บทที่1 ความสุขของน้องสาว (4)
“ป้าว่าเธอไม่ได้ยินก็ชั่งมันเถอะ ป้าขี้เกียจจะพูดซ้ำๆ อีกที” กนกพรกล่าวตัดบทเอาเสียดื้อๆ ซะอย่างนั้น แต่สีหน้าของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ก็ยังคงอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อมองเห็นคู่บ่าวสาวที่ยืนต้อนรับแขกที่หน้างาน
“วีขอโทษค่ะ คุณป้าอย่าโกรธวีเลยนะคะ คือมันดีใจกับงานวันนี้มากไปหน่อยก็เลยใจลอยคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ขึ้นมาทันที นี่ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ต้องดีใจเหมือนกับวีแน่ๆ เลยค่ะ” อารวีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ แบบคนที่รู้ผิดเล็กน้อยที่ไม่ได้ยินคำถามของป้ากนกพรจนเสียมารยาท
“คุณป้ากนกพรท่านถามว่า ถ้าพ่อสายแม่ดายังมีชีวิตอยู่คงจะกำลังยิ้มดีใจและภูมิใจที่สุด จนยิ้มไม่หุบเหมือนกับเธอในตอนนี้เช่นกัน” นิตยาเอ่ยพูดย้ำคำของป้ากนกพรให้อารวีฟังอีกครั้ง พร้อมสายตาหวานมองเพื่อนสาวอย่างเข้าใจความรู้สึก
“ใช่ค่ะ คุณป้า” อารวีกล่าวรับคำพร้อมกับยิ้มออกมาแบบขอไปที
จนนิตยาได้แต่ยิ้มหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะอดขำลักษณะท่าทางของเพื่อนไม่ได้ ที่ทำเหมือนคนขอไปที แต่อาการยิ้มขำของเพื่อนรักที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย ก็ทำให้อารวีมองค้อนอย่างหมั่นไส้แต่ไม่จริงจังมากนัก และนั่นยิ่งทำให้เพื่อนสาวตัวดี ยิ่งหัวเราะไปกันใหญ่เมื่อเห็นเธอค้อนใส่
“ป้าล่ะเบื่อนิสัยความเฉยชาของเธอเหลือเกิน สายญากับอารดาเองก็ไม่เคยเห็นมีนิสัยเหมือนเธอสักนิดเดียว ไม่รู้ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหนกัน” กนกพรกล่าวบรรยายนิสัยบางส่วนของอารวี ขึ้นมาอย่างเอือมระอาที่หญิงสาวเย็นชาจนเกินงาม และกลัวว่าความเย็นชาของหลานสาวนี้จะทำให้เธอหาแฟนไม่ได้ขึ้นมา
นิตยาเห็นความเป็นห่วงทางสายตาของป้ากนกพร ก็ยิ่งทำให้เธอหัวเราะร่วนออกมาอย่างขำขัน เพราะรู้จักนิสัยเพื่อนรักดีพอสมควร และมือเรียวบางของอารวีก็หยิกลงที่ขาอ่อนของนิตยาตามมาติดๆ ด้วยความหมั่นไส้ แม้จะเป็นมือเล็กๆ แต่ก็เจ็บเอาการอยู่เหมือนกัน
“โอ๊ย! เจ็บจังเลย” นิตยาอุทานออกมาดังพอสมควร
“สมน้ำหน้าใครใช้ให้มาหัวเราะเยาะเย้ยกันแบบนี้” อารวีกล่าวพร้อมกับยิ้มเยาะเหมือนตามมาเอาคืนเพื่อนรักแบบไม่ยอมลดละ พร้อมกับยกมือขึ้นมาเอานิ้วชี้ปาดที่คอตัวเองเป็นการขู่ว่าเธอเอาจริงแล้วนะงานนี้
“เชอะ...ไม่เห็นว่าจะเจ็บตรงไหน” นิตยาแกล้งทำหน้าทะเล้นแล้วแลบลิ้นกล่าวเย้าแหย่เพื่อนรัก โดยมีสายตาคมสวยของอารวีมองตามอย่างขุ่นเคืองใจ
“ยัยนิต! เธอตายแน่ๆ ถ้าไม่ยอมฉัน” อารวีลุกขึ้นยืนพร้อมคว้าตัวเพื่อนรักมาจั๊กจี้ที่เอว จนนิตยาหัวเราะไม่ยอมหยุด ซึ่งทำให้ผู้คนในงานต่างหันมามองดูหญิงสาวที่กำลังร้องโวยวายกันอยู่
“โอย โอ๊ย... ยอมแล้วจ๊ะ” นิตยากล่าวแบบหัวเราะกระท่อนกระแท่นเป็นการยอมแพ้ เพราะเธอเป็นคนบ้าจี้มาตั้งแต่เด็กๆ นี่คือจุดอ่อนของเธอ ที่อารวีรู้และจะคอยแกล้งอยู่เป็นประจำ จนอารวีได้เป็นฝ่ายชนะนิตยาอยู่เสมอ
“จะกล้าอีกไหมต่อไปนี้?” อารวีเอ่ยถามเพื่อนรักพร้อมกับหยุดกระทำทันที ดวงตาสวยคมมองเพื่อนรักอย่างพอใจ เมื่อเพื่อนรักเอ่ยปากร้องว่ายอมแพ้แล้ว
“จ๊ะ จ๊ะ... กลัวแล้ว” นิตยากล่าวแบบยอมจำนน อารวีจึงทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง
“ทำเล่นเป็นเด็กไปได้ เธอสองคนนี่อายุตั้งเท่าไรกันแล้วจำได้หรือเปล่า มองดูแขกที่มาในงานเห็นไหมต่างหันมามองดูกันใหญ่แล้ว ฉันล่ะอายแทนพวกเธอจริงๆ ที่นับวัน มีแต่จะทำตัวเหมือนเด็กมากขึ้นทุกที” กนกพรแกล้งเอ็ดให้ทั้งคู่แล้วถอดหายใจออกมา
ซึ่งแท้ที่จริงแล้วกนกพรก็แอบหัวเราะและยิ้มขบขันอยู่ในใจ โดยที่หญิงสาวทั้งสองคนไม่มีทางรู้ นานมากแล้วเท่าที่นางจดจำได้ หลังจากที่บิดามารดาของอารวีกับอารวาเสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
หลังงานศพผ่านไปเรียบร้อยแล้ว มีเพียงแต่อารวาเท่านั้นที่ยังคงคุยเก่งเหมือนเดิม และมีรอยยิ้มสดใสอยู่บนใบหน้า แตกต่างจากอารวีซึ่งตอนนั้นเป็นคนไม่ค่อยพูด และไม่ค่อยยิ้มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กลายเป็นคนเงียบขรึมไปถนัดตา และเริ่มจริงจังกับชีวิตไปหมดทุกเรื่อง
แม้แต่เรื่องเรียนอารวีก็ยังตั้งใจเรียนจนได้เกรดนิยมทุกเทอม พร้อมทั้งได้ทุนเรียนฟรีอยู่ทุกปี พอจบออกมาทำงาน วันๆ ก็เอาแต่ตั้งใจทำงาน จนไม่มีเวลาว่างได้เที่ยวเหมือนกับหญิงสาวรุ่นเดียวกันเท่าไหร่
จนมาถึงค่ำคืนนี้...กนกพรเองเพิ่งเห็นอากัปกริยาพร้อมแววตาของอารวี ที่ดูเหมือนสาวรุ่นสมกับวัยอายุจริงๆ สักที ซึ่งมองดูแล้วหญิงสาวช่างสวยน่ารัก มีเสน่ห์ ไปอีกแบบอย่างบอกไม่ถูก เมื่ออารวีอยู่ในชุดราตรีสีฟ้าอ่อน ที่ยิ่งมองก็ยิ่งสวยงามสบายตา
“หนูวี!” กนกพรร้องเรียกชื่อหญิงสาวเบาๆ พร้อมยกมือขึ้นลูบหน้า คล้ายๆ เหมือนจะหน้ามืด
“มีอะไรหรือเปล่าคะ คุณป้า?” อารวีหันมาถาม เมื่อเห็นสีหน้าป้ากนกพรไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร
“ป้ารู้สึกเหมือนจะเป็นลม” กนกพรร้องบอกอาการเบื้องต้นกับอารวีทันที มือไม้เธอเริ่มสั่นและชื้นไปด้วยเหงื่อ ทั้ง ๆ ที่แอร์เปิดเย็นฉ่ำพร้อมหัวใจเต้นแรงขึ้น
“ตายจริง! วันนี้คุณป้าไม่ยอมทานอะไรเลย แถมยังเหนื่อยมาทั้งวันอีกด้วย” อารวีกล่าวอย่างร้อนรนด้วยความเป็นห่วงอาการขึ้นมาทันที
“นิตเธอลองค้นดูในกระเป๋าของป้ากนกพรให้ทีว่ามียาดมบ้างไหม!” อารวีเอ่ยบอกให้นิตยาดูในกระเป๋าของป้ากนกพรทันทีเผื่อจะมียาดมติดมาบ้าง
“ไม่มีหรอกจ๊ะหนูวี ป้าคิดว่าจะหยิบมาแล้วเชียว ไม่น่าลืมเลย” กนกพรกล่าวขึ้นมาเบาๆ เมื่อนึกขึ้นมาได้ พร้อมด้วยใบหน้าเริ่มซีดเผือกลงจนมีเม็ดเหงื่อไหลซึมออกมา
“ถ้าอย่างนั้นนิตอยู่ดูแลคุณป้าก่อนนะ เดี๋ยววีจะออกไปซื้อแถวๆ หน้าโรงแรมนี้ รอแป๊บเดียวนะคะ” อารวียื่นข้อเสนอเมื่อรู้ว่ามันไม่มีจริงๆ
“รีบไปเถอะวี เดี๋ยวทางนี้นิตดูแลเอง” นิตยากล่าวรับคำเห็นด้วยทันที
พร้อมมาประคองป้ากนกพรหญิงสาววัยกลางคนเอาไว้ เพราะกลัวว่าจะล้มตกเก้าอี้ ก่อนจะหยิบพัดที่วางอยู่ของป้ากนกพรมาพัดให้ด้วยความร้อนรนอย่างเป็นห่วงเป็นใย ส่วนอารวีก็รีบเดินออกจากงานลงมาข้างล่างของโรมแรมหรูเพื่อหาซื้อยาดมด้วยความเร่งรีบ
