บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 แรกพบ (1)

เมื่อลิฟต์เปิดออกอารวีก้าวออกมาอย่างรีบร้อน เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ “นายแพทย์ภูมิ เทพพิทักษ์” หนุ่มหล่อคมคายมาดเข้ม... ที่อยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกไทสีน้ำเงินเข้มเหมือนกับสีของเสื้อสูทที่สวมทับไว้อีกที ภูมิกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนตัดสินใจเดินตรงเข้าไปที่หน้าเคาน์เตอร์

แต่ระหว่างทางชายหนุ่มเดินสวนทางกับอารวีที่รีบเดินไปอย่างร้อนรน แต่ความสวยและสง่างามของหญิงสาวที่กำลังเดินมา ทำให้ภูมิหยุดชะงัก อีกทั้งกลิ่นหอมกรุ่นแตะจมูกเหมือนลมพัดผ่านไปเบาๆ ทำให้สะดุดตาและสะดุดใจ จนชายหนุ่มต้องหันกลับไปมองตามร่างของหญิงสาวทันที

ซึ่งเห็นแต่เพียงด้านหลังแล้วในเวลานี้ และอารวีเองก็ไม่ได้หันมามองชายหนุ่มเลย เพราะความรีบร้อนทั้งๆ ที่รู้สึกตัวว่ามีคนมองอยู่ แต่ก็ไม่มีเวลาที่จะหันกลับมาสนใจ เพราะกลัวว่าถ้าช้าไปสักนิดจะทำให้ป้ากนกพรเป็นลมหนักกว่าเดิม

“นี่...เธอดูผู้ชายคนนั้นซิ โอ้โห้! หล่ออย่าบอกใครเชียว”

“นั่นนะซิ...หล่อเพอร์เฟคมาก.. แถมกำลังเดินมาทางนี้ด้วย” พนักงานต้อนรับหน้าเคาน์เตอร์ต่างพากันพูดถึง ความหล่อสะดุดสายตาของหมอภูมิที่ไม่เผื่อความหล่อไว้ให้ใคร

ของชายหนุ่มผู้ที่กำลังเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ ซึ่งภูมิก็ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ ว่ากำลังถูกจ้องมองจากสายตาของสาวๆ เขาเห็นเพียงพนักงานสาวกำลังซุบซิบกันอยู่และมีรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของพนักงานต้อนรับ

“หมอภูมิ” เป็นเพื่อนรักของ ”หมออัศวิน” ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ เพราะมีบ้านอยู่ติดขอบรั้วเดียวกัน ทั้งคู่เลยเป็นเพื่อนเล่นกันมา จนเข้าโรงเรียนชั้นอนุบาลก็ยังเรียนห้องเดียวกันอีก ตลอดจนเข้ามัธยมตอนต้นและมัธยมตอนปลาย

เมื่อสอบเอ็นทรานเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ทั้งคู่ก็พากันมาสมัครมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน แถมทั้งคู่ยังสอบติดคณะเดียวกัน คือ คณะแพทย์ศาสตร์ ยิ่งทำให้ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักที่รักกันมากที่สุดคู่หนึ่ง และเมื่อเรียนจบมาใหม่ๆ ก็ยังได้รับราชการอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกันอีก

ต่อมาภูมิสอบได้ทุนเพื่อไปเรียนต่อของทางโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มวิชาศักยแพทย์ เขาจึงถูกส่งตัวไปศึกษาทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาและเรียนต่อปริญญาโท หลักสูตรคณะแพทย์ศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากพอสมควรที่จะให้จบตามหลักสูตร

ชายหนุ่มจึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างมาก จนถึงกับเคร่งครัดอ่านหนังสืออย่างหนัก เพื่อทุ่มเทให้กับการศึกษาจนครบหลักสูตรอยู่ประมาณสองปีกว่า

โดยที่ไม่เคยบินกลับมาเมืองไทยเลย เพราะชายหนุ่มเองก็ต้องทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนั้นเพื่อใช้เป็นทุนเรียน เมื่อจบหลักสูตรปริญญาโทเข้ารับประกาศนียบัตรเรียบร้อย ก็ตั้งใจว่าจะอยู่ฉลองร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนเดียวกัน แต่ก็ต้องเดินทางกลับมาเมืองไทยก่อนที่จะได้จัดงานเลี้ยงฉลอง

เพราะได้ยินข่าวการแต่งงานของหมออัศวินเพื่อนรักซึ่งไม่ได้ทำให้ภูมิแปลกใจแม้แต่น้อย ในเมื่อหมออัศวินเพื่อนรักคอยโทรศัพท์มาเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เมืองไทยให้เขาฟังอยู่สม่ำเสมอ

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเขาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนรักบอกว่าจะแต่งงานอีกในไม่ช้านี้ พร้อมกับระบุวันแต่งงานมาให้ทราบอย่างกะทันหัน แบบตั้งตัวไม่ติดแถมยังกำชับว่าต้องเดินทางมาให้ได้ ชายหนุ่มจึงต้องบินกลับมาจากอเมริกาทันที เพื่อที่จะกลับมาให้ทันงานแต่งงานของเพื่อนรัก “อัศวินกับอารวา”

หลังจากที่ภูมิเคลียร์เอกสารทุกอย่างเรียบร้อย เพื่อจะกลับมาเข้ารับราชการที่โรงพยาบาลรัฐในประเทศไทยเหมือนเดิม หลังจากนั้นชายหนุ่มจึงเดินทางกลับมาเมืองไทยก่อนกำหนด โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ใครรู้ แม้แต่ครอบครัวเทพพิทักษ์เองก็ตาม เพราะต้องการทำเซอร์ไพรส์เพื่อนรัก และอยากเห็นหน้าตาว่าที่เจ้าสาวของอัศวินว่าจะสวยแค่ไหน จะเหมือนกับที่อัศวินเคยคร่ำครวญให้ฟังเป็นนักหนา จนถึงกับเอ่ยปากบ่นว่าไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว จึงรีบตกลงใจแต่งงานกันอย่างสายฟ้าแลบ

“ขอโทษครับ...คือผมอยากทราบว่า งานแต่งงานของหมออัศวินกับคุณอารวาจัดอยู่ชั้นไหนครับ?” หมอภูมิสอบถามพนักงานต้อนรับหน้าเคาน์เตอร์

“ดิฉันขอเช็กดูก่อน กรุณารอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวต้อนรับตอบกลับด้วยเสียงหวาน พร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำทอดมองชายหนุ่มอย่างเปิดเผย ก่อนลงมือเช็กข้อมูลจากคอมพิวเตอร์

“คุณอารวา พรหมฤดี กับ นายแพทย์อัศวิน วัชรพงษ์ ใช่ไหมคะ?” พนักงานต้อนรับทวนคำถามอีกครั้ง พร้อมดัดน้ำเสียงจนอ่อนหวาน จนชายหนุ่มรู้สึกได้ว่ากำลังถูกพนักงานสาวทอดสะพานมาให้ ก่อนสังเกตเห็นสายตาอีกหลายคู่จับจ้องมาที่เขาอย่างสนใจ

“ครับผม...” ชายหนุ่มรับคำอย่างชัดเจน ก่อนยิ้มให้นิดๆ ตามมารยาท

“งานจัดอยู่ที่ชั้นยี่สิบเก้าค่ะ เดินไปขึ้นลิฟต์ทางด้านโน้นได้เลยค่ะ” พนักงานต้อนรับแจ้งให้ชายหนุ่มทราบในเวลาต่อมา พร้อมสายตาหวานมองตามด้วยความยินดี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel