บท
ตั้งค่า

บทที่ 3: การผลัดใบของดอกเหมย และรังสีแห่งเซียนโอสถ

ท่ามกลางหมอกหนาที่เกิดจากการปะทะกันของลมปราณหยินและหยางภายในห้องนอนเล็กๆ ของเรือนเหมยหอม 'มู่หรงเยว่' หรือชินอ๋องผู้เกรียงไกรขมวดคิ้วแน่น มือหนาทั้งสองข้างยังคงทาบอยู่บนแผ่นหลังของสตรีที่เขากำลังโอบอุ้มไว้ เขาประหลาดใจนัก... แทนที่พลังความเย็นจาก 'พิษเหมันต์นิรันดร์' ในร่างของเขาจะแผดเผานางให้หนาวสั่น แต่นางกลับดูดซับมันเข้าไปราวกับฟองน้ำที่โหยหาน้ำกลางทะเลทราย

"อึก..."

เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของกาหลง คราบสีดำข้นคลั่กที่ถูกขับออกมาตามรูขุมขนส่งกลิ่นคาวรุนแรงจนคนทั่วไปแทบจะอาเจียน แต่มู่หรงเยว่กลับไม่ขยับหนี เขามองเห็นผิวพรรณที่อยู่ใต้คราบเหล่านั้น... มันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวนวลลออดุจหยกมันแพะ รอยแผลจากการถูกโบยที่เคยเป็นทางยาวกลับสมานตัวอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงรอยจางๆ

"เจ้า... เจ้ากำลังทำอะไรกับข้ากันแน่?" เขาพึมพำขณะที่รู้สึกว่าความหนาวเหน็บที่เคยกัดกินหัวใจของเขานั้นเบาบางลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

กาหลงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของนางบัดนี้ไม่ได้มีเพียงประกายสีดำขลับ แต่กลับมีวงแหวนสีทองจางๆ ซ่อนอยู่ลึกข้างใน นางหันมามองเขา รอยยิ้มที่มุมปากดูเย้ายวนและอันตรายยิ่งกว่าเดิม

"ข้าบอกแล้วไงว่าเราคือ 'พันธมิตร'..." เสียงของนางนุ่มนวลและกังวานกว่าเดิม "พิษของท่านคือ 'ฟืน' ชั้นดีที่ช่วยให้เตาหลอมในร่างกายข้าทำงานได้สมบูรณ์ขึ้น ตอนนี้ข้าชำระไขกระดูกเสร็จสิ้นแล้ว... และท่านเองก็ได้ 'กำไร' ไปไม่น้อยเช่นกัน ลองตรวจดูชีพจรตัวเองสิ"

มู่หรงเยว่รีบชักมือกลับแล้วสำรวจลมปราณในกาย เขาเบิกตากว้าง... เส้นชีพจรที่เคยตีบตันด้วยน้ำแข็งบัดนี้กลับไหลเวียนคล่องตัว แม้พิษจะยังไม่หายขาด แต่มันถูกสยบไว้ในจุดที่ลึกที่สุด ไม่รบกวนการต่อสู้อีกต่อไป

"เจ้า... ทำได้จริงๆ" เขามองสตรีเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความนับถือ แฝงไปด้วยความสงสัยที่ท่วมท้น "มู่กาหลง... เจ้าไม่ใช่คนเดิมจริงๆ สินะ?"

กาหลงไม่ตอบ นางเพียงแต่ลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ร่างจะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีดำ แต่นางกลับดูสูงส่งราวกับเทพธิดาที่เพิ่งจุติลงมาจากแดนเซียน "ข้าคือใครไม่สำคัญ... สำคัญที่ว่าตอนนี้ข้าหิวมาก และข้าต้องการ 'อาบน้ำ' อย่างเร่งด่วน ท่านอ๋อง... ท่านช่วยออกไปรอข้างนอก หรือจะอยู่ช่วยข้าขัดหลังดีเล่า?"

คำเย้าแหย่นั้นทำให้แม่ทัพผู้เย็นชาถึงกับหน้าขึ้นสีจางๆ เขาแค่นเสียงหึในลำคอก่อนจะเร้นกายหายไปในเงาจันทร์ ทิ้งไว้เพียงคำพูดสั้นๆ "ข้าจะรอเจ้าที่ศาลา... อย่าช้านักล่ะ"

เช้าวันต่อมา... จวนแม่ทัพมู่แทบจะแตกตื่น!

เมื่อ 'มู่กาหลง' เดินออกมาจากเรือนเหมยหอม บรรดาบ่าวรับใช้ที่กำลังกวาดใบไม้ถึงกับทำไม้กวาดหลุดมือ สตรีที่เดินอยู่นั้นใช่คนเดียวกับคุณหนูใหญ่ผู้ร้ายกาจและหยาบกระด้างคนเดิมจริงหรือ?

ผิวพรรณของนางดูเปล่งปลั่งมีรัศมีขาวผ่องราวกับหิมะต้องแสงตะวัน ท่วงท่าการเดินแต่ละก้าวดูสง่างามนิ่งขรึม กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรทิพย์ลอยวนรอบกายจนนกยูงในสวนถึงกับรำแพนหางต้อนรับ

"นั่น... คุณหนูใหญ่จริงๆ หรือ? ทำไมถึงดู... สวยปานเทพธิดาเช่นนั้น!" เสียงซุบซิบดังไปทั่ว

กาหลงไม่ได้สนใจเสียงเหล่านั้น นางเดินตรงไปยัง 'เรือนใหญ่' ที่ซึ่งบิดาและฮูหยินรองกำลังนั่งปรึกษาเครียดเรื่องการถอนหมั้นขององค์ชายรัชทายาท

"เจ้า! กาหลง!" แม่ทัพมู่ลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นบุตรสาว เขากำลังจะอ้าปากต่อว่าเรื่องเมื่อวาน แต่คำพูดทุกอย่างกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อเขาเห็น 'บรรยากาศ' รอบตัวนางที่เปลี่ยนไป มันคือรังสีของยอดฝีมือที่แม้แต่เขาซึ่งเป็นแม่ทัพยังต้องยเกรง

"ท่านพ่อ... ท่านแม่รอง..." กาหลงย่อกายคำนับอย่างถูกต้องตามพิธีการทุดระเบียบนิ้ว "ข้ามาเพื่อแจ้งว่า จากนี้ไปข้าจะขอจัดการเรื่องส่วนตัวของข้าเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่ครอง หรือเรื่องการใช้ชีวิตในจวนแห่งนี้"

"เจ้าจะบ้าไปแล้วรึ!" ฮูหยินรองกรีดร้อง ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความริษยาเมื่อเห็นความงามที่เหนือชั้นของกาหลง "เจ้าไปทำมนต์ดำที่ไหนมา ถึงได้เปลี่ยนโฉมไปเช่นนี้! แล้วเรื่ององค์ชายรัชทายาท... เจ้ากล้าดียังไงไปข่มขู่เขา!"

กาหลงปรายตามองฮูหยินรอง สายตานั้นเย็นเยียบจนฮูหยินรองถึงกับสะดุ้งถอยหลัง "มนต์ดำ? หามิได้... ข้าเพียงแค่ 'ตาสว่าง' เท่านั้น ส่วนเรื่ององค์ชาย... หากท่านแม่รองอยากได้เขาเป็นลูกเขยนัก ก็ส่งไป๋หลินไปปรนนิบัติเขาเถอะ ข้าไม่ถือสาหรอก... เพราะขยะที่ข้าเขี่ยทิ้งแล้ว ข้าไม่เคยคิดจะหันกลับไปมองซ้ำ"

"มู่กาหลง! เจ้าสามหาวนัก!" แม่ทัพมู่ตบโต๊ะดังปัง "เจ้าคิดว่ามีชินอ๋องคุ้มหัวแล้วเจ้าจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ?"

"ข้าไม่ได้ทำอะไรตามใจชอบ... ข้าเพียงแค่ทำตาม 'ความสามารถ' " กาหลงหยิบขวดหยกใบเล็กออกมาจากแขนเสื้อวางลงบนโต๊ะ "นี่คือ 'โอสถปราณอัคคี' ที่ข้ากลั่นขึ้นมาเอง มันสามารถช่วยรักษาแผลเก่าที่ขาของท่านพ่อจากการออกศึกเมื่อสิบปีก่อนได้ หากท่านพ่อเชื่อใจข้า... ก็จงลองกินดู"

แม่ทัพมู่ชะงัก แผลที่ขาของเขาเป็นความลับที่มีเพียงคนสนิทไม่กี่คนรู้ เพราะมันทำให้เขาเสียศูนย์เวลาขี่ม้านานๆ "เจ้า... เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? และเจ้าจะไปมีปัญญาปรุงยาชั้นสูงเช่นนี้ได้อย่างไร!"

"โลกนี้กว้างใหญ่นักท่านพ่อ... สิ่งที่ท่านเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่มันเป็น" กาหลงยิ้มบางๆ "ข้าขอตัว... อ้อ แล้วอย่าให้ใครไปรบกวนที่ท้ายสวนอีกล่ะ เพราะข้ากำลังจะเปิด 'สำนักโอสถกาหลง' ที่นั่น ใครที่กล้าลอบเข้าไป... ข้าไม่รับรองความปลอดภัยของอวัยวะครบ 32 ประการนะเจ้าคะ"

นางเดินจากไป ทิ้งให้คนข้างหลังตกอยู่ในความสับสนและหวาดระแวง

ที่เรือนเหมยหอม กาหลงเริ่มแผนการขั้นต่อไปทันที นางสั่งให้เสี่ยวชุ่ยนำเงินออมทั้งหมดของนางไปกว้านซื้อสมุนไพรราคาถูกที่ชาวบ้านทั่วไปมองข้าม

"คุณหนูจะเอาหญ้าแห้งพวกนี้มาทำอะไรเจ้าคะ?" เสี่ยวชุ่ยถามอย่างสงสัย

"หญ้าแห้งในมือคนเขลาคือขยะ... แต่ในมือข้า มันคือทองคำ" กาหลงเริ่มใช้พลังปราณที่เพิ่งฟื้นคืนมาหลอมรวมสมุนไพรเข้าด้วยกัน

นางไม่ได้ปรุงเพียงยารักษาโรค แต่ขวดแรกที่นางทำออกมาคือ 'ยาบำรุงโฉมพิรุณทิพย์' ยาที่สามารถลบเลือนริ้วรอยและทำให้ผิวพรรณกระจ่างใสภายในคืนเดียว นางรู้ดีว่าอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวังหลวงและเมืองหลวง ไม่ใช่ดาบ... แต่คือ 'ความสวยงาม' ของเหล่าสตรีชนชั้นสูง

"ข้าจะใช้พวกนางนี่แหละ... เป็นฐานอำนาจและแหล่งเงินทุนในการสร้างกองทัพของข้าเอง"

ในขณะที่นางกำลังนั่งสมาธิควบคุมเตาหลอมยาอยู่นั้น กลิ่นอายความเย็นที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง

"เจ้าดูยุ่งกว่าที่ข้าคิดนะ" มู่หรงเยว่เดินเข้ามาในห้องทำงานลับของนาง สายตาคมกริบกวาดมองขวดโหลยามากมาย "นี่คือสิ่งที่สตรีที่เกือบตายเมื่อวานทำงั้นหรือ?"

"ความตายมันน่าเบื่อท่านอ๋อง... ข้าชอบสิ่งที่ทำกำไรมากกว่า" กาหลงยื่นขวดยาใบหนึ่งให้เขา "เอาไปให้สายลับของท่านลองใช้ดู มันคือยาที่ช่วยพรางกลิ่นกายและชะลอการไหลเวียนเลือด ทำให้คู่ต่อสู้ตรวจจับร่องรอยได้ยากขึ้น"

มู่หรงเยว่รับยามาด้วยความทึ่ง "เจ้าให้ข้า... โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนงั้นหรือ?"

กาหลงขยับเข้าไปใกล้เขา จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกับหน้าอกของเขา "ใครบอกว่าข้าไม่หวัง? คืนนี้... ข้าต้องการให้ท่านพาข้าลอบเข้าไปใน 'หอโอสถหลวง' ข้าได้ยินว่าที่นั่นมี 'บัวหิมะพันปี' ที่ข้าต้องการอยู่"

ชินอ๋องยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "แอบเข้าวังหลวงเพื่อขโมยของสมเด็จฮ่องเต้? มู่กาหลง... เจ้าช่างกล้าดีนัก"

"แล้วท่านจะไปกับข้าไหมล่ะ?"

"มีหรือที่ข้าจะพลาดเรื่องสนุกเช่นนี้?"

ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง ทั้งสองคนต่างมองสบตากันด้วยความนัยที่ซับซ้อน คนหนึ่งคือเซียนโอสถผู้กุมความลับสวรรค์ อีกคนคือเทพสงครามผู้เป็นดั่งเงามืดแห่งแผ่นดิน...

การปฏิวัติเมืองหลวงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และครั้งนี้... นางร้ายอย่างกาหลง จะไม่ยอมให้ใครมาเขียนตอนจบให้นางอีกต่อไป!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel