2 สินค้าราคาแพง
สองเดือนก่อนหน้า
ความเงียบหรูหราและกว้างขวางของห้องทำงานในของโรงพยาบาลเอกชน แต่กลับทำให้ชายวัยห้าสิบเศษอย่าง ทรงพล รู้สึกอึดอัด เขานั่งกุมมือตัวเองแน่นจนเหงื่อซึมตามง่ามนิ้ว สายตามองจ้องไปที่ชายหนุ่มรุ่นลูกที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ณัฐวุฒิกำลังอ่านเอกสารสัญญาจ้างนิ่ง ๆ โดยไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
“คุณณัฐวุฒิครับ เรื่องที่ทางบริษัทเราไม่สามารถส่งมอบงานได้ทันตามกำหนด ผมต้องกราบขออภัยจริง ๆ ครับ บริษัทเรามีปัญหานิดหน่อย ผมพยายามทุกวิถีทางที่จะให้งานเสร็จตามกำหนด” ทรงพลเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงสั่น
ณัฐวุฒิละสายตาจากเอกสาร เงยหน้าขึ้นมองชายสูงวัยด้วยแววตาราบเรียบ
“สามล้านบาทครับคุณทรงพล นั่นคือมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นที่โรงพยาบาลเราต้องแบกรับจากการที่แล็บใหม่ไม่สามารถเปิดได้ตามกำหนด และยังมีค่าปรับตามสัญญาอีกรวมแล้วก็อย่างต่ำสิบล้าน”
“ผมขอเวลาอีกนิดได้ไหมครับ”
“จะให้ผมรออะไรอีกล่ะครับ คุณจ่ายเงินค่าปรับมาเดี๋ยวผมจะจัดการเอง ที่ผ่านมาผมทำงานกับบริษัทใหญ่มาตลอด แต่ครั้งนี้ผมอยากลองให้โอกาสบริษัทเล็ก ๆ บ้างแต่ผมเพิ่งรู้ว่าผมคิดผิด”
“เรื่องเงินค่าปรับคุณรอหน่อยไหมครับ ตอนนี้โรส ลูกสาวผม เธอกำลังจะเรียนจบดีไซเนอร์ที่อังกฤษ ผมจะให้เธอรีบกลับมาทำงาน โรสเป็นเด็กเก่ง มีความรับผิดชอบ ถ้าเธอกลับมา เราคงช่วยกันหาทางทำธุรกิจใหม่ หรือหาเงินมาใช้หนี้คุณได้เร็วกว่านี้”
“เธอเพิ่งเรียนจบดีไซเนอร์จะหาเงินมากขนาดนั้นได้ยังไงล่ะ”
“เธอลงทุนเปิดร้านกับเพื่อนครับ ถ้ากลับมาคงทำงานได้อย่างเต็มที่”
“มันง่ายขนาดนั้นหรอกนะ คุณคิดว่ากี่ปีถึงจะใช้หนี้หมดล่ะ”
ทรงพลมองท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า สัญชาตญาณของนักธุรกิจที่กำลังจนตรอกบอกเขาว่า ณัฐวุฒิไม่ได้แค่กำลังเยาะเย้ย แต่นี่คือช่องว่างที่เขาสามารถนำเสนออะไรบางอย่างได้ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดคลังภาพแล้วเลื่อนหารูปถ่ายล่าสุดของลูกสาวที่ส่งมาจากอังกฤษ
“นี่ครับ นัสรินลูกสาวผม” ทรงพลวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เลื่อนไปให้ชายหนุ่มดู
ภาพในจอคือหญิงสาวที่มีความสวยโดดเด่น ผิวพรรณขาวผ่อง ดวงตากลมโต โครงหน้าอ่อนหวานแบบสาวไทย ผมสีน้ำตาลทองยาวสลวยและรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสา ณัฐวุฒิจ้องมองภาพนั้นอยู่นานกว่าที่ทรงพลคิด
สำหรับณัฐวุฒิ ภาพของนัสรินไม่ได้ปลุกเร้าความอารมณ์ทางเพศของเขาในแบบที่ผู้ชายทั่วไปเป็น แต่เธอกลับดูตอบโจทย์บางอย่างที่เขากำลังต้องการในตอนนี้
พินัยกรรมของคุณปู่ หุ้นของบิดาที่เขาต้องสืบทอดและการปิดบังตัวตนที่แท้จริงจากสังคม
“คุณกำลังจะเสนออะไรผมใช่ไหม” ณัฐวุฒิถามเสียงต่ำ สายตายังไม่ละไปจากภาพกุหลาบงามในจอโทรศัพท์
“มันอาจจะฟังดูแย่ในฐานะพ่อ แต่ถ้าคุณณัฐวุฒิถูกใจโรส ผมอยากเสนอให้เธอมาแต่งงานกับคุณ เพื่อเป็นการล้างหนี้ทั้งหมดที่บริษัทผมมีต่อโรงพยาบาลของคุณ”
ห้องทั้งห้องกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง ทรงพลใจเต้นรัวเหมือนเขาเพิ่งประกาศขายลูกสาวเพื่อแลกกับเงินก้อนโตแต่เขารู้ดีว่าณัฐวุฒิคือตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้
“นี่คุณกำลังขายลูกสาวให้ผมใช่ไหม” ณัฐวุฒิกระตุกยิ้มที่มุมปาก
“ผมเรียกมันว่าการทำเพื่อครอบครัวครับ ถ้าคุณแต่งกับเธอ คุณจะได้ภรรยาที่เพียบพร้อมไปเชิดหน้าชูตาในสังคม และหนี้สิบล้านนั่น ผมจะถือว่ามันเป็นค่าสินสอดที่ผมจะไม่เรียกเก็บเพิ่มเลย”
“ผมจะได้อะไรกับงานแต่งงนี้ครับ”
“คุณเองก็ถึงวัยที่ต้องแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอครับ ผมพอจะรู้มาว่าคุณต้องมีครอบครัวก่อนที่จะรับช่วงธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์” ทรงพลพยายามโน้มน้าวและพูดในสิ่งที่ตนเองแอบรู้มา
ณัฐวุฒิเริ่มใช้ความคิดอย่างหนัก เขาต้องการใครสักคน คนที่สวยพอจะทำให้ทุกคนเชื่อว่าเขาหลงรักจริง ๆ คนที่ดูอ่อนโยนและ คุมง่ายเพื่อที่เขาจะได้รับหุ้นของบิดา หากเขาแต่งกับลูกสาวตระกูลดังคนอื่น ๆ ความลับของเขาอาจถูกจับได้ง่าย แต่กับนัสรินเธอมาพร้อมหนี้สิน เธอไม่มีทางเลือก และเธอต้องยอมทำตามสิ่งที่เขาต้องการ
“ตกลงครับ ผมรับข้อเสนอของคุณ” ณัฐวุฒิตอบพลางมองรูปอีกครั้ง
ทรงพลแทบจะปล่อยลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่ปนไปด้วยความรู้สึกผิด
“จริงนะครับ”
“แต่มีเงื่อนไขนะ”
“เงื่อนไขอะไรครับ”
“เธอต้องกลับมาไทยทันทีที่เรียนจบ และการแต่งงานต้องเกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่ผมจะจัดการได้”
“ได้ครับ ผมจะรีบให้เธอบินกลับมา” ทรงพลรับคำอย่างรวดเร็ว
หลังจากวันนั้น ทรงพลก็เริ่มติดต่อหานัสรินที่อังกฤษบ่อยขึ้น เขาเล่าเรื่องความลำบากของบริษัทที่เริ่มบิดเบือนไปจากความจริงเล็กน้อย โดยเน้นย้ำว่าคุณณัฐวุฒิคือฮีโร่ที่เข้ามาช่วยพยุงธุรกิจไว้ และเขาก็แสนจะเมตตาจนอยากจะได้เธอมาเป็นสมาชิกในครอบครัว ทรงพลพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่แสนดีให้ณัฐวุฒิในสายตาของลูกสาว จนนัสรินที่รักพ่อสุดหัวใจยอมใจอ่อน
หญิงสาวผู้ใสซื่อเข้าใจว่าการแต่งงานครั้งนี้คือหนทางเดียวที่จะช่วยให้พ่อของเธอไม่ต้องล้มละลาย
และเธอก็หลงเชื่อคำพูดของพ่อว่าณัฐวุฒิเป็นชายหนุ่มที่แสนสุภาพและให้เกียรติผู้หญิง ซึ่งในช่วงก่อนแต่งงาน ณัฐวุฒิก็แสดงบทบาทนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาพาเธอไปทานข้าว รับส่ง และพูดจาอ่อนหวานจนนัสรินเริ่มมีความหวังว่าชีวิตคู่ที่เกิดจากความจำเป็นนี้อาจจะจบลงด้วยความรักที่แท้จริง
แต่เธอไม่เคยรู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้าที่สุภาพและใจดีนั้น ณัฐวุฒิเห็นเธอเป็นเพียงสินค้าเกรดพรีเมียมที่เขาซื้อมาด้วยเงินสิบล้านบาท เพื่อทำหน้าที่เป็นกำแพงมนุษย์ป้องกันความลับดำมืดของเขาเท่านั้น