บท
ตั้งค่า

บทที่ 1: กาหลงในกรงขัง - 2

และที่สำคัญ... เขาสัมผัสได้ถึง 'กลิ่นอาย' บางอย่างจากตัวนาง มันไม่ใช่กลิ่นหอมของแป้งประทินโฉมทั่วไป แต่เป็นกลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพรทิพย์ที่ทำให้ความรู้สึก 'เย็นยะเยือก' ในขั้วหัวใจของเขาบรรเทาลงชั่วขณะ

นางเป็นใครกันแน่? มู่กาหลงที่ข้าเขี่ยทิ้ง หรือเป็นวิญญาณอื่นที่มาสิงร่างสตรีผู้นี้?

ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิด กาหลงที่นั่งอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้นฉับพลัน!

นางไม่ได้หันมามองที่หลังคา แต่นางกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ส่งตรงมาถึงโสตประสาทของเขาโดยเฉพาะ

"ท่านอ๋อง... การแอบดูสตรีชำระแผลในยามวิกาล ไม่ใช่กิจของบุรุษผู้กล้ากระมัง? หรือว่าพิษเย็นในกายท่าน มันลามไปถึงสมองจนทำให้ลืมมารยาทเสียแล้ว?"

ชินอ๋องดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่ง! นางรู้? นางรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ตรงนี้? และนางรู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังถูก 'พิษเหมันต์นิรันดร์' คุกคามอยู่?!

เขาไม่ได้หลบหนี แต่กลับกระโดดลงจากหลังคาอย่างนุ่มนวล ร่างสูงใหญ่กำยำปรากฏตัวขึ้นที่หน้าต่างห้องนอน กลิ่นอายความเย็นจากตัวเขาทำให้น้ำในอ่างที่เสี่ยวชุ่ยเพิ่งยกเข้ามาถึงกับเกิดฝ้าจางๆ

"เจ้า... รู้เรื่องพิษของข้าได้อย่างไร?" เสียงทุ้มต่ำถามด้วยความเย็นชา แต่แฝงไปด้วยความระแวดระวัง

กาหลงค่อยๆ หันหน้าไปสบตากับเขา แสงจันทร์ตกกระทบใบหน้าของนางครึ่งหนึ่ง ทำให้ดูงดงามราวกับปีศาจจำแลง นางยกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มแรกที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้แข็งกร้าวสั่นสะเทือน

"ในสายตาของเซียน... ไม่มีพิษใดในโลกมนุษย์ที่ซ่อนเร้นได้หรอก ท่านอ๋อง" นางขยับตัวช้าๆ "แต่ก่อนที่เราจะคุยเรื่อง 'ข้อตกลง' ในการรักษาท่าน... ท่านช่วยถอยออกไปให้ห่างจากห้องข้าสักสิบก้าวได้หรือไม่? ข้าไม่อยากให้สาวใช้ของข้าหัวใจวายตายเพราะเห็นท่านอยู่ที่นี่"

ชินอ๋องนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมถอยหลังออกไปตามที่นางบอกอย่างว่าง่าย ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องฟังคำสั่งของสตรีที่เขาเคยตราหน้าว่า 'ไร้ค่า' ผู้นี้

มู่กาหลง... เจ้าเปลี่ยนไปจริงๆ หรือนี่คือกับดักใหม่ของเจ้ากันแน่?

กาหลงมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยสายตาอ่านยาก นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้คือ 'ไพ่ใบสำคัญ' ที่จะช่วยให้นางรอดพ้นจากบทสรุปอันเลวร้ายในนิยายเรื่องนี้

"ในเมื่อสวรรค์ส่งตัวช่วยมาให้ถึงที่... ข้าก็จะใช้ท่านนี่แหละ เป็นบันไดก้าวแรกสู่บัลลังก์แห่งเซียนโอสถในโลกใบนี้!"

ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรี มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่าง 'ชินอ๋อง' หรือ มู่หรงเยว่ ยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงเล็กๆ ของเรือนเหมยหอม กลิ่นอายความเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่นั้นรุนแรงเสียจนหยดน้ำบนแจกันครามเริ่มเกาะตัวเป็นน้ำแข็งจางๆ

เขามองสตรีเบื้องหน้าที่กำลังขยับกายอย่างยากลำบากเพื่อหยิบเศษผ้าสะอาดมาเช็ดคราบเลือดที่ซึมผ่านเสื้อผ้าสีแดงชาด แผ่นหลังของนางบอบช้ำจากการถูกโบย แต่ใบหน้ากลับนิ่งสนิทไร้ซึ่งความอ่อนแอที่เขาเคยชินตา

"เจ้าบอกว่าข้าถูกพิษเย็น..." มู่หรงเยว่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยแรงกดดัน "หมอหลวงทั่วทั้งแผ่นดินบอกว่าข้าเพียงแค่ตรากตรำศึกหนักจนธาตุไฟพร่อง แล้วเหตุใดสตรีโฉดเขลาที่วันๆ เอาแต่ประทินโฉมเช่นเจ้า ถึงกล้าปรักปรำอาการป่วยของข้า?"

กาหลงเงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์ที่เคยฉายแววริษยาบัดนี้กลับใสกระจ่างและลึกล้ำดุจมหาสมุทรที่มองไม่เห็นก้น

"หมอหลวงเหล่านั้นมองเพียง 'กายเนื้อ' แต่ข้ามองเห็นถึง 'วิญญาณธาตุ'" นางแค่นยิ้มบางๆ พลางส่งสัญญาณให้เขาเดินเข้ามาใกล้ "ท่านอ๋อง หากท่านยังดื้อรั้นกอดศักดิ์ศรีโง่ๆ นั่นไว้ อีกไม่เกินสามเหมันต์ หัวใจของท่านจะกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง และเมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้เทวดาจุติลงมาก็ช่วยท่านไม่ได้"

มู่หรงเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดของนางช่างอวดดีนัก! แต่ประหลาดที่เขากลับไม่รู้สึกโกรธขึ้งเหมือนทุกครั้ง กลับมีความรู้สึกหนึ่งที่แทรกซึมเข้ามา... ความหวัง

เขาก้าวเข้าไปหานางช้าๆ กลิ่นอายความเย็นปะทะกับกลิ่นหอมสะอาดจากกายของกาหลงอย่างจัง นางไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเอื้อมมือเรียวบางมาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น

ฉับพลันนั้น!

มู่หรงเยว่รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟบางอย่างแล่นพล่านเข้าสู่ชีพจร มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือความอุ่นซ่านที่ค่อยๆ เข้าไปโอบอุ้มความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูกของเขามานานนับปี เขามองมือเล็กๆ ของนางด้วยความตกตะลึง"นี่มัน... พลังปราณชนิดใดกัน?"

"ไม่ใช่ปราณมนุษย์ แต่มันคือ 'เจตจำนงแห่งโอสถ'" กาหลงหลับตาลงรวบรวมสมาธิ นางใช้พลังเซียนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกระตุ้นจุดชีพจรหลักของเขา "พิษเหมันต์นิรันดร์ในร่างท่าน ถูกวางมาตั้งแต่วัยเยาว์ทีละน้อย... คนที่ทำเช่นนี้ ไม่ได้ต้องการให้ท่านตายทันที แต่ต้องการให้ท่านตายอย่างทรมานในฐานะ 'แม่ทัพไร้พ่ายที่พิการ' "

คำพูดของนางเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจดำของเขา มู่หรงเยว่ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เรื่องนี้เขาเองก็สงสัยมาตลอด แต่ไม่เคยมีใครกล้าพูดยืนยันเช่นนี้

"ข้าจะช่วยท่าน..." กาหลงลืมตาขึ้น สบตากับเขาในระยะประชิดจนเห็นเงาของตัวเองในดวงตาคมกริบคู่นั้น "แต่ข้ามีเงื่อนไข"

"เจ้าต้องการอะไร? เงินทอง? อำนาจ? หรือตำแน่งพระชายาเอกที่เจ้าเคยร้องขอ?"

กาหลงหลุดขำออกมาเบาๆ เป็นเสียงขำที่ดูถูกความต้องการดั้งเดิมของร่างนี้เสียเหลือเกิน "ของพรรค์นั้นข้าหาเองเมื่อไหร่ก็ได้... เงื่อนไขของข้ามีเพียงข้อเดียว คือหลังจากนี้เป็นต้นไป 'ชีวิตของท่านเป็นของข้า' ท่านต้องเป็นโล่ให้ข้าในจวนแห่งนี้ และห้ามใครก็ตามมาแตะต้องเรือนเหมยหอมโดยที่ข้าไม่อนุญาต"

"เจ้ากำลังใช้ข้าเป็นเครื่องมือป้องกันตัวงั้นหรือ?"

"จะเรียกว่า 'พันธมิตร' ก็ได้ท่านอ๋อง ในโลกที่ทุกคนอยากให้ข้าตาย และทุกคนอยากให้ท่านพิการ... มีเพียงเราสองคนที่เข้าใจรสชาติของการถูกทรยศดีที่สุด"

มู่หรงเยว่นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขามองสำรวจสตรีตรงหน้าอีกครั้ง ความรู้สึกดูแคลนเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความนับถือในความเด็ดเดี่ยวที่นางแสดงออก

"ตกลง... ข้ารับคำท้าของเจ้า มู่กาหลง"

ในขณะที่ทั้งสองกำลังตกลงพันธสัญญาเลือดยู่นั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับแสงคบไฟที่สว่างวาบข้ามรั้วเรือนเข้ามา

"เปิดประตู! ข้าได้ยินว่าเรือนเหมยหอมมีชายชู้ลอบเข้ามาขโมยของ! คุณหนูใหญ่ทำตัวเสื่อมเสีย ตระกูลมู่ต้องจัดการให้เด็ดขาด!"

เสียงของ 'พ่อบ้านโจว' คนสนิทของฮูหยินรองตะโกนขึ้นอย่างย่ามใจ กาหลงหันไปมองทางประตูด้วยสายตาเย็นเยียบ นางไม่ได้ตกใจแม้แต่น้อย กลับกัน... นางยกยิ้มอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า

"มาช้ากว่าที่คิดแฮะ..." นางพึมพำ ก่อนจะหันไปหาชินอ๋องที่กำลังจะเร้นกายหนี "ท่านอ๋อง ไหนๆ ก็จะเป็นโล่ให้ข้าแล้ว... ช่วยทำหน้าที่ 'โล่ทองคำ' ให้ข้าเห็นเป็นขวัญตาหน่อยได้หรือไม่?"

มู่หรงเยว่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมชวนให้คนมองต้องสั่นประสาท เขาขยับผ้าคลุมไหล่สีดำสนิทให้เข้าที่ ก่อนจะยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังกาหลงราวกับภูเขาที่ไม่มีวันพังทลาย

"ตามบัญชา... พระชายาของข้า"

โครม!

ประตูเรือนถูกถีบออกอย่างแรง พ่อบ้านโจวพร้อมกับบ่าวชายหลายสิบคนกรูเข้ามาด้วยใบหน้าที่หมายจะจับผิดให้ดิ้นไม่หลุด แต่ภาพที่พวกเขาเห็น กลับทำให้คบไฟในมือแทบร่วงลงพื้น

มู่กาหลงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ อย่างสง่างาม โดยมีบุรุษที่สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดิน... บุรุษที่แม้แต่แม่ทัพมู่ยังต้องคุกเข่าให้... ยืนเอามือไขว้หลังอยู่ข้างกายนางด้วยท่าทางคุกคามสยบทั้งหล้า

"พวกเจ้า... บอกว่าใครคือชายชู้งั้นหรือ?" เสียงของมู่หรงเยว่เย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรก

พ่อบ้านโจวหน้าซีดเผือด เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นทันที "ชะ... ชินอ๋อง! กระหม่อม... กระหม่อมผิดไปแล้วพระเจ้าข้า!"

กาหลงจิบน้ำชาที่เย็นชืดในถ้วยดินเผาอย่างใจเย็น นางปรายตามองกลุ่มคนที่สั่นงกๆ อยู่แทบเท้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ทรงพลัง

"กลับไปบอกนายของพวกเจ้า... ว่าตั้งแต่วินาทีนี้ เรือนเหมยหอมอยู่ภายใต้การดูแลของชินอ๋อง ใครที่กล้าก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต... เตรียมจองโลงศพไว้รอได้เลย"

ราตรีนั้น จวนแม่ทัพมู่สั่นสะเทือนยิ่งกว่าตอนเกิดแผ่นดินไหว ข่าวเรื่องนางร้ายมู่กาหลงคว้าชินอ๋องมาเป็นพวกได้สำเร็จกระจายไปทั่วราวกับไฟลามทุ่ง

แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น... เพราะยาพิษขวดแรกที่นางเริ่มกลั่นในคืนนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าคน แต่มีไว้เพื่อ 'สยบ' โลกทั้งใบ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel