
บทย่อ
ด้วยคำสาปวิหคยมทูต อดีตโฉมสะคราญอันดับหนึ่งอย่าง จูอี้หลิน จึงได้พบกับ สือเจี้ยวหาว บุรุษผู้มีดวงตาดุร้ายประหนึ่งปิศาจพันปี เพราะชีวิตน้อยๆ ของนางมีเขายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนางจึงปักใจในตัวเขาเพียงคนเดียว ดังนั้นในยามที่เขามีภัย นางสละได้แม้แต่ชีวิตของตัวเอง ทุกอย่างควรจะจบสิ้นนับแต่นางหลั่งเลือดเพื่อเขา ทว่าการผูกชะตานำพานางกลับมาหาเขา กาลเวลาจะผ่านไปกว่าห้าพันปี ครั้งนี้นางจำต้องเลือกที่จะจากไปเพื่อให้เขาอยู่รอด หรือเลือกที่จะให้ตัวเองอยู่รอดเพื่อทำลายคำสาป โดยเขาจำต้องจากนางไป...ตลอดกาล
บทนำ 1
“ข้ายอมมีชีวิตอยู่ต่อเพียงแค่เสี้ยวเวลาหนึ่งกับนาง แต่จะไม่ยอมมีชีวิตที่ไร้นางแม้แต่ชั่วอึดใจ”
เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นไม่ไกล เรียกสติของคนที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ริมลำธารให้รู้สึกตัว ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยก่อนพบว่าความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างยังคงไม่ปรานีเขาแม้แต่น้อย
ความเจ็บปวดแสนสาหัสนี้มีจุดเริ่มตั้งแต่มาจากช่วงต้นขา ไล่ขึ้นไปยังแผ่นหลัง กระทั่งเป็นเหตุให้ร่างทั้งร่างยากที่จะขยับ
คิ้วเข้มขมวดมุ่นก่อนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง
“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย ใครก็ได้!”
เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือยังคงดังจนเขารู้สึกรำคาญ จะว่าไปไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีจึงหันเหความสนใจไปยังต้นเสียง ที่เขาทำเช่นนั้นก็เพราะกำลังหงุดหงิดเต็มที่
ร่างกายของเขายังคงต้องการเวลาในการพักฟื้น หากยังคงมีเสียงรบกวนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ เขาจะหลับลงได้อย่างไรเล่า!!
คิดเช่นนั้นมือใหญ่ก็ล้วงเข้าไปหยิบถุงปักใบเล็กออกมาจากอกเสื้อ ในถุงนั้นมียาลูกกลอนสามเม็ด เขาเลือกหยิบเข้าปากสองเม็ด จากนั้นก็ยิ้มออกมาเพราะรู้สึกว่าร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันทีที่ยาละลายในปาก
“ช่วยด้วย!!!”
เสียงนั้นยังคงดังอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนผินหน้าไปมอง “พวกเจ้ารีบไสหัวไปเสีย มิเช่นนั้นจะหาว่าข้าไม่ไว้ไมตรี”
เสียงเกียจคร้านเอ่ยขึ้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดของเขา ทำให้บุรุษอีกคนที่กำลังคร่อมอยู่บนร่างอรชรของอิสตรีชะงักการกระทำทั้งหมด
“นายท่าน ช่วยข้าด้วย! คนผู้นี้เป็นโจร เขาเข่นฆ่าผู้คน...”
ใบหน้ามอมแมมของหญิงสาวหันมามองเขาอย่างมีความหวัง เสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยฉีกขาดจนแทบไม่อาจปิดบังเรือนร่างอันขาวผ่องน่าหลงใหล
“เจ้าเป็นใคร! ไสหัวไปเสียตั้งแต่ที่ข้ายังใจดี หาไม่...” บุรุษที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นโจรสายตากร้าวขึ้น
“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ แต่พวกเจ้าไปส่งเสียงที่อื่น ข้ารำคาญ” ชายหนุ่มยังคงมีท่าทีเยือกเย็น แม้ว่าตัวเองจะบาดเจ็บจนแทบขยับตัวไม่ได้ก็ตาม
“สารเลว”
โจรหนุ่มคว้าร่างของหญิงสาวขึ้น ทว่าไม่ระวังจึงทำให้เสื้อท่อนบนของนางฉีกขาด ร่างเล็กร่วงลงไปกองกับพื้น ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น
นางล้มลุกคลุกคลานด้วยท่าทางน่าสงสาร เลือกที่จะขอความช่วยเหลือจากบุรุษที่นอนบาดเจ็บอยู่ริมลำธาร มากกว่าอยู่รอให้เจ้าโจรใจทรามย่ำยี เมื่อสบตาดุดันกับเขา ดวงตาของนางก็ฉายแววอ้อนวอน
“ท่านจอมยุทธ์ช่วยข้าด้วย ได้โปรดเถิด” นางละล่ำละลักบอกเขา
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า นางเป็นของข้า ข้าเจอก่อน!” เสียงเจ้าโจรใจหยาบตะคอกดังลั่น
“ข้าก็มิได้รั้งนางเอาไว้นี่”
ชายหนุ่มผู้ซึ่งหญิงสาวอ้อนวอนให้เขาช่วยพลันเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าที่มีคราบเลือดแห้งเกรอะกรังเย็นเยียบน่ากลัวจนทำให้โจรผู้นั้นชะงัก กระนั้นเขาก็ยังทำใจกล้าเข้ามาดึงร่างน้อยออกไป ติดตรงที่ว่ามือของนางยื่นออกมารั้งข้อมือใหญ่ของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
คิ้วเข้มเลิกขึ้นจดจ้องใบหน้าน่าสงสารของนาง
หญิงสาวผู้นี้อายุราวๆ ยี่สิบ หากเขาคาดไม่ผิดนางน่าจะอายุไล่เลี่ยกันกับเหยียนหว่านเอ๋อร์ น้องสาวและสหายที่ดีที่สุดของเขา ซึ่งบัดนี้ลงหลักปักฐานอยู่ที่หุบเขามังกรหลับ
มองมือน้อยๆ ที่เกาะกุมข้อมือของเขาเอาไว้แน่น ในใจหวนนึกไปถึงวันที่เขาจากมา
‘พี่ใหญ่ ท่านกลับมาเร็วๆ นะ รองเท้าหนังกวางคู่ใหม่ที่ท่านทำให้ข้ายังไม่เสร็จ ดังนั้นกลับมาทำให้เสร็จด้วย’
เสียงเล็กเจื้อยแจ้วของเหยียนหว่านเอ๋อร์ น้องสาวร่วมสาบานของเขาคล้ายดังอยู่ข้างหู ตอนพูดนางเองก็จับมือของเขาไว้เช่นนี้เหมือนกัน
“ปล่อยนาง”
เขาพูดประโยคนั้นออกมาด้วยท่าทีเฉยชา น้ำเสียงหรือก็เรียบเฉย ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบเลือดค่อยๆ หันไปมองชายหนุ่มอีกคน กระทั่งพบว่าอีกฝ่ายยังคงดึงแขนเล็กเรียวของหญิงสาวเอาไว้อย่างไม่ยินยอม
“อะไรนะ เจ้า!... เจ้าจะไปยมโลกอยู่แล้วยังอยากสอดมือเข้ามายุ่งกับผู้อื่นอีก”
ท่าทีดูแคลนนั้นไม่ได้นำความประหลาดใจมาแต่อย่างใด เพราะไม่ว่าใครเห็นสภาพเช่นนี้ก็สมควรคิดเช่นนั้นอยู่แล้ว ร่างกายร่อแร่คล้ายยืนแทบไม่อยู่ บวกกับบาดแผลที่กระจายอยู่ทั่วร่าง
“หากอยากตายนัก ดี! เช่นนั้นอย่าหาว่าข้ารังแกคนใกล้ตายแล้วกัน” โจรหนุ่มผู้นั้นดึงดาบออกมา
