บท
ตั้งค่า

บทที่ 2: โอสถชำระไขกระดูกและการมาเยือนของบุรุษผู้ไร้ค่า

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านยอดต้นเหมยที่เหี่ยวเฉา เข้ามายังห้องนอนเล็กๆ ในเรือนเหมยหอม 'กาหลง' ลืมตาขึ้นในความเงียบสงัด ความเจ็บปวดที่แผ่นหลังลดน้อยลงอย่างน่าประหลาด แม้บาดแผลจะยังไม่หายสนิท แต่น้ำชาผสมหยดเลือดเซียนที่นางดื่มเข้าไปเมื่อคืน (ร่วมกับที่แบ่งให้ชินอ๋อง) ได้เริ่มทำการซ่อมแซมเส้นชีพจรที่ฉีกขาดอย่างช้าๆ

นางลุกขึ้นนั่ง รวบรวมลมปราณที่เบาบางดุจเส้นไหมให้ไหลเวียนไปตามจุดสำคัญ

"ร่างกายนี้ช่างเหมือนถังที่รั่วไหล..." กาหลงถอนหายใจพึมพำ "หากไม่รีบปรุง 'โอสถชำระไขกระดูก' เพื่อปิดรอยรั่วและขับพิษสะสมออกไป ข้าคงไม่มีทางก้าวเข้าสู่ขอบเขตการฝึกตนได้เลย"

"คุณหนูเจ้าคะ... อาหารเช้ามาแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวชุ่ย เดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารที่ดูดีกว่าทุกวันอย่างเห็นได้ชัด มีทั้งโจ๊กหมูสับหอมกรุ่นและขนมจีบลูกโต "วันนี้ห้องเครื่องส่งอาหารมาให้ตามเวลาเลยเจ้าค่ะ แถมยัง... ยังดูดีกว่าของฮูหยินรองเสียอีก!"

กาหลงปรายตามองอาหารเหล่านั้นพลางยกยิ้มเย็น "นั่นเพราะพวกเขากลัว 'เงา' ของชินอ๋องที่ทิ้งไว้เมื่อคืนน่ะสิ เสี่ยวชุ่ย กินซะ... ข้ากินเพียงครึ่งเดียวก็พอ"

"แต่คุณหนูบาดเจ็บนะเจ้าคะ..."

"คำสั่งข้า คือคำประกาศิต" กาหลงเอ่ยสั้นๆ แต่ทรงพลัง จนเสี่ยวชุ่ยต้องก้มหน้ายอมรับประทานอาหารร่วมกับเจ้านายอย่างประหม่า

หลังจากมื้อเช้า กาหลงไม่ได้นั่งพักผ่อนเหมือนคนป่วยทั่วไป แต่นางกลับสั่งให้เสี่ยวชุ่ยพาไปยัง 'สวนสมุนไพรท้ายจวน' ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างที่แทบไม่มีใครย่างกรายเข้าไปมานับสิบปี สำหรับคนทั่วไปที่นี่คือป่าหญ้าคาที่ไร้ค่า แต่สำหรับเซียนโอสถผู้มีดวงตาทิพย์... ที่นี่คือขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ใต้จมูกพยัคฆ์

นางเดินลัดเลาะผ่านดงหญ้าสูงท่วมหัว กลิ่นดินและกลิ่นสาบสางของวัชพืชไม่ได้ทำให้นางขยืดแขยง ทันใดนั้น ดวงตาหงส์ก็ประกายวาวเมื่อเห็นยอดหญ้าสีม่วงหม่นที่ขึ้นอยู่ริมโขดหิน

"หญ้าหมอกอัคคี..." กาหลงย่อตัวลงเด็ดมันอย่างเบามือ "ในโลกมนุษย์เรียกมันว่าวัชพืชพิษ แต่ถ้ากลั่นด้วยไฟที่ถูกต้อง มันคือตัวยาหลักในการกระตุ้นไขกระดูก"

นางใช้เวลาเกือบสองชั่วยามในการขุดสมุนไพร "ไร้ค่า" ในสายตาคนอื่นจนเต็มตะกร้า ทั้งรากบัวดิน หญ้าลิ้นมังกรขาว และผลอิงเถาป่าที่เปรี้ยวจี๊ด

ทว่า... ในขณะที่นางกำลังจะเดินกลับเรือน เสียงฝีเท้าของม้าหลายตัวและเสียงประกาศอันกึกก้องก็ดังมาจากหน้าประตูจวน

"องค์ชายรัชทายาทเสด็จ!"

เสี่ยวชุ่ยถึงกับหน้าซีดเผือด ตะกร้าในมือสั่นระริก "คุณหนู! องค์ชาย... องค์ชายรัชทายาทเสด็จมาเจ้าค่ะ! หรือว่าจะทรงมาลงโทษคุณหนูเรื่องที่วางยาคุณหนูรอง?"

กาหลงหยุดเดิน นิ่งฟังเสียงความวุ่นวายที่ดังมาจากโถงกลางจวน มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูถูกโลก "มาได้จังหวะพอดี... ข้ากำลังอยากจะ 'คืน' ความโง่เขลาของมู่กาหลงคนเก่าให้เขาอยู่พอดี"

ที่โถงกลางจวนแม่ทัพมู่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด แม่ทัพมู่ และ ฮูหยินรอง ต่างคุกเข่าต้อนรับบุรุษในชุดอาภรณ์สีทองปักลายมังกรสี่เล็บ 'หลงเทียน' องค์ชายรัชทายาทผู้สง่างามแต่แฝงไปด้วยความโอหัง ข้างกายของเขามี ไป๋หลิน ที่ยืนทำหน้าเศร้าสร้อยหยาดเยิ้มปานจะขาดใจ

"มู่กาหลงอยู่ที่ไหน!" หลงเทียนตวาด เสียงของเขาสั่นด้วยความโกรธ "นางกล้าดียังไงถึงวางยาพิษหลินเอ๋อร์ แล้วยังมีหน้าไปยุ่งเกี่ยวกับเสด็จอาชินอ๋องเพื่อเอามาข่มขู่คนในตระกูล! นางคิดว่ามีคนหนุนหลังแล้วข้าจะไม่กล้าทำอะไรนางงั้นหรือ?"

"องค์ชาย... โปรดพระทัยเย็นก่อนเจ้าค่ะ พี่ใหญ่นางคง... คงไม่ได้ตั้งใจ" ไป๋หลินเอ่ยเสียงอ่อย พลางซบหน้าลงกับไหล่ขององค์ชาย เป็นภาพที่ดูน่าสงสารจนคนมองต้องรุมสาปแช่งนางร้ายอย่างกาหลง

"ไม่ได้ตั้งใจ? นางทำชั่วซ้ำซาก! วันนี้ข้าจะมาประกาศถอนหมั้นนางต่อหน้าบรรพชนตระกูลมู่ ให้โลกได้รู้ว่าสตรีแพศยาเช่นนาง ไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นข้ารับใช้ในวังของข้า!"

"ใคร... ที่ไม่คู่ควรนะ?"

เสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่แตกตัวดังขึ้นจากหน้าประตูโถง ทุกสายตาหันไปมองเป็นจุดเดียว และสิ่งที่พวกเขาเห็นคือสตรีในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบง่าย ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวกลับดูผุดผ่องมีน้ำมีนวล ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความริษยาบัดนี้กลับเฉยชาและสูงส่งราวกับมองมดปลวก

กาหลงเดินเข้ามาในโถงช้าๆ นางไม่คุกเข่า ไม่ทำความเคารพ แต่กลับยืนประจันหน้ากับรัชทายาทอย่างสง่าผ่าเผย

"มู่กาหลง! เจ้าสามหาว! เห็นองค์ชายแล้วทำไมไม่คุกเข่า!" ฮูหยินรองหวีดร้อง

กาหลงปรายตามองนางเพียงแวบเดียว จนฮูหยินรองถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออก "ในฐานะว่าที่พระชายาชินอ๋อง... ข้ามีศักดิ์เป็น 'อาสะใภ้' ขององค์ชายรัชทายาท เหตุใดอาสะใภ้ต้องคุกเข่าให้หลานชายด้วยเล่า?"

"เจ้า!!! เจ้ากล้าดียังไงมาแอบอ้างเสด็จอา!" หลงเทียนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "เจ้ามันก็นางร้ายสติเฟื่องที่เสด็จอาสงสารเลยช่วยไว้ชั่วคราวเท่านั้นแหละ!"

"งั้นหรือ?" กาหลงก้าวเข้าไปหาเขาหนึ่งก้าว รังสีอำนาจจากจิตวิญญาณเซียนแผ่ออกมาจนหลงเทียนรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด "แล้วเรื่องถอนหมั้น... ท่านไม่ต้องเสียเวลาประกาศหรอก เพราะข้าเตรียม 'หนังสือถอนหมั้น' มาให้ท่านเซ็นพอดี"

นางหยิบกระดาษที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลังออกมาวางบนโต๊ะ "ข้า มู่กาหลง ขอยกเลิกการหมั้นหมายกับองค์ชายหลงเทียน เนื่องจากฝ่ายชายมีนิสัยโลเล หูเบา และขาดคุณธรรมที่บุรุษพึงมี... เช่นนี้ ชัดเจนพอไหม?"

ทั้งโถงเงียบกริบราวกับป่าช้า องค์ชายรัชทายาทถูกสตรีที่เคยวิ่งไล่ตามเขาอย่างกะหืดกะหอบเป็นฝ่าย 'ทิ้ง' ก่อนต่อหน้าคนนับสิบ!

"เจ้า... เจ้ากล้าทิ้งข้า?" หลงเทียนสั่นไปทั้งตัวด้วยความอับอาย

"ทิ้ง?" กาหลงเลิกคิ้ว "ข้าไม่ได้ทิ้ง... ข้าแค่ 'เขี่ย' ขยะออกจากทางเดินของข้าต่างหาก"

นางหันไปหาไป๋หลินที่ยืนตัวสั่น "ส่วนเจ้า... น้องสาวผู้แสนดี พิษผงคันที่เจ้าโรยใส่ตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจน่ะ ถ้าไม่อยากให้หน้าพังจริงๆ ภายในสามวัน ก็จงเลิกกิน 'ยาบำรุงหัวใจ' ที่ผสมผงว่านราคะซะนะ เพราะมันกำลังจะทำลายตับไตของเจ้าจนกู่ไม่กลับแล้ว"

ไป๋หลินหน้าซีดเผือด "พี่ใหญ่... ท่านพูดเรื่องอะไร ข้าไม่..."

"ข้าเตือนในฐานะหมอ... ไม่ใช่ในฐานะพี่สาว" กาหลงหันหลังกลับอย่างไม่ใยดี "องค์ชาย รีบเซ็นชื่อซะ แล้วไสหัวไปจากจวนแม่ทัพมู่ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจใช้เข็มพิษ 'เย็บปาก' ท่านที่บังอาจมาส่งเสียงดังรบกวนการปรุงยาของข้า"

หลงเทียนมองตามแผ่นหลังของกาหลงด้วยความรู้สึกที่สับสน ทั้งโกรธแค้น ทั้งอับอาย และ... เสียดายอย่างประหลาด ความสง่างามที่นางแสดงออกมามันช่างบีบคั้นหัวใจเขาจนแทบหายใจไม่ออก

กลับมาที่เรือนเหมยหอม กาหลงปิดประตูลงกลอนทันที นางไม่ได้สนใจความวุ่นวายภายนอกอีกต่อไป สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการกลั่นยา

นางนำสมุนไพรที่เก็บมาได้ใส่ลงในหม้อดินเก่าๆ ใช้นิ้วเรียววาดอักขระเซียนลงบนก้นหม้อเพื่อสร้าง 'เพลิงวิญญาณ' จางๆ

"ด้วยเลือดของข้า และจิตแห่งเซียนโอสถ... โอสถชำระไขกระดูก จงก่อตัว!"

กลิ่นหอมประหลาดที่ไม่เคยมีใครในโลกนี้เคยได้กลิ่นเริ่มกำจายออกมาจากเรือนเหมยหอม มันเป็นกลิ่นที่ทำให้แมลงและนกในบริเวณนั้นถึงกับหยุดนิ่งเพื่อซึมซับไอพลัง

กาหลงเฝ้าดูน้ำยาในหม้อที่ค่อยๆ งวดลงจนกลายเป็นเม็ดกลมสีเขียวมรกตสามเม็ด แต่นางรู้ดีว่าการจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเซียนนั้น เจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกโบยร้อยเท่านัก

นางหยิบเม็ดขึ้มาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนลงไปทันที!

"อึก!!!"

ทันทีที่ยาเข้าสู่ร่างกาย ร่างของกาหลงก็สั่นสะท้าน เส้นชีพจรทั่วร่างราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ แล้วเย็บใหม่ด้วยเข็มที่ร้อนดั่งไฟนรก เหงื่อกาฬไหลชุ่มโชก ใบหน้าที่งดงามบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน แต่นางยังคงนั่งขัดสมาธินิ่ง ดุจก้อนหินที่ตั้งตระหง่านกลางพายุ

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงหัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับคราบสีดำเหนียวเหนอะหนะที่ถูกขับออกมาจากรูขุมขนทั่วร่างกาย นั่นคือพิษและสิ่งสกปรกที่สะสมมาตลอดสิบกว่าปีของมู่กาหลงคนเดิม

ในขณะที่นางกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตของการผลัดเปลี่ยนกระดูก...

ฟุ่บ!

ร่างสูงในชุดดำปรากฏตัวขึ้นกลางห้อง มู่หรงเยว่ (ชินอ๋อง) มองสตรีที่กำลังดิ้นรนอยู่บนเตียงด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เขาพุ่งเข้าไปประคองร่างที่ร้อนดั่งไฟของนางไว้ทันที

"มู่กาหลง! เจ้าทำอะไรของเจ้า!"

กาหลงลืมตาที่แดงก่ำมองเขา นางยิ้มออกมาทั้งที่มุมปากมีเลือดซึม "ท่านอ๋อง... มาพอดี... ช่วย... ส่งปราณเย็นของท่าน... เข้ามาในจุด 'เสินเชวี่ย' ของข้าที..."

มู่หรงเยว่ไม่ลังเล เขาถ่ายทอดพลังปราณที่เยือกเย็นเข้าสู่ร่างของนางทันที การปะทะกันระหว่างความร้อนของโอสถและความเย็นของชินอ๋องทำให้เกิดหมอกขาวปกคลุมไปทั่วห้อง

และในนาทีนั้นเอง... กำแพงที่ขวางกั้นระหว่างมนุษย์และเซียนในตัวมู่กาหลง... ก็พังทลายลง!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel