ตอนที่ 7 ภารกิจแฟนปลอม
วิกานดาหัวเราะให้กับความใสซื่อของลูกสาว ทั้งที่ยังเป็นห่วง และความปากตรงกับใจของลูกชาย
“แล้วเพลงคิดว่าเรื่องนี้จะจัดการยังไงดีล่ะ ช่วยพี่เขาคิดหน่อยสิ”
“ง่ายจะตาย” เพลงไทดันตัวเองออกจากกรอบประตู “ก็สร้างแฟนขึ้นมาสิครับแม่”
เพลาหรี่ตา
“อย่าบอกนะ…”
เขารีบโบกมือ “ไม่ใช่ผมหรอก พี่อย่ามองผมแบบนั้น”
“แต่เพลงมีเพื่อนในคณะ คนหนึ่ง มันก็ดูหล่อพอใช้ได้เลยแหละ”
เขาหยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์
“แต่ไม่ฟรีนะครับ งานนี้”
เพลาถอนหายใจยาว ในหัวแวบความคิดเดียว
‘นั่นไง พวกแกจะแบ่งเปอร์เซ็นต์กันใช่ไหมล่ะ’
“เพลง…”
“พี่ไม่ต้องพูด ผมรู้ว่าพี่กำลังคิดอะไร”
เขายิ้มกว้าง “สามพันบาท ห้ามต่อ คิดซะว่าเป็นค่ารักษาตำแหน่งงานพี่เพลาก็แล้วกัน”
เพลาขมวดคิ้ว
"เพื่อนแกไว้ใจได้แน่นะ?"
เพลงไทกอดอกพยักหน้ารัว ๆ
“เชื่อมือเพื่อนผมได้เลยครับ”
พื้นที่ครัวเงียบสนิทลงไปอึดใจใหญ่ จนกระทั่งเพลาพยักหน้ารับอย่างจำยอม
“ก็ได้… เอาตามที่แกว่า”
เพลงไทกำหมัดแน่นกระโดดตัวลอย
“เยส! ภารกิจแฟนปลอมกู้ชีพพี่สาวเริ่มได้!”
ทุกอย่างถูกตระเตรียมไว้อย่าง*รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม ทั้งสคริปต์ซักซ้อมบทสนทนาและแหวนคู่ทองเหลืองราคาประหยัด เพลาจัดส่งรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดไปให้เพื่อนของเพลงไทผ่านทางข้อความไลน์ ส่วนแหวนก็ฝากให้น้องชายเอาไปให้ถึงคณะ
วันต่อมา เพื่อนของเพลงไทก็ส่งรูปถ่ายตัวเองกลับมาให้เธอตรวจเช็กความเป๊ะ
เพลามองรูปนั้นอยู่ครู่หนึ่ง เผลอคิดว่าเด็กวิศวะนี่หน้าตาดีไม่แผ่วเลยจริง ๆ
อย่างน้อยแผนของเพลงไทก็ดูจะพอไปวัดไปวา หญิงสาวพึงพอใจกับตัวเลือกนี้ไม่น้อย
เหลือเพียงแค่หาชุดเริด ๆ สักชุดไว้ใส่ออกรบวันพรุ่งนี้สินะ...
ก๊อก ๆ ๆ
ขณะที่ความคิดกำลังล่องลอย เสียงเคาะประตูด้านหน้าห้องนอนก็ดังขัดขึ้น เพลารีบลุกเดินไปเปิดประตู ทว่าเบื้องหลังบานประตูกลับว่างเปล่า มีเพียงถุงกระดาษแบรนด์ดังสีดำสนิทใบหนึ่ง แขวนโตงเตงอยู่ที่ลูกบิดประตู ด้านข้างถุงมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กแปะเด่นหลาอยู่
เธอดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาอ่าน
“ชุดสำหรับออกเดตพรุ่งนี้ ไม่ต้องซาบซึ้งจนน้ำตาไหล ราคาตามป้าย จ่ายมาด้วย แต่รับรองใส่แล้วจากยัยเพิ้งจะกลายเป็นคนสวยขาชัวร์”
ลายมือของเพลงไท เธอจำได้ดี ไม่คิดเลยว่างานนี้น้องนรกจะกลายเป็นเทพบุตรของพี่สาวไปได้
เพลาหยิบชุดออกมาจากถุงกระดาษ แล้วต้องชะงัก
มันคือเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีครีม ทรงเรียบแต่เข้ารูป คอลึกโชว์เนินอกเบา ๆ
เสื้อผ้าแฟชั่นแบบนี้คือสิ่งที่เธอไม่เคยคิดจะสวมมาก่อน ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ หากแต่เพราะไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองต่างหาก ทว่าพอนึกถึงสายตาเหยียดหยามของเจ๊เกียว ความกระหายอยากจะก้าวข้ามขีดจำกัดและกรอบเดิม ๆ ของตัวเองก็ปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ยิ่งรู้ว่าเพลงไทเป็นคนเลือกให้ด้วยแล้ว… แปลว่ามันต้องผ่านมาตรฐานอันสูงลิ่วของน้องชาย
เพลาคลี่ยิ้มอย่างยอมรับ ว่าตอนนี้ทุกอย่างดูจะพร้อมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“หวังว่าพรุ่งนี้ ทุกอย่างจะราบรื่นนะ”
เธอหันไปพึมพำกับกรอบรูปสเกตช์ภาพใบหน้าตัวเองที่หัวเตียง แล้วล้มตัวลงนอนกอดตุ๊กตาเพนกวินสีชมพูตัวโปรดที่เธอตั้งชื่อว่า ‘เพนดี้’ มันเป็นตุ๊กตาที่เธอกอดนอนทุกคืน
......
Sweetie – Bar & Restaurant
อาคารสามชั้นสไตล์โมเดิร์น ป้ายไฟตัวอักษรเรืองแสงสีชมพูอมส้มค่อย ๆ สว่างขึ้นรับช่วงหัวค่ำ กระจกบานใหญ่สะท้อนแสงรถที่เคลื่อนตัวช้า ๆ บนถนนหน้าอาคารซึ่งเริ่มแน่นขนัด เสียงแตรรถดังสลับกับเสียงพูดคุยของผู้คนจากตึกสำนักงานใกล้เคียงที่ทยอยออกมา บรรยากาศคึกคักกว่าตอนกลางวันหลายเท่า
เพลายืนอยู่ตรงหน้าร้านในชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีครีม ผิวผ้ารับแสงไฟสีอุ่นจนดูนุ่มนวล ผมสีน้ำตาลเข้มยาวถึงกลางหลังถูกม้วนเป็นลอนเบา ๆ ต่างจากทุกวันที่เธอมักรวบตึงเป็นหางม้าเรียบ ๆ
ทั้งทรงผมและการแต่งหน้าล้วนเป็นฝีมือช่างจำเป็นอย่างแพรพิมพ์ ยิ่งเปลี่ยนจากแว่นสายตามาใส่คอนแทคเลนส์ใส ดวงตากลมโตที่เคยซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นก็ยิ่งโดดเด่นเป็นประกาย ต่างจากยัยเพิ้งในวันทำงาน กลายเป็น ‘คนสวยขา’ อย่างที่เพลงไทเคยบอกไว้ไม่ผิดเพี้ยน
ทว่ายิ่งใกล้เวลาทุ่มตรง ความกังวลก็เริ่มไต่ระดับขึ้นมาทุกขณะเมื่อไร้วี่แววของน้องชายและเพื่อนของเขา
“อีกสิบนาทีจะทุ่มแล้วนะ ทำไมยังไม่ถึงกันอีกเนี่ย!"