บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 มาเป็นแฟนกันเหอะ

3… 2… 1…

ติ๊ง!

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น คล้ายเสียงนกหวีดปล่อยตัวนักกีฬาออกจากลู่วิ่ง

เพลาพุ่งตัวออกไปแทบจะทันที ทั้งที่เปลือกตายังปิดแน่นปี๋

เธอไม่อยากจำว่าภายในตู้โลหะสี่เหลี่ยมนั่น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

สำหรับเธอ โลกภายนอกควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย อย่างน้อย…ก็ในความคิด

แต่ความเป็นจริงไม่เคยปรานีใคร

ปึ่ง!

“โอ๊ย!”

แรงกระแทกเข้าอย่างจังทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้ง ผงะถอยหลังจนเกือบเสียหลัก ความเจ็บแล่นแปลบขึ้นหน้าผากจนโลกหมุนคว้างชั่วขณะ โชคดีที่รองเท้าผ้าใบยังยึดพื้นไว้แน่น เธอจึงไม่ล้มหน้าคะมำต่อหน้าคนทั้งชั้น

เมื่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าคือรถเข็นตู้เหล็กของพนักงานส่งของ โดยมีคนงานสองสามคนยืนมองเธอด้วยสีหน้าตกใจปนงุนงง ผู้คนรอบข้างพากันชะลอฝีเท้าแล้วหันมามองเธอเป็นตาเดียว

“ระวังหน่อยสิครับ!”

พนักงานคนหนึ่งเอ่ยน้ำเสียงหงุดหงิด คล้ายมองว่าอุบัติเหตุของผู้หญิงเซ่อซ่าคนหนึ่งคือความผิดพลาดที่ทำให้งานของพวกเขาชะลอลงอย่างไร้ความจำเป็น

เพลาหน้าร้อนจี๋ ปลายนิ้วเรียวดันแว่นกลับเข้าที่ ทั้งที่ความเจ็บยังตื้ออยู่ แต่เธอฝืนยิ้มเหมือนไม่เป็นอะไร ก่อนโค้งตัวลงอย่างลนลาน

“ขอโทษค่ะ! ขอโทษจริง ๆ นะคะ!”

“คุณ! เป็นอะไรรึเปล่า?”

เสียงทุ้มเข้มของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง เพลาหมุนตัวกลับไปตามเสียง และโลกของเธอก็เหมือนหยุดหมุนไปอีกรอบ

‘ผะ... ผู้ชายคนนั้น!’

คนเดียวกับที่เพิ่งจูบกับผู้หญิงจนลิฟต์แทบละลาย ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในระยะไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน ตอนนี้ผู้หญิงเดรสสีดำหายไปไหนแล้วไม่รู้ เหลือเพียงเขา... ชายหนุ่มในสูทสีขาวเรียบหรู ผิวขาวออร่า รูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง แผ่นอกแน่นปึก สันกรามคมชัดราวกับหลุดออกมาจากซีรีส์ยังไงยังงั้น

เพลาพยายามไม่ยอมรับ แต่สมองที่กำลังรวนยังประมวลผลได้ชัดเจนว่า เขาหล่อเกินเหตุ

คิ้วเข้มรับกับนัยน์ตาสีน้ำตาลที่กำลังจ้องมองเธออย่างนึกสนุก

ริมฝีปากหยักที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังแนบชิดกับใครอีกคน บัดนี้จุดรอยยิ้มบางตรงมุมปากราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เลือดในกายพุ่งขึ้นหน้าเพลาจนแทบระเบิด

“ไม่… ไม่เป็นไรค่ะ”

เธอรีบดึงสายตากลับ ไม่อยากจ้องเขานานเกินไป กลัวจะเป็นการเสียมารยาท ก่อนหันหลังเดินออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

ระหว่างที่เดินหลบออกมา เธอก็นึกขึ้นได้ว่าแม่ฝากซื้อแป้งเค้ก จึงแวะเข้าห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ บริษัท ทั้งที่สภาพจิตใจไม่พร้อมจะเจอผู้คนเลยสักนิด

หลังจากหยิบถุงแป้งจากชั้นวางและจ่ายเงินเรียบร้อย หญิงสาวเดินออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยความรู้สึกอยากกลับบ้านไปซุกตัวใต้ผ้าห่ม แล้วโทรไปบอกเจ๊เกียวว่าเธอย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ดาวอังคารเรียบร้อยแล้ว คงไม่ได้เจอกันสักพัก

ทว่าวินาทีถัดมา ดูเหมือนความซวยจะยังไม่ยอมปล่อยเธอให้ผ่านวันนั้นไปได้ง่าย ๆ

“โอ๊ย!”

แรงชนจากด้านข้างทำเอาถุงหิ้วหลุดมือ กระเด็นไปตกข้างกระถางต้นไม้ใกล้ประตูทางออก เพลาสะดุ้งหันไปมองต้นเหตุ ชายร่างท้วมคนหนึ่งกำลังวิ่งผ่านไปด้วยท่าทางร้อนรน ร่างกายเกร็งเครียด ในมือกำซองกระดาษสีน้ำตาลแนบแน่นจนมองออกได้ไม่ยากว่าข้างในน่าจะเป็นปึกเงินสดก้อนโต

เธอยังไม่ทันอ้าปากด่า

“ระวัง! โจร!”

เสียงตะโกนไล่หลังทำให้ผู้คนแถวนั้นแตกตื่น วินาทีที่ชายคนนั้นกำลังจะเร่งฝีเท้าวิ่งหนี เพลาขยับตัวตามไปโดยไม่ต้องรอให้สมองสั่งการ

ผัวะ!

ปลายเท้ากระแทกเข้าที่ศีรษะของอีกฝ่ายเต็มแรง เสียงร้องโอดครวญดังลั่น ร่างหนาหงายหลังลงไปกองกับพื้นปูน

เพลาแอบทึ่งกับลูกเตะพายุหมุนของตัวเอง ไม่เสียแรงที่ขยันซ้อมจนได้สายดำมา อาจารย์เทควันโดให้เธอฝึกท่านี้อยู่เป็นปี ๆ ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้เอามาใช้ในชีวิตจริง

แต่ร่างกายกลับไม่ยอมหยุด เธอก้าวเข้าไปกระทืบซ้ำที่หน้าอกของโจรเต็มเหนี่ยว ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมาสวนกลับ

หัวใจเต้นโครมครามจนหูอื้อ ทว่ามันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นอะดรีนาลีนล้วน ๆ ที่พลุ่งพล่านเหมือนได้ปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมดออกมา เธอเอื้อมมือไปกระชากซองกระดาษสีน้ำตาลมาจากมือโจรที่นอนร้องโอดโอย ในจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งเข้ามาควบคุมตัวมันไว้ได้

“คุณไม่เป็นไรนะ!”

เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้ตัว เพลาหอบหายใจถี่ ยื่นซองสีน้ำตาลคืนให้โดยไม่ทันมองหน้า

“ไม่เป็นไรค่ะ”

ทว่าพอเงยหน้าขึ้นสบตา เธอก็ต้องอึ้งกิมกี่ไปหลายวินาที

โลกมันจะกลมเกินไปไหม... เป็นเขาอีกแล้ว! ผู้ชายในลิฟต์คนนั้น!

“เธอนี่เอง” เขายิ้มมุมปาก “ยัยเปิ่น”

คำเรียกนั้นทำให้เพลารู้สึกเหมือนถูกจิ้มแผลสด

“ที่มันเป็นอย่างนั้นก็เพราะคุณไม่ใช่รึไง!”

เธอสวนกลับทันที เสียงแข็งกว่าที่ตั้งใจ

“กับผู้หญิงคนนั้นในลิฟต์น่ะ”

“อ้อ” เขาหัวเราะต่ำในลำคอ

“เรื่องนั้นเอง… ช่วยไม่ได้ ก็เธอซุ่มซ่ามเอง”

ท่าทีสบายเกินไปของเขาทำให้เพลาหงุดหงิดขึ้นมาคูณสอง เธอถอนหายใจเฮือก พยายามไม่สนใจเขา ก่อนก้มลงหยิบถุงแป้งเค้กขึ้นมาตรวจดู โชคดีที่มันยังอยู่ในสภาพดี ไม่ได้รับความเสียหาย

“เอาเป็นว่า...”

เขายื่นธนบัตรสีเทาปึกหนึ่งมาตรงหน้า

“ผมให้เงินคุณเป็นรางวัลตอบแทน ห้าพัน... พอไหม?”

การยื่นเงินให้ง่าย ๆ ราวกับเธอเป็นเพียงนักแสดงประกอบฉากทำให้ความรู้สึกบางอย่างปะทุขึ้นในอกเพลา

“ไม่เอา!”

เธอปฏิเสธหนักแน่น หันหลังเตรียมเดินหนี

ทว่าชายหนุ่มก้าวยาว ๆ ตามมาดักหน้าไว้

“แล้วเธอต้องการอะไร!”

น้ำเสียงเขาเริ่มเข้มขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยมีใครขัดใจ

เพลาหยุดกึก คราวนี้เธอแหงนหน้ามองเขาเต็มตา

“ให้ได้จริง ๆ เหรอคะ?”

เธอถามออกไปทั้งที่เสียงในหัวกำลังตะโกนสั่งให้หุบปาก

ส่วนเขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับ

“พูดมาสิ”

เพลาแสยะยิ้ม ความคิดบ้าบิ่นแล่นพล่านในหัว

‘ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ ก็ไม่มีวันอื่นอีกแล้ว’

หญิงสาวสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าก่อนเอ่ยออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“นาย... มาเป็นแฟนให้ฉันหนึ่งวัน!”

ความเงียบโรยตัวลงระหว่างคนทั้งสองทันที เพลากะพริบตาปริบ ค่อย ๆ ตระหนักได้ว่าตัวเองไม่ควรพูดออกไปเลย ได้แต่ลุ้นให้ชายหนุ่มชักสีหน้าใส่ จะได้รีบขอโทษที่ตัวเองปากพล่อย แล้วจากไปเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขายังคงจ้องเธอนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาไม่ขยับเขยื้อนสักองศา

ฉิบหาย…

‘เพลา! แกบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่พูดออกไปแบบนั้น ไม่มีทาง... ยังไงเขาก็ต้องปฏิเสธ!’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel