กับดักรักพินัยกรรม

164.0K · จบแล้ว
จันทิมันตุ์/พิมพ์สีทอง
122
บท
4.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

มาร่วมลุ้นระทึกจนใจเต้นระรัวไปกับความรักครั้งแรกที่ไม่กล้าเอ่ย...ของหญิงสาวกับชายหนุ่มว่าจะลงเอ่ยอย่างไรกันดีกว่า...แล้วคุณจะพบว่า...ความรู้สึกเล็กๆ ที่เรียกว่า...รักแรกพบ...เกิดขึ้นแล้วเพราะพินัยกรรมของน้องสาวทำให้อารวีได้แต่งงานกับคนที่รัก ทว่าหัวใจของหมอภูมิจะตรงกับเธอหรือไม่ จะยอมแต่งงานกับเธอหรือไม่ หรือว่าแท้จริงแล้วพวกเขารักกันอยู่แล้วเพียงแต่ไม่กล้าเอ่ยเท่านั้น...

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักนิยายปัจจุบัน

บทนำ กับดักรักพินัยกรรม

“อารวี” ยืนมองดูรูปครอบครัวที่มีบิดามารดาของเธอและน้องสาวถ่ายด้วยกัน ซึ่งอยู่ภายในกรอบสีทองอย่างสวยงาม แขวนติดฝาผนังไว้กลางห้องรับแขก ทำให้หวนนึกถึงภาพความทรงจำเก่าๆ ในวันวานของครอบครัวพรหมฤดี กับความอบอุ่นที่ยังคงเหลือทิ้งไว้แค่ความทรงจำ

หญิงสาวยกมือขวาขึ้นมาลูบที่กรอบรูปของครอบครัวเบาๆ เหมือนนึกเสียดายอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

วันนั้นฤกษ์ดี... เป็นวันที่ครอบครัวพรหมฤดี รอคอยมาแสนนานที่จะย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังใหม่แห่งนี้ หลังจากเสร็จงานตกแต่งภายในและงานจัดสวนเป็นที่เรียบร้อยทุกอย่าง ‘สายญา’ ประมุข(หรือหัวหน้าครอบครัว)ของบ้านขับรถพาครอบครัวมาจอดที่หน้าบ้าน

ทุกคนเปิดประตูรถก้าวเดินลงมา มองเข้าไปภายในบ้านด้วยสายตาแสนดีใจเป็นที่สุด ทุกคนต่างพากันตะลึงกับความงามของบริเวณบ้าน ที่มันช่างสวยงามเหลือเกิน และที่กำแพงรั้วหน้าบ้านมีป้ายชื่อเลขที่บ้านเป็นตัวหนังสือสีทอง งามสง่าสะดุดตาบนแผ่นหินอ่อนอ่านได้ชัดเจนว่า “บ้านพรหมฤดี”

“พ่อดีใจมากเลยรู้ไหม ที่เห็นแม่กับลูกยิ้มดีใจกับบ้านใหม่ของเรา ถูกใจใช่ไหมจ๊ะ”

สายญาบอกภรรยาและลูกสาวฝาแฝดสองคน “อารวี กับ “อารวา” พลางยื่นแขนข้างขวาขึ้นไปโอบไหล่ภรรยาเข้ามากอดเบาๆ ทั้งคู่มองสบสายตาพร้อมกันและยิ้มให้กันอย่างเข้าใจกัน มันช่างมีความหมายอย่างลึกซึ้ง ที่แสดงถึงความปิติยินดีเกินคำบรรยายใดทั้งสิ้น

“คุณพ่อทำงานเป็นเชฟที่ร้านอาหารมาหลายสิบปี จนเก็บเงินซื้อที่สร้างบ้านหลังนี้ได้เลยใช่ไหมคะ เก่งที่สุดในโลกเลยค่ะ หนูรักคุณพ่อมากที่สุดในโลกเลยค่ะ” น้ำเสียงใสๆ ของอารวาบ่งบอกถึงความดีใจสุดๆ เธอเดินเข้ามากอดแขนข้างซ้ายของบิดา และแนบแก้มเนียนซบลงข้างแขนของบิดาเบาๆ แบบเอาใจ

“แหม... รักแต่คุณพ่อคนเดียวใช่ไหม ไม่มีแม่คนนี้อยู่ด้วยเลยใช่ไหมจ๊ะ” มารดาเอ่ยแซวลูกสาวแบบหยิกแกมหยอก

“แหม...คุณแม่ก็… หนูก็รักทุกคนในครอบครัวเท่ากันหมดแหละค่ะ” อารวาพูดยิ้มๆ เงยหน้ามองผู้เป็นมารดา ทำให้ทั้งสามคนหัวเราะชอบใจ

“พี่วีมัวแต่ยืนยิ้มอยู่คนเดียวทำไม มาเร็วเข้าทางนี้” อารวาพูดจบก็กางแขนข้างขวาออกรอรับพี่สาวด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข อารวีเห็นเช่นนั้นก็เดินเข้าไปโอบกอดหัวไหล่กันเรียงแถวหน้ากระดานทั้งสี่คน พร้อมกับเสียงหัวเราะดังๆ กึกก้องไปทั่วบริเวณนั้น

“อ้าว... พร้อมกันแล้วใช่ไหมทุกคน ถ้างั้นก็เข้าไปในบ้านกันเถอะ” สิ้นเสียงของผู้เป็นบิดาที่เอ่ยชวนออกมา ก็มีเสียงเฮดังขึ้นด้วยความดีใจอีกครั้ง ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในบ้านอย่างมีความสุข...

แต่ในวันนี้กลับไม่เหมือนเดิม เมื่อบิดามารดาของเธอจากไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านทั้งสองเสียชีวิตพร้อมกัน หลังจากงานศพของบิดามารดาก็มีตัวแทนจากบริษัทประกันชีวิต มาแสดงตัวว่าบิดามารดาได้ทำประกันชีวิตไว้

ผู้รับกรมธรรม์ระบุชื่ออารวีกับอารวาบุตรสาวทั้งสองคนเป็นผู้รับผลประโยชน์ทั้งหมด เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย บ้านพรหมฤดีก็เหลือแค่อารวีกับอารวาสองพี่น้องที่ต้องดูแลซึ่งกันและกันมาเป็นอย่างดี

ตั้งแต่เล็กจนโตแม้จะเป็นฝาแฝดกัน แต่คำพูดที่บิดามารดาทั้งสองพร่ำสอนคืออารวีถูกสอนให้เป็นพี่สาวคนโต จะต้องคอยดูแลน้องสาวมาโดยตลอด และตอนนี้เธอทั้งสองได้เรียนจบแล้วทำงานด้วยกันทั้งคู่จึงไม่ลำบากเรื่องเงินสักเท่าไร

อารวีในตอนนี้อายุยี่สิบหกปีแล้ว เธอเรียนจบคหกรรมศาสตร์ทางด้านอาหาร ทำงานเป็นเชฟเหมือนกับบิดา อยู่ในร้านอาหารชื่อดังในโรงแรมแห่งหนึ่ง ส่วนอารวาเรียนจบหลักสูตรนางพยาบาลวิชาชีพศาสตร์ รับราชการเป็นนางพยาบาลที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใกล้ๆ บ้าน

“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงวีกับน้องแล้วนะคะ ตอนนี้เราทั้งคู่มีงานทำกันแล้ว สามารถดูแลตัวเองได้ดีพอสมควร เหมือนที่วีเคยสัญญาเอาไว้ และวันนี้น้องจะพาคนสำคัญมาแนะนำให้รู้จักด้วยค่ะ น่าตื่นเต้นไหมคะ”

อารวียิ้มหวานจ้องมองไปที่รูปภาพของครอบครัวพร้อมกับบอกกล่าวให้บิดากับมารดาของเธอได้รับทราบ ก่อนนำเครื่องดูดฝุ่นไปเก็บไว้ที่เดิม หลังจากทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว