บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ปากพาซวย

“ไอ้เพลา! งานที่ให้แก้เมื่อไหร่จะเสร็จ? ต้องให้รอถึงชาติหน้าเลยไหม?”

เสียงถามแกมด่าปนประชดดังมาตั้งแต่ปากประตูออฟฟิศ ก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินฉับ ๆ เข้ามาอย่างคล่องแคล่ว

‘เจ๊เกียว’ หรือ ‘กรรณี’ หัวหน้าแผนกดีไซน์แห่งบริษัทจีซันไชน์ ผู้นำด้านแฟชั่นชุดชั้นในสตรีอันดับหนึ่งของประเทศ แฟ้มงานในมือเธอถูกยกขึ้นสูง แล้วเคาะลงบนศีรษะของเพลาเต็มแรง

ปึก! หนึ่งทีถ้วน

“โอ๊ย!”

เพลาสะดุ้งโหยง ศีรษะเอียงไปตามแรงเคาะ มือที่จับเมาส์อยู่เผลอปัดจนมันตกโต๊ะด้วยความตกใจ เธอลุกขึ้นหมายจะก้มลงเก็บ แต่เจ๊เกียวกลับกวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ถึงว่าชีวิตแกไม่เจริญไปถึงไหนซะที ทำอะไรก็ช้าไปหมด ชาตินี้คงหาผัวไม่ได้!”

คำพูดจิกกัดและสายตาเหยียดหยามถูกส่งตรงมาที่เพลาอย่างไม่อ้อมค้อม

‘กรี๊ด!!! ด่าแบบนี้ก็ขึ้นสิค่ะ!’

‘เจ๊จะด่าจะว่าเรื่องอะไรเพลาก็ยอมได้หมด แต่ช่วยอย่ามาสาปแช่งให้เพลาขึ้นคานได้ไหม!’

หญิงสาววัยยี่สิบห้าเดือดปุด ๆ อยู่ในใจ มือบางกำเข้าหากันแน่น ทว่าดูเหมือนรังสีความแค้นนั้นจะแผ่ซ่านและล้นทะลักออกมาทางสายตา จนหัวหน้าแผนกจอมโหดทนไม่ไหว

“ไอ้เพลา! คิดเพ้อเจ้ออะไรของแกอยู่เนี่ย ฉันคุยกับแกอยู่นะยะ!”

แฟ้มเล่มเดิมถูกกระแทกลงที่ศีรษะของเธออีกครั้งตรงจุดเดิม

ในที่สุดความอดทนก็ขาดผึ่ง เพลาขยับเข้าไปใกล้หัวหน้าอีกครึ่งก้าว ด้วยความสูงที่ไล่เลี่ย สายตาปะทะกันจนเหมือนเกิดกระแสไฟฟ้าร้อนแรงเปรี๊ยงปร้างลั่นห้องทำงาน

ลูกน้องสาวสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่สั่งสมมาตั้งแต่เกิด ก่อนจะตะโกนสุดเสียง

“เจ๊พูดอย่างนี้ได้ยังไง!? เพลามีแฟนแล้วเหอะ! เขาหล่อกว่าแฟนเจ๊ตั้งเยอะ ไม่ได้ตาตี่ ขี้โม้ หัวโต ตัวเตี้ยเหมือนแฟนเจ๊หรอก!”

คำพูดที่อัดอั้นมานานเป็นปี หลุดออกจากปากไปเรียบร้อย

เรียกได้ว่าโล่ง... โล่งแบบไม่เหลือพื้นที่เผื่อชีวิตตัวเองในวันพรุ่งนี้เลยสักนิด!

เพลานิ่งไปเอง

แปลกใจไม่แพ้ใคร

เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอคือคนที่เลือกจะยอมเงียบก่อนเสมอ

แต่เมื่อครู่… เสียงในหัวดังเกินกว่าจะกลืนมันกลับลงไปได้อีก

แล้วทั้งออฟฟิศก็เงียบกริบ เงียบชนิดที่ถ้าเข็มหมุดตก คนทั้งแผนกคงได้ยินพร้อมกัน

เจ๊เกียวกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาให้เห็นจะ ๆ แผ่นหลังของดีไซเนอร์สาวเย็นวาบขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นหัวหน้าสาวค่อย ๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นสูง

‘ตายเป็นตายวะงานนี้!’

เพลาหลับตาแน่นปี๋ นับหนึ่ง... สอง... สาม... อยู่ในใจ รอรับแรงกระแทกจากฝ่ามือมหากาฬอย่างมีศักดิ์ศรี

ทว่าแปลก... กลับไม่มีแรงปะทะใด ๆ เกิดขึ้น

เพลาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาทีละนิดเพื่อเช็กสถานการณ์ ภาพตรงหน้าคือเจ๊เกียวกำลังจ้องหน้าเธอเขม็ง มือข้างหนึ่งขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งของเธอไว้แน่น ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจคุกรุ่นของอีกฝ่ายชัดเจน

“ไอ้เพลา!” เสียงคำรามต่ำรอดไรฟัน “แกกล้ามากนะ! แกคิดว่าแฟนแกแน่กว่าแฟนฉันมากใช่ไหม!?”

เพลากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออึกใหญ่

“งั้นวันเสาร์นี้ ทุ่มตรง ร้านสวีทตี้ข้างตึก... พามันมาเจอฉันหน่อยสิ ฉันอยากจะเห็นหนังหน้ามันนัก!”

หัวหน้าแผนกตะเบงเสียงใส่หน้าเธอแบบไม่เว้นพื้นที่ให้อากาศได้ถ่ายเท

“ถ้าแกพามันมาไม่ได้... เตรียมย้ายแผนกไปอยู่ฝ่ายคลังสินค้าได้เลย!”

เจ๊เกียวสะบัดมือปล่อยคอเสื้อของเพลา แล้วถอยออกไปสามก้าวเต็ม ๆ สายตายังคงจ้องเขม็งมาราวกับจะฝังใบหน้าของหลานสาวพญายมคนนี้ไว้ในส่วนลึกของสมอง

“อย่าคิดเบี้ยวเจ๊นะจ๊ะ... เพลาน้องรัก”

พูดจบ หัวหน้าแผนกก็สะบัดหน้าเชิด เรียวขาสวยก้าวฉับ ๆ ออกจากออฟฟิศไป

เพลายืนตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลช้ากว่าปกติ และยิ่งคิดก็ยิ่งแน่ใจว่าเมื่อครู่เธอไม่ได้แค่ปากดีธรรมดา แต่กำลังพาตัวเองเดินเข้าไปในลานประหารที่ไม่มีทางถอยออกมาได้อีกแล้ว จนกระทั่งมีมือหนึ่งมาเขย่าตัวเธออย่างแรง

“เพลา… เพลา!”

‘แพรพิมพ์’ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมปลายเขย่าตัวเธอซ้ำ ๆ เหมือนกลัวว่าเพื่อนรักจะช็อกดับคาที่

คงเพราะทั้งสองชอบอะไรคล้าย ๆ กัน ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนคณะเดียวกัน และพอเรียนจบก็ยังตามมาทำงานที่เดียวกันอีก สนิทกันชนิดที่แพรพิมพ์รู้ดีว่าเวลานี้เพลาไม่ได้ต้องการคำปลอบใจ... แต่กำลังต้องการปาฏิหาริย์ชุบชีวิต

สาวร่างเล็กเข่าอ่อน ทรุดฮวบลงนั่งบนเก้าอี้เหมือนวิญญาณปลิวหลุดออกจากร่างไปแบบกระทันหัน

“งานนี้เรียกได้ว่า… ปากพาซวยของแท้”

แพรพิมพ์สรุปสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนอ่านพาดหัวข่าว

“จะไปหาผู้ชายหนังหน้าดี ๆ จากไหนภายในสามวันวะเนี่ย!”

เพลาโอดครวญด้วยความสิ้นหวัง พร้อมขยี้ผมที่ฟูกระเซิงอยู่แล้วให้ยุ่งเหยิงเข้าไปใหญ่

“ดูจากสารรูปแล้ว โอกาสรอดพอ ๆ กับถูกหวยรางวัลที่หนึ่งอะแก” แพรพิมพ์ตอบให้
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel