กาหลงหวนคืน: เมื่อเซียนสวรรค์ขอปฏิวัติบทนางร้าย

56.0K · จบแล้ว
เจ้าคนสวย เหมยจู๋
30
บท
1.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"หากสวรรค์ลิขิตให้ข้าต้องตายในฐานะ 'นางร้าย' ข้าก็จะขอใช้พิษในมือนี้ล้างสวรรค์และเขียนชะตาใหม่ด้วยตัวเอง!" เมื่อเซียนโอสถผู้สันโดษต้องมาเกิดใหม่ในร่างของ 'มู่กาหลง' สตรีโฉดเขลาที่ถูกตราหน้าว่าต้องจบชีวิตบนลานประหารเพราะความรักโง่เขลาที่มีต่อบุรุษไร้ใจ แต่เสียใจด้วย... กาหลงคนใหม่ไม่ใช่หมากให้ใครเดิน ยาพิษที่พวกเจ้าเคยใช้ทำร้ายข้า ข้าจะเปลี่ยนมันเป็นยาถอนพิษ และบัลลังก์ที่พวกเจ้าแย่งชิง ข้าจะเหยียบมันให้จมดิน! ในเมื่อบทนางร้ายมันน่าเบื่อ ข้าขอรับบท 'ตัวแม่' ที่ใครก็ไม่กล้าแตะเองก็แล้วกัน!

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณนางเอกเก่งข้ามมิตินิยายกำลังภายในนิยายศิลปะการต่อสู้นิยายประวัติศาสตร์

บทที่ 1: กาหลงในกรงขัง - 1

กลิ่นธูปหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ...

นั่นคือสิ่งแรกที่ 'กาหลง' สัมผัสได้ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมา

ในฐานะเซียนโอสถแห่งแดนสวรรค์ผู้บำเพ็ญเพียรมานับพันปี ความเจ็บปวดทางกายควรเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากนางไปนานแล้ว แต่น่าแปลกที่ตอนนี้ ทั่วทั้งร่างกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ความร้อนผ่าวที่แผ่นหลังบ่มเพาะความเจ็บปวดเจียนจะขาดใจจนลมหายใจของนางสะดุด

"...อึก" เสียงครางเครือเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก กาหลงพยายามพยุงเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้น ภาพที่เห็นเบื้องหน้าไม่ใช่ตำหนักเมฆาอันขาวสะอาดหรือทุ่งสมุนไพรทิพย์ที่นางคุ้นเคย แต่มันคือพื้นหินเย็นเยียบและชายกระโปรงผ้าไหมสีแดงชาดที่ขาดวิ่น

"ตื่นแล้วรึ? นึกว่าเจ้าจะแสร้งตายเพื่อหนีความผิดเสียอีก!"

เสียงทุ้มตวาดก้องดังมาจากเบื้องบน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและผิดหวัง กาหลงขยับศีรษะอย่างยากลำบาก สายตาของนางค่อยๆ ปรับโฟกัสจนเห็นบุรุษวัยกลางคนในชุดขุนนางสีเข้ม ใบหน้าของเขาดุดันและเย็นชา รอบข้างมีผู้คนในชุดโบราณยืนล้อมรอบ บ้างก็มองนางด้วยความสมเพช บ้างก็สะใจจนปิดไม่อยู่

นี่มันที่ไหนกัน? ความทรงจำสุดท้ายของนางคือการหลอม 'โอสถจุติสวรรค์' แล้วเกิดแรงระเบิดมหาศาลจนวิญญาณของนางถูกม้วนเข้าสู่ความมืดมิด... หรือว่า...

ฉับพลันนั้น! ข้อมูลมหาศาลพุ่งเข้าสู่สมองของนางราวกับน้ำป่าไหลหลาก ภาพความจำของสตรีที่ชื่อ 'มู่กาหลง' ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ

นางคือคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ บุตรสาวแม่ทัพผู้เกรียงไกร แต่กลับมีนิสัยร้ายกาจ เอาแต่ใจ และโง่เขลาเพียงเพื่อจะครอบครองใจของ 'องค์ชายรัชทายาท' นางถึงขั้นกล้าวางยาพิษ 'ไป๋หลิน' น้องสาวต่างมารดาที่เป็นดั่งดอกบัวขาวกลางใจทุกคนในงานเลี้ยงชมบุปผา

และตอนนี้... นางกำลังอยู่กลาง 'ศาลบรรพชน' ของตระกูลมู่ เพื่อรับโทษทัณฑ์จากการกระทำนั้น

"มู่กาหลง! เจ้ายังมีจิตสำนึกอยู่หรือไม่? หลินเอ๋อร์เป็นน้องสาวของเจ้า แต่นางกลับต้องนอนซมเพราะพิษตะขาบเพลิงที่เจ้าใส่ลงไปในน้ำชา หากข้าไม่ลงโทษเจ้าให้หนัก บรรพชนตระกูลมู่คงไม่ได้สงบสุข!" แม่ทัพมู่ หรือบิดาในร่างนี้ ตวาดพร้อมกับเงื้อไม้โบยขึ้นอีกครั้ง

กาหลง (ในร่างใหม่) หรี่ตาลง นางรู้สึกถึงพลังวัตรในร่าง... ว่างเปล่า ไม่มีพลังเซียน ไม่มีลมปราณศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงร่างกายมนุษย์ที่อ่อนแอและบอบช้ำ แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือ 'จิตวิญญาณแห่งเซียน' ที่นิ่งสงบดุจผิวน้ำ

นางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงซุบซิบ กิริยาที่เคยโวยวายขอความเมตตาเหมือนทุกครั้งหายไปสิ้น นางปัดฝุ่นบนแขนเสื้อที่ขาดวิ่นด้วยท่าทางที่ดูสูงส่งอย่างประหลาด จนแม้แต่แม่ทัพมู่ยังชะงักไม้โบยในมือ

"พิษตะขาบเพลิงงั้นหรือ?" กาหลงเอ่ยขึ้น เสียงของนางแหบพร่าแต่กลับกังวานและเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกขนลุก

นางเหลือบมองไปที่มุมหนึ่งของห้อง เห็นหญิงสาวบอบบางหน้าตาสะสวยที่กำลังสะอื้นไห้อยู่ในอ้อมกอดของฮูหยินรอง นั่นคงจะเป็น 'ไป๋หลิน' นางเอกของโลกนี้สินะ

"พี่ใหญ่... ท่านทำเช่นนั้นได้อย่างไร ข้า... ข้ารักท่านมากนะเจ้าคะ" ไป๋หลินเอ่ยเสียงสั่น น้ำตาไหลอาบแก้มดูน่าเวทนา

กาหลงแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ชวนให้น่าขนลุก "หากเป็นพิษตะขาบเพลิงจริง ป่านนี้เจ้าคงผิวหนังพุพองและสิ้นใจไปตั้งแต่นาทีที่สามที่ได้รับพิษแล้ว แต่นี่เจ้ายังนั่งรบกวนเวลาพักผ่อนของข้าได้ แถมใบหน้ายังดู... สดใสกว่าข้าที่โดนโบยเสียอีก"

"เจ้า! ยังจะปากแข็งอีกหรือ!" แม่ทัพมู่ฟาดไม้ลงพื้นหินจนเกิดเสียงดังสนั่น "หมอหลวงตรวจแล้วว่านั่นคือพิษตะขาบเพลิง!"

กาหลงไม่ได้เกรงกลัว นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ความเจ็บปวดจะรุมเร้า แต่นางคือเซียนโอสถที่เคยผ่านไฟบรรลัยกัลป์มาแล้ว ความเจ็บแค่นี้ถือเป็นเรื่องตลก

นางเดินตรงไปหาไป๋หลินช้าๆ บรรดาบ่าวรับใช้ต่างถอยร่นเพราะรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมา

"เจ้าจะทำอะไรหลินเอ๋อร์!" ฮูหยินรองหวีดร้อง

กาหลงไม่ตอบ นางคว้าข้อมือของไป๋หลินขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว นิ้วเรียวของนางกดลงบนจุดชีพจรด้วยท่วงท่าที่เหนือชั้น

ตึก... ตึก... ตึก...

"ชีพจรเต้นเร็วเพราะความตื่นเต้น ผิวหนังไม่มีรอยจ้ำแดง ลมหายใจปกติ..." กาหลงพึมพำ ก่อนจะหันไปสบตากับแม่ทัพมู่ "ท่านพ่อ ท่านบอกว่าหมอหลวงเป็นคนตรวจ? ข้าอยากทราบนามของเขาจังเลยว่า จบมาจากสำนักไหน ถึงได้แยกแยะไม่ออกระหว่าง 'พิษตะขาบเพลิง' กับ 'ผงคันจากรากไม้' ที่ทำให้นางแค่ดูเหมือนป่วยแต่ไม่ได้เป็นอะไรเลย"

"เจ้าพูดเหลวไหลอะไร!" ไป๋หลินหน้าเสีย รีบชักมือกลับ

"ข้าอาจจะเป็นคนร้ายกาจในสายตาพวกท่าน" กาหลงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคน แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในศาลบรรพชนขับเน้นให้ใบหน้าของนางดูเย็นเยียบดุจเทพธิดาผู้ไร้อารมณ์ "แต่ข้าคือ 'มู่กาหลง' ผู้หยิ่งทะนง หากข้าจะฆ่าใคร ข้าไม่เสียเวลาใช้พิษกระจอกๆ แบบนั้นหรอก... ข้าจะทำให้มันหายไปแบบไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่านต่างหาก"

บรรยากาศในห้องเงียบกริบ คำพูดที่โอหังแต่กลับมีพลังอำนาจนั้นทำให้ทุกคนใบ้รับประทาน

"และอีกอย่าง..." กาหลงมองไปยังไม้โบยในมือบิดา "การโบยครั้งนี้ ข้าจะถือว่าเป็นการชดใช้ค่าน้ำนมที่ท่านเลี้ยงร่างนี้มาจนโต หลังจากวันนี้... มู่กาหลงคนเดิมได้ตายไปแล้วในศาลบรรพชนแห่งนี้"

นางเดินผ่านหน้าบิดาไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้คนข้างหลังยืนตะลึงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน

พอกันทีกับบทนางร้ายที่ต้องวิ่งตามหาความรักจนตัวตาย กาหลงคิดในใจขณะที่เดินกลับเรือนพักที่ซอมซ่อของนาง

ในโลกที่เต็มไปด้วยสมุนไพรและพลังปราณที่ยังไม่ได้รับการเจียระไนแบบนี้... สำหรับเซียนโอสถอย่างนาง มันคือสวรรค์ชัดๆ!

"จากนี้ไป ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นเองว่า... นางร้ายที่พวกเจ้าเกลียดชัง จะกลายเป็นคนที่พวกเจ้าต้องกราบกรานขอชีวิต!"

ทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ 'เรือนเหมยหอม' นั้นทั้งมืดและเงียบสงัด ต้นเหมยที่เคยออกดอกชูช่อบัดนี้กลับยืนต้นแห้งเหี่ยวไม่ต่างจากเจ้าของเรือนคนเดิม แผ่นหลังที่ชุ่มไปด้วยเลือดของมู่กาหลงยังคงส่งความเจ็บปวดแปลบเข้าสู่โสตประสาททุกครั้งที่นางก้าวเดิน แต่นางกลับไม่ปริปากร้องสักคำ ใบหน้าที่งดงามปานล่มเมืองยังคงราบเรียบดุจน้ำในสระมรณะ

"คุณหนู! คุณหนูของบ่าว!"

เสียงร้องไห้โฮดังมาจากหน้าเรือนที่ทรุดโทรม ร่างเล็กๆ ของสาวใช้คนสนิทนามว่า 'เสี่ยวชุ่ย' วิ่งถลาเข้ามาประคองนางด้วยอาการลนลาน น้ำตาไหลพรากจนอาบแก้มเมื่อเห็นสภาพเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและคราบเลือดแดงฉาน

"พวกเขาทรมานคุณหนูอีกแล้ว... ฮือ... บ่าวไร้ความสามารถ บ่าวช่วยอะไรคุณหนูไม่ได้เลย"

กาหลงปรายตมองสาวใช้ตัวน้อย ความทรงจำในร่างเดิมบอกนางว่า เสี่ยวชุ่ยคือคนเดียวในจวนแม่ทัพที่จงรักภักดีต่อมู่กาหลงอย่างแท้จริง แม้จะถูกทุบตีหรือถูกกลั่นแกล้งจากคนของฮูหยินรองเพียงใด นางก็ไม่เคยคิดตีจาก

"หยุดร้อง..." กาหลงเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงนั้นแม้จะอ่อนแรงแต่กลับมีพลังอำนาจที่ทำให้เสี่ยวชุ่ยชะงัก "ไปเตรียมน้ำอุ่นและเกลือมาให้ข้า ข้าต้องการชำระล้างแผล"

"ตะ... แต่คุณหนูเจ้าคะ ท่านต้องตามหมอ..."

"ข้าบอกให้ไปเตรียมน้ำ" กาหลงเน้นคำชัดเจน สายตาที่เย็นเยียบสบเข้ากับดวงตาที่บวมช้ำของสาวใช้ ทำเอาเสี่ยวชุ่ยถึงกับตัวสั่นขวัญหนีดีฝ่อ นางไม่เคยเห็นคุณหนูมองใครด้วยสายตาที่ลึกล้ำและน่าเกรงขามเช่นนี้มาก่อน

"เจ้าค่ะ! บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!"

เมื่อลับหลังสาวใช้ กาหลงก็พยุงร่างตัวเองเข้าไปในห้องนอนที่เรียบง่ายจนเกือบจะเรียกว่าอัตคัด นางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ลมหายใจเข้าออกเริ่มถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นจังหวะตาม 'เคล็ดวิชาลมปราณโอสถคืนรัง' แม้ในโลกนี้จะไม่มีไอเซียนหนาแน่นเหมือนแดนบน แต่นางยังพอสัมผัสได้ถึงพลังธรรมชาติจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ

นางหลับตาลง สำรวจภายในร่างกายมนุษย์ที่แสนเปราะบางนี้

ช่างน่าสมเพชนัก... เส้นชีพจรเกือบทั้งหมดอุดตันด้วยสารพิษสะสมที่เกิดจากการกินยาบำรุงผิดๆ มาหลายปี มู่กาหลงคนเดิมถูกหลอกให้กิน 'ยาบำรุงโฉม' ที่ผสมผงตะกั่วและสมุนไพรทำลายธาตุไฟอยู่ตลอดเวลา มิน่าเล่านางถึงได้อารมณ์ร้อนและสติปัญญาทรามลงทุกวันจนถูกหลอกใช้ได้ง่ายๆ

"จะเล่นงานข้าด้วยพิษชั้นต่ำพวกนี้งั้นหรือ? ฝันไปเถอะ"

กาหลงแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางใช้นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนกดลงบนจุด 'เทียนจู' ที่ต้นคอและ 'ชี่ไห่' ที่ใต้สะดืออย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่นิ้วกดลงไป นางจะส่งแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ เพื่อสลายลิ่มเลือดและขับพิษสะสมออกมา

บนหลังคาเรือนเหมยหอม... ภายใต้เงาจันทร์ที่มืดมิด ร่างในชุดสีดำสนิทผู้หนึ่งกำลังหมอบนิ่ง สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองผ่านรอยแยกของหลังคาลงไปยังสตรีที่อยู่ด้านล่าง

'ชินอ๋อง' หรือ 'มู่หรงเยว่' แม่ทัพไร้พ่ายผู้ลึกลับที่ใครๆ ต่างเกรงกลัว ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เขาแอบตามมู่กาหลงมาหลังจากเห็นพฤติกรรมประหลาดของนางที่ศาลบรรพชน สตรีที่เคยกรีดร้องโวยวายปานคนวิกลจริต เหตุใดจู่ๆ ถึงได้มีท่าทีนิ่งขรึมและท่วงท่าการกดจุดที่ดูเชี่ยวชาญราวกับหมอเทวดาเช่นนั้น?