11 กลิ่นที่คุ้นเคย
ภายในรถคันหรูที่มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ความเงียบปกคลุมอยู่พักใหญ่ก่อนที่อัคคีจะทำลายมันลง
“วันหยุดที่จะถึงนี้อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ”
“แต่อาไม่อยากให้โรสเหงาอยู่บ้านคนเดียว”
“คนเดียวที่ไหนคะ พี่ณัฐก็อยู่ค่ะ”
“อย่าหลอกตัวเองเลย อาเดาว่าเขาก็คงเอาเวลาไปอยู่กับคนรักส่วนโรสก็คงต้องเหงาอยู่ที่บ้านคนเดียว เราไปเที่ยวกันไหม”
“ไม่ค่ะ โรสอยากอยู่คนเดียว”
“งั้นก็ตามใจแต่ถ้าอยากไปไหนหรืออยากให้อาช่วยอะไรก็บอกนะ”
“ถ้าอาอยากช่วยจริง ๆ ช่วยอยู่ห่าง ๆ โรสได้ไหมคะ ช่วยลืมเรื่องคืนนั้นให้หมดก็พอค่ะ” เธอตอบแล้วมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง
อัคคีเงียบแต่ไม่ใช่เพราะจะทำตามที่หญิงสาวพูดแต่เพราะเขากำลังคิดหาวิธีได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอมากกว่า เขารู้ว่าผิดที่ยุ่งกับหลานสะใภ้ แต่ในอีกสถานะหนึ่งนัสรินก็คือเมียของเขา
ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองในช่วงเย็นหนาแน่นไปด้วยผู้คน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินเคียงข้างหญิงสาวลูกครึ่งที่มีใบหน้าสวยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเศร้า
“เราไปดูเสื้อเชิ้ตกันก่อนนะ” อัคคีเอ่ยชวนพลางกึ่งจูงกึ่งเดินนำเธอเข้าไปในช็อปแบรนด์หรู
นัสรินพยายามสลัดความฟุ้งซ่านแล้วสวมวิญญาณดีไซเนอร์ เธอช่วยเลือกเสื้อเชิ้ตเนื้อดีที่ตัดเย็บอย่างประณีต สีขาว สีน้ำเงินเข้ม และสีเทาถูกเลือกวางซ้อนกัน อัคคีคอยยืนมองอยู่ข้าง ๆ สายตาของเขาไม่ได้จดจ่อที่เนื้อผ้า แต่จดจ่ออยู่ที่ความตั้งใจของหญิงสาว
“สีนี้น่าจะเหมาะกับอาไฟ อาไฟจะลองใส่ดูก่อนไหนคะ จะได้เลือกให้พอดีตัว” เธอพูดพลางทาบเสื้อเชิ้ตสีเข้ม
“โรสก็น่าจะรู้ว่าขนาดไหนถึงจะพอดีตัว หรือว่าเราจะเข้าไปลองด้วยกันดีนะ” เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกลุ่มผมหอมของเธอ
“ถ้าไม่เลือกเอาไปแล้วใส่ไม่ได้อย่ามาโทษกันนะคะ” แล้วหญิงสาวก็ช่วยเขาเลือกทั้งเสื้อเชิ้ต ชุดลำลอง รวมไปถึงชุดสบาย ๆ สำหรับใส่อยู่บ้านอยู่หลายชุด
จากแผนกเสื้อผ้า อัคคีพาเธอเดินต่อไปยังเคาน์เตอร์น้ำหอมหรู กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ อัคคีหยิบขวดน้ำหอมหลายกลิ่นขึ้นมาทดลอง ก่อนจะหันมาหานัสริน
“ช่วยอาเลือกหน่อยสิ อาอยากได้กลิ่นที่โรสชอบ” เขากระซิบเบา ๆ
พนักงานขายเห็นท่าทางที่สองคนแสดงออกแล้วก็พากันยิ้มเพราะมันเหมือนกับคู่รักที่กำลังหยอกล้อกัน
“อาไฟจะใช้เอง ก็ควรเลือกกลิ่นที่ตัวเองชอบสิคะ”
“แต่อาอยากให้โรสเลือกให้อานะครับ เพราะโรสเป็นคนที่อยู่ใกล้อามากที่สุด” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สื่อความหมายลึกซึ้ง
นัสรินเม้มริมฝีปากแน่น เธอถอนหายใจก่อนจะหยิบน้ำหอมขวดหนึ่งที่มีกลิ่นหอบแบบที่เธอชอบส่งให้
“โรสใจตรงกับอาเลยนะ กลิ่นนี้อาก็ชอบและจำได้ว่าที่เราเจอกันครั้งแรกอาก็ใช้น้ำหอมกลิ่นนี้”
“ถ้าอาไฟมีกลิ่นที่ชอบอยู่แล้วจะให้โรสช่วยเลือกทำไมล่ะคะ”
“ก็อาอยากรู้ว่าโรสชอบแบบไหน” เขายิ้มก่อนจะเดินไปบอกพนักงาน
การเลือกซื้อของยังคงดำเนินต่อไป อัคคีพาเธอไปโซนของใช้ส่วนตัว เขาปล่อยให้เธอเป็นคนเลือกครีมอาบน้ำ แชมพู รวมถึงครีมโกนหนวดและอาฟเตอร์เชฟ นัสรินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำหน้าที่ภรรยาแต่มันผิดที่เขาไม่ใช่สามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย
“ขอบคุณนะที่ช่วย ถ้าไม่มีโรสอาคงแย่” เขายืนซ้อนทางด้านหลังแล้วเอื้อมหยิบอาฟเตอร์เชฟเพิ่มอีกหนึ่งขวด
“อย่าเวอร์ค่ะอาไฟ ที่ผ่านมาอาก็อยู่ได้นี่คะ”
“มีคนเลือกให้กับเลือกเองมันไม่เหมือนกันนี่ โรสดูใจในทุกรายละเอียด”
“โรสก็แค่ทำตามที่คุณย่าสั่งมาค่ะ”
“ถึงจะทำเพราะคำสั่งแต่อาก็รู้สึกดีนะ”
นัสรินส่ายศีรษะก่อนจะเดินไปเลือกของใช้อย่างอื่นลงในรถเข็น
หลังจากได้ของใช้ส่วนตัวครบ ทั้งคู่ก็ไปจัดการซื้อครีมบำรุงผิวและของใช้ตามที่คุณย่าวิไลฝากมาซื้อ เมื่อซื้อของเสร็จ อัคคีก็หันมาถามเธอเรื่องอาหารเย็น
“หิวหรือยัง อาอยากกินอาหารไทยโรสพอจะรู้จักร้านแถวนี้ไหม”
“โรสเองก็เพิ่งกลับมาจากอังกฤษได้ไม่นานค่ะ ส่วนใหญ่จะกินแต่ร้านเดิมใกล้ ๆ ร้านเสื้อค่ะ”
“ถ้างั้นเรามาช่วยกันหาดีกว่า” อัคคีหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา แล้วทั้งคู่ก็ก้มลงดูรีวิวร้านอาหารด้วยกันที่หน้าร้านเครื่องสำอาง
“ร้านนี้ดีไหมคะ รีวิวบอกว่าแกงส้มชะอมกุ้งอร่อยมาก” เธอชี้ไปที่หน้าจอ
“ดูท่าทางจะแซ่บนะ งั้นไปร้านนี้แหละ” เขาหันมายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่นัสรินรู้สึกว่ามันดูจริงใจและอบอุ่นอย่างที่สุด
ตลอดมื้ออาหาร อัคคีชวนเธอคุยเรื่องทั่ว ๆ ไปและเรื่องการใช้ชีวิตในต่างแดน เขาเป็นผู้ฟังที่ดีและคอยตักอาหารให้เธอตลอดเวลาอย่างที่ณัฐวุฒิไม่เคยทำ นัสรินเกือบจะลืมไปชั่วขณะว่าความสัมพันธ์นี้มันอันตรายแค่ไหน
หลังทานอาหารมื้อแสนอร่อยอัคคีก็ขับรถพาเธอกลับบ้าน ภายในรถเงียบสงัดแต่มันไม่ใช่ความอึดอัด มันคือความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายเพราะนัสรินไม่ต้องแสดงละครต่อหน้าใคร
ในจังหวะที่รถติดไฟแดง อัคคีค่อย ๆ เอื้อมมือหนามาเกาะกุมมือของนัสรินที่วางอยู่บนตัก เขาบีบเบา ๆ และใช้นิ้วโป้งลูบไล้หลังมือเธออย่างแผ่วเบา
“อาไฟปล่อยค่ะ” หญิงสาวรีบดึงมือออก
“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า เวลาอยู่กันสองคนอาอยากให้โรสลืมนายณัฐไปก่อนได้ไหม”
“โรสเลวมากเลยใช่ไหมคะ แต่งงานกับหลานของอาแต่ก็นอนกับอา” เสียงถามสั่นเพราะรู้สึกผิด
“อาไม่ได้หมายความแบบนั้น อาแค่อยากจะบอกว่าอยู่กับอาโรสก็คือโรส ไม่ใช่ภรรยาของนายณัฐ”
“แต่นั่นมันคือความจริงค่ะ” หญิงสาวกันมาเถียงกลับ
“อารู้ แต่มันก็มีความจริงอีกข้อ นะอาคิดว่าโรสน่าจะรู้นะ คืนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน ถ้าโรสรู้สึกเหงา อย่าลืมนะว่าบ้านสวนของอายังเปิดรอโรสเสมอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นจนหัวใจคนฟังสั่นไหว
“โรสไม่เหงาหรอกค่ะ”
“อย่าเพิ่งปฏิเสธเลยโรส อารมณ์และความรู้สึกมันเป็นเรื่องที่ห้ามยากนะ” เขาตัดบทพลางปล่อยมือเมื่อไฟเขียวปรากฏขึ้น
“คืนนั้นโรสก็แค่เมาเลยทำอะไรลงไปโดยขาดสติ” หญิงสาวหันมาเถียงเพราะถ้าไม่เมาเธอคงไม่ยอมนอนกับคนแปลกหน้าแบบนั้น
“อาไม่ได้บังคับ แต่อาอยากให้โรสรู้ว่า ในโลกนี้ยังมีคนที่มองเห็นตัวตนของโรส”
นัสรินนิ่งเงียบ ความอบอุ่นที่ฝ่ามือยังคงหลงเหลืออยู่ เธอหลับตาลงพยายามเรียกสติ แต่ภาพความเฉยชาของณัฐวุฒิและความใจร้ายที่เขามอบเงินให้เป็นค่าจ้างเล่นละครมันกลับเด่นชัดขึ้นมา
ความเงียบปกคลุมไปทั่วรถจนกระทั่งมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่
“ขอบคุณสำหรับวันนี้นะ แล้วเจอกันวันหยุด”