเลือกเลยเธอต้องยอมทำตามเพราะภาระหนี้สินของครอบครัว