บทที่ 1.2
“พี่ใหญ่ ท่านเองก็รู้ดี อ๋องหนานจิ้งจ้าวเหยียนอิ่งไม่เชี่ยวชาญการทำศึกบนที่สูง ตลอดชีวิตของเขาเพียงเชี่ยวชาญการรบบนที่ราบเท่านั้น” อู๋อิงสงไม่เห็นด้วยและทุกคนไม่อาจถกเถียงกับเขาในเรื่องนี้ กระทั่งในที่สุดสายตาของทุกคนก็มองตรงไปยังคนที่นั่งเงียบมาโดยตลอด เพราะตอนนี้ใบหน้าเคร่งเครียดของจ้าวเหยียนเจี๋ย บ่งบอกถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านลุงขอรับ...” จ้าวเหยียนเจี๋ยหันไปมองเฟิงชิง
“ข้าแล้วแต่เจ้า แม้ว่าครึ่งหนึ่งจะเห็นด้วยกับอาจารย์ซู แต่สงครามที่เกิดอาจนำมาซึ่งหายนะ หากว่าจ้าวเหยียนอิ่งแพ้สงครามหลายชีวิตคงไม่พ้นต้องสังเวย โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ตามชายแดน เรื่องนี้เจ้าตัดสินใจเถิด”
“เจ้าเล่าอิงสง”
“ข้าแล้วแต่ท่านขอรับ ข้าพร้อมจะติดตามท่าน” อู๋อิงสงกุมมืออวิ๋นหยาแน่นขณะที่เอ่ย
“เจ้าเล่าเจี้ยนหาว”
“ข้าไม่เห็นด้วยเด็ดขาด แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็จะฟังความคิดเห็นของเจ้า” สือเจี้ยนหาวพูดจบประโยคก็ลุกขึ้น
“ท่านจะไปไหนพี่ใหญ่” เหยียนหว่านเอ๋อร์ถามขึ้น ซึ่งสือเจี้ยนหาวก็หันกลับมาหานางช้าๆ เขายิ้มแล้ววางมือลงบนศีรษะนางเบาๆ
“ข้าจะไปเตรียมตัว ไปชายแดนครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะกินเวลากี่เดือน”
หญิงสาวมองตามร่างสูงไปยิ้มๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมาหาผู้เป็นสามี “ข้าสนับสนุนท่าน” เหยียนหว่านเอ๋อร์ยิ้มให้ทั้งที่เขายังไม่ทันได้เอ่ยถาม
“ขอบใจเจ้า” จ้าวเหยียนเจี๋ยยิ้มและกุมมือนางแน่น
ในบรรดาคนในครอบครัว ผู้ที่ไม่เห็นด้วยคือสือเจี้ยนหาวกับซูหย่งจื้อ
ผู้ที่เห็นด้วยห้าคน จ้าวเหยียนเจี๋ย เหยียนหว่านเอ๋อร์ อู๋อิงสง อวิ๋นหยา และเฟิงชิง
ไม่ออกเสียงสองคนคือหม่าซือหยวนกับเสี่ยวจู
ที่จริงก็โดนสายตาข่มขู่ของเหยียนหว่านเอ๋อร์ แต่หม่าซือหยวนก็ไม่อาจขัดใจซูหย่งจื้อเช่นกัน ดังนั้นการออกเสียงจึงจบลงเช่นนี้
หลังจากใช้เวลาเพียงวันเดียวในการเตรียมตัว เช้าตรู่ของวันต่อมาพวกเขาก็พร้อมเดินทาง ทุกคนออกมาส่งจ้าวเหยียนเจี๋ย อู๋อิงสง และสือเจี้ยนหาวไปชายแดน
“นี่จำเป็นสำหรับพวกเจ้า” เฟิงชิงยื่นหน้ากากหนังมนุษย์ให้ทั้งสามคนละอัน “พวกเจ้านับเป็นคนที่ตายไปแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าได้เผยร่องรอยของตัวเอง เสร็จเรื่องแล้วก็รีบกลับบ้าน” เขายังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ
เหยียนหว่านเอ๋อร์มอบถุงใบเล็กปักลายดอกจวี๋ฮวาให้ทั้งสามแขวนเอาไว้ที่คอคนละใบ
“ถุงอัปลักษณ์อะไรกัน” สือเจี้ยนหาวดึงถุงที่เหยียนหว่านเอ๋อร์ห้อยคอให้ขึ้นมามอง ถึงเขาจะพูดเช่นนั้นแต่ก็ยอมแขวนมันติดตัวเอาไว้แต่โดยดี
“ในนี้มีลูกกลอนครอบจักรวาลที่ข้ากับอาจารย์ปรุงขึ้น พวกท่านจะมีมันคนละสามเม็ด ในนั้นยังมียาสองชนิดขวดสีขาวคือผงยาห้ามเลือด ขวดสีดำเป็นยาพิษไม่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่อาจช่วยได้ในยามจำเป็นพวกท่านพกติดตัวเอาไว้” เหยียนหว่านเอ๋อร์พูดพลางช่วยจ้าวเหยียนเจี๋ยสวมสายห้อยคอ “ดูแลตัวเองด้วย” เหยียนหว่านเอ๋อร์กระซิบกับเขาเสียงเบา
“ดูแลตัวเอง ดูแลบ้าน ดูแลทุกคนด้วย ข้าจะกลับมาในเร็ววัน” จ้าวเหยียนเจี๋ยคว้าฮูหยินของตนเข้าสู่อ้อมแขน
“ข้าจะรอท่านกลับมา” เหยียนหว่านเอ๋อร์พยายามไม่ร้องไห้ เพราะนั่นอาจจะเป็นลางไม่ดี
“ข้ารู้เจ้าจะดูแลที่นี่ได้เป็นอย่างดี” อู๋อิงสงกอดอวิ๋นหยาเอาไว้
“ไม่ต้องห่วง ท่านไปเถิด ที่นี่ไม่มีอะไรให้ห่วง ข้าจะรอท่านกลับมา” อวิ๋นหยาพยักหน้าช้าๆ
“พี่ใหญ่” เหยียนหว่านเอ๋อร์เดินไปหยุดตรงหน้าสือเจี้ยนหาว
“อย่าห่วงไปเลย ข้าจะดูแลเขาให้ระหว่างที่เจ้าไม่อยู่ข้างกายเขา”
“พี่ใหญ่ ท่านเองก็ดูแลตัวเองด้วย ท่านด้วยนะพี่รอง หากพวกท่านกล้าทำคนใดคนหนึ่งหายไปในสงครามล่ะก็...” เหยียนหว่านเอ๋อร์ไม่ได้พูดต่อเพียงจับมือของสือเจี้ยนหาวขึ้นมา “พี่ใหญ่ ท่านกลับมาเร็วๆ นะ รองเท้าหนังกวางคู่ใหม่ที่ท่านทำให้ข้ายังไม่เสร็จ ดังนั้นกลับมาทำให้เสร็จด้วย” สองมือน้อยกุมข้อมือของสือเจี้ยนหาวแน่น
