บท
ตั้งค่า

10 ช่วยอยู่ห่าง ๆ

เช้าวันต่อมาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปตามปกติ คุณย่าวิไลนั่งยิ้มแย้มเตรียมแผนการเดินทางไปทำบุญใหญ่ที่ต่างจังหวัดเธอหวังว่าหลานชายและหลานสะใภ้จะได้อยู่กันตามลำพัง

“ตกลงตาณัฐกับหนูโรสจะไม่ไปทำบุญกับย่าจริง ๆ ใช่ไหมลูก” คุณย่าวิไลเอ่ยถามพลางมองหน้าหลานชายและหลานสะใภ้

“ครับคุณย่า พอดีผมมีที่ต้องรีบเคลียร์ให้จบช่วงวันหยุดนี้ ส่วนโรสเขาก็คงอยากพักผ่อนอยู่บ้านน่ะครับ” ณัฐวุฒิตอบอย่างเป็นธรรมชาติ มือหนาเอื้อมไปวางทับหลังมือของนัสรินเพื่อแสดงความรักให้คุณย่าเห็น

“แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ช่วงที่ไม่มีคนอยู่บ้าน ทั้งสองคนจะได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกัน หลานก็อย่ารับเคสผ่าตัดเลยนะ แค่งานบริหารก็เหนื่อยแล้ว มีเวลาให้เมียบ้าง”

“ครับคุณย่า”

“เอาไว้ครั้งหน้าเราค่อยไปทำบุญด้วยกันนะ”

“คุณย่าบอกล่วงหน้านะครับ ผมจะได้เคลียร์งาน ผมเองก็อยากพาโรสไปทำบุญบ้างเหมือนกัน”

“เราสองคนยังมีโอกาสทำบุญด้วยกันอีกเยอะ แต่งงานกันมาเดือนกว่าแล้ว ย่าก็อยากให้มีข่าวดีไว ๆ บ้านเราจะได้ไม่เงียบเหงา” คุณย่าวิไลยิ้มอย่างมีความสุข

นัสรินทำได้เพียงยิ้มรับ ความร้อนผ่าวจากมือของณัฐวุฒิไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น แต่มันทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้กับบทละครที่เขากำลังแสดงอย่างแนบเนียน เธอรู้ดีว่างานของเขาคือการไปใช้ชีวิตอยู่กับรักในรังลับที่ไหนสักแห่ง

“แล้วตาไฟล่ะ จะไปกับแม่ไหม” คุณวิไลหันไปถามลูกชายคนเล็กที่นั่งจิบกาแฟดำอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ไม่ดีกว่าครับคุณแม่ ผมเพิ่งกลับมาถึงไทยได้ไม่กี่วัน ยังมีของที่ต้องจัดระเบียบอีกเยอะ” นัยน์ตาคมกริบปรายมองมาที่นัสรินแวบหนึ่ง

“อย่ามาทำยุ่มย่ามเดินเพ่นพ่านแถวบ้านหลังใหญ่ล่ะตาไฟ ปล่อยให้หลานเขาได้อยู่กันตามลำพังบ้าง” แม่ของเขาดักคอพลางหัวเราะเบา ๆ

“ครับแม่” อัคคีตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่นัสรินจนหญิงสาวต้องก้มหน้าหลบตาซ่อนความหวั่นไหว

เขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณย่าคิด และไม่ใช่แบบที่ณัฐวุฒิสร้างภาพไว้ อัคคีรู้ดีว่าในคืนวันหยุดที่จะถึงนี้ ณัฐวุฒิจะไม่อยู่ และนัสรินจะถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวในบ้านหลังใหญ่

“แต่ก่อนถึงวันหยุดอาขอให้โรสช่วยอะไรอาหน่อยไหม”

“อะไรคะ”

“อายังขาดเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอีกหลายอย่าง อยากจะให้โรสพาไปเลือกซื้อเพิ่มหน่อย”

“ตาไฟนี่ก็จริง ๆ เลยนะ รบกวนหลานสะใภ้ตลอดเลย” คุณย่าบ่นอุบแต่ไม่จริงจังนัก

“ก็แม่บอกผมเองนี่ครับว่าโรสเก่งเรื่องนี้ ส่วนเรื่องซื้อของใช้ผมก็อยากไปซื้อเองหรอกนะครับ แต่บางทีผู้ชายอย่างผมก็ไม่ค่อยละเอียดพอ งั้นแม่ไปช่วยผมซื้อของดีไหมล่ะ”

“อย่ามาโยนให้แม่นะ เดินซื้อของแบบนั้นแม่ได้หมดแรงก่อนพอดี ไปกับหนูโรสเถอะ แม่ฝากหนูโรสซื้อครีมบำรุงผิวกับของใช้บางอย่างให้ย่าด้วยนะลูก” นัสรินจำต้องรับคำสั่งของคุณย่าวิไลอีกครั้ง แม้ในใจจะพยายามตะโกนปฏิเสธเพราะกลัวว่าการใกล้ชิดกับอัคคีจะทำให้กำแพงที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อคืนพังทลายลง

“แล้วเย็นนี้ณัฐจะกลับมากินข้าวที่บ้านไหมลูก”

“คงไม่ครับคุณย่า ช่วงนี้ผมงานยุ่ง”

“ถ้างั้นซื้อของเสร็จไฟก็พาหนูโรสไปทานมื้อเย็นข้างนอกเลยนะ ถือเป็นค่าตอบแทนที่หลานไปช่วยเลือกซื้อของก็แล้วกัน”

“ได้ครับแม่ ผมใช้งานหนักผมก็ต้องเลี้ยงให้อิ่ม แต่จะไม่เป็นไรใช่ไหมที่อาจะพาเมียนายไปกินข้าว” อัคคีหันมาถามหลานชายด้วยท่าทางเกรงใจ

“ตามสบายเลยครับอาไฟ” ณัฐวุฒิตอบโดยไม่ต้องคิด

17.00 น. ณ ร้านเสื้อผ้าของนัสริน

อัคคีนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟารับแขก พลางพลิกดูนิตยสารแฟชั่นอย่างเงียบ ๆ ขณะที่เจ้าของร้านกำลังช่วยกันเก็บของใช้ให้เข้าที่

“ยัยโรส ถ้าฉันไม่รู้มาก่อนนะว่าคนนี้คือคุณอาของแฟนแก ฉันคงคิดว่าเขาคือสามีแกจริง ๆ มากกว่าคุณณัฐวุฒิเสียอีก” แพรวาเดินมากระซิบข้างหูนัสรินขณะที่หญิงสาวกำลังเช็กสต็อกผ้าอยู่หลังร้าน

“พูดอะไรน่ะแพรวา เขาเป็นอาพี่ณัฐนะ” นัสรินดุเพื่อนแต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะ

“ก็มันจริงนี่นา คุณณัฐวุฒิแต่งงานกับแกมาตั้งนาน ฉันไม่เคยเห็นเขามารอรับแกที่ร้านแม้แต่ครั้งเดียว เขามาส่งก็จริงแต่แกก็กลับเอง แต่คุณอัคคีนี่มาถึงก่อนเวลา นั่งรอเป็นครึ่งชั่วโมง ถ้าใครไม่รู้ก็คงคิดว่าเขาเป็นสามีแก” เฌอแตมพูดเสริมขึ้น

“ฉันเห็นด้วยกับเฌอแตมนะ สายตาที่เขามองแกตอนแกมันไม่ใช่สายตาที่อาเขามองหลานสะใภ้หรอกนะ” แพรวาเสริมทัพอีกคน

“โรสกับคุณอาสุดหล่อเคมีเข้ากันอย่างบอกไม่ถูก คนหนึ่งสวยหวาน คนหนึ่งหล่อเข้ม แต่น่าเสียดายที่โรสแต่งงานกับหลานของเขาไปแล้ว งั้นคนนี้พี่ขอนะ” พี่แมนดี้พูดพลางหัวเราะคิกคัก

“หยุดเลยนะทุกคน พี่ณัฐเขางานยุ่งเลยไม่มารับ แล้ววันนี้อาไฟเขาก็แค่มารับเพราะจะให้ฉันไปช่วยซื้อของต่อ” นัสรินตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเพื่อน ๆ ยอมเงียบลง แต่ความจริงที่เพื่อนพูดมานั้นมันแทงใจเธออย่างรุนแรง

ความใส่ใจของอัคคี แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขามีจุดประสงค์อะไร แต่มันคือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดจากคนที่เป็นสามี

“เสร็จแล้วเหรอ” เสียงทุ้มของอัคคีดังขึ้นเมื่อเขาเห็นเธอเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมกระเป๋าสะพาย

“เสร็จแล้วค่ะอาไฟ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ให้รอ”

“ต่อให้รอนานกว่านี้อาก็รอได้ครับ” อัคคีพูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาจงใจเดินเข้ามาใกล้และเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าถือของเธอมาถือไว้ให้เองท่ามกลางสายตาแซว ๆ ของเพื่อนๆ ในร้าน

“โรสถือเองได้ค่ะ” เธอพยายามแย่งคืน

“ไปเถอะ ซื้อของช้าเดี๋ยวหิวข้าวเอานะ” เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ มืออีกข้างหนึ่งโอบไปที่แผ่นหลังบางของเธอเบา ๆ เพื่อนำทางให้ออกไปที่รถ

เมื่อประตูร้านปิดลง เพื่อนทั้งสามคนต่างหันมาสบตากันอย่างมีความหมาย ความเงียบในร้านถูกทำลายลงด้วยคำพูดของแมนดี้

“สงสัยยัยโรสจะฟาดทั้งอาทั้งหลาน”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel