บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.11

“ไปเถิด เจ้ากับอวิ๋นหยาไปชายแดน พี่สะใภ้ของเจ้าเป็นคนมีฝีมือ นางจะคุ้มครองเจ้าได้เป็นอย่างดี ปลอมเป็นบุรุษเดินทางสองคนเร็วกว่า”

“ได้ ข้าจะออกเดินทางทันทีที่พร้อม แล้วจะส่งข่าวมากับคนของวังเมฆาอัคคีเป็นระยะ”

กล่าวจบประโยคก็เดินตรงไปยังกระท่อมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ในมือของเหยียนหว่านเอ๋อร์มีหยกคำสั่งของวังเมฆาอัคคี เสวียนหมิง จ้าววังเมฆาอัคคีคนปัจจุบันเคยมอบมันให้นาง

วังเมฆาอัคคี...อดีตพรรคมารอันเลื่องชื่อและมากอิทธิพลที่ไม่ว่าใครก็รู้จักดี หากจะส่งข่าวมายังหุบเขามังกรหลับ มีเพียงยมทูตของวังเมฆาอัคคีเท่านั้นที่สามารถทำได้

ความสัมพันธ์ระหว่างเสวียนหมิงและเหยียนหว่านเอ๋อร์เต็มไปด้วยความซับซ้อน จางหย่วนจินบิดาแท้ๆ ของเสวียนหมิงคือศิษย์ของนาง

เฟิงชิงหรือหลี่เฟิงเสวียน อดีตจ้าววังเมฆาอัคคีคือบิดาบุญธรรมของเสวียนหมิง และพวกเขาทุกคนล้วนมีอายุมากกว่านางทั้งสิ้น

‘นักเดินทางข้ามเวลา’

ความสามารถในอดีตที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของ ทำให้นางได้พบกับพวกเขาในเวลาที่แตกต่างกัน ทว่ามันก็ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

“จะดีหรือ ปล่อยนางไปเช่นนี้ เส้นทางไปชายแดนอาจมีอันตราย” เฟิงชิงก้าวออกมา สายตาของเขามองคนที่กำลังวิ่งไปยังกระท่อมอีกหลัง

“ไม่ให้นางไป คิดหรือว่านางจะยินยอม อย่าว่าแต่นางสังหรณ์ใจเลย ข้าเองก็กังวลอยู่เหมือนกัน ชะตาชีวิตของเจี้ยนหาวนั้นสลับซับซ้อน ข้ามองไม่ออกจริงๆ ว่าเดินทางไปชายแดนครั้งนี้เขาจะเจอกับอะไรบ้าง”

“ท่านทำนายชะตาเขาหรือ”

“ไม่ถึงกับทำนายหรอก ข้ามองจากลายมือเขา ชีวิตของเขายุ่งเหยิงเต็มไปด้วยภยันตราย ตอนนั้นข้าเพียงแต่คิดว่าเพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับความมืด ทั้งยังสังหารคนมามาก กระทั่งเมื่อสามสี่วันก่อนข้าลองตรวจชะตาจากวันตกฟาก เขากำลังมีเคราะห์ครั้งใหญ่ซึ่งอาจถึงกับชีวิต” ซูหย่งจื้อถอนหายใจออกมาเสียงดัง “แต่ก็นั่นแหละ ข้าอาจผิดก็ได้เพราะข้าไม่ได้เก่งกาจเรื่องการทำนาย หากรู้เช่นนี้ข้าน่าจะศึกษาเรื่องนี้ให้มากหน่อย”

“ท่านอาจผิดก็ได้ อย่ากังวลเลย” เฟิงชิงตบบ่าซูหย่งจื้อเบาๆ

“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นคนในครอบครัวของข้า ข้าไม่อยากให้เรื่องร้ายเกิดขึ้นกับคนใดคนหนึ่งจริงๆ”

บุรุษวัยกลางคนทั้งสองยืนมองออกไปนอกกระท่อม หุบเขามังกรหลับที่เคยสงบสุข มีแต่เสียงหัวเราะ และความอบอุ่น เมื่อเกิดสงครามทางเหนือบุรุษทั้งสามก็มุ่งหน้าไปสนามรบ ทำให้หุบเขาเงียบลงไปถนัดตา

มาตอนนี้ฮูหยินของพวกเขาก็กำลังจะตามไป ด้วยจิตใจที่ห่วงกังวล พวกเขาทั้งสองได้แต่หวนนึกไปถึงวันคืนที่สุขสงบ ซึ่งพวกเขาเคยมีร่วมกันเพื่อปลอบโยนหัวใจที่กำลังว้าวุ่น

ร่างสูงโปร่งของบุรุษรูปร่างหน้าตาธรรมดาไม่ได้ดึงดูดสายตาผู้ใดนัก ทั้งสองกำลังเจรจาซื้อม้าสองตัวอย่างใจเย็น

หน้ากากของเฟิงชิงไม่เคยทำให้คนใส่ผิดหวัง เพราะเหยียนหว่านเอ๋อร์กับอวิ๋นหยาในคราบบุรุษ ทำการซื้อขายได้ราบรื่นในที่สุด

ออกจากหุบเขามังกรหลับมาตั้งแต่เช้ามืด ตะวันยังไม่ทันได้เลยศีรษะม้าสีน้ำตาลสองตัวก็ควบออกมาจากเมืองอู่ถง ตรงขึ้นไปทางเหนือโดยมีจุดหมายปลายทางที่ป้อมเจิ้งจิน

ก่อนออกจากเมืองอู่ถง เหยียนหว่านเอ๋อร์ไม่ลืมที่จะไปยังหอหลิ่งเหอ ซึ่งเป็นโรงรับจำนำที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอู่ถง ที่นั่นนางได้พบกับเทียนซื่อ ยมทูตของวังเมฆาอัคคี เขามีหน้าที่ดูแลหอหลิ่งเหอที่เป็นหนึ่งในกิจการของวังเมฆาอัคคี และคือคนที่จะรับหน้าที่ส่งข่าวของนางให้คนในหุบเขามังกรหลับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

กำแพงสูงของป้อมเจิ้งจินยังคงระอุไปด้วยไฟสงคราม ทหารของทั้งสองแคว้นที่เพิ่งจะกลับจากรบพุ่งต่างคนต่างก็บาดเจ็บล้มตาย ทว่าพวกเขาก็หาได้ยอมแพ้ไม่ ในห้องประชุมของแม่ทัพ ตอนนี้ร่างสูงร่างหนึ่งกำลังยืนมองแผนผังการรบด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“แม่ทัพที่ยกทัพมาครานี้หาใช่แม่ทัพหยางอู่เยี่ยไม่ ข้าไม่เคยพบเขามาก่อน” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยเสียงเครียด

“เขาชื่อเลี่ยเผิงพะย่ะค่ะ เป็นบุตรชายของรองแม่ทัพเลี่ย” จางอู่จิ้งตอบด้วยท่าทีนอบน้อมเช่นเดิม

“รองแม่ทัพเลี่ย เขาคือผู้มีฝีมือคนหนึ่ง ข้าไม่ยักรู้ว่าเขามีบุตรชาย”

“ได้ยินมาว่าเขาคือบุตรที่เกิดจากฮูหยินรอง ทั้งยังไม่ได้รับยศถาใดๆ พะย่ะค่ะ เขาช่วยเหลียงอ๋องชิงบัลลังก์จึงได้ก้าวขึ้นมาเป็นแม่ทัพ การศึกครั้งนี้เขาอาสานำทัพมาเอง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel