บทที่ 1.5
มองแผ่นหลังองอาจกำลังเดินจากไป นางเพียงเดินตรงเข้าไปในเมืองท่ามกลางผู้คนมากมาย ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ลั่วหลิวอกสั่นขวัญแขวนจนเหงื่อเปียกชุ่ม เขาอายุมากกว่านางถึงสิบปี แต่ไม่รู้เพราะอะไรจึงรู้สึกหวาดกลัวอีกฝ่ายอย่างแก้ไม่หาย อาจเพราะครั้งหนึ่งเขาเคยได้ติดตามอาจารย์และลั่วเฟิ่งเหยา ดังนั้นจึงรู้จักนิสัยใจคออีกฝ่ายมากที่สุด
ลั่วเฟิ่งเหยามองเผินๆ คล้ายคนไม่ยี่หระกับสิ่งใด หากแต่เมื่อใดที่มีคนยั่วโมโหนาง คนผู้นั้นก็นับว่าเป็นคนที่ตายไปแล้ว เพราะนางจะไม่มีวันละเว้นโดยเด็ดขาด แม้ที่ผ่านมาคนที่มีความกล้าเช่นนั้นจะมีน้อยมาก แต่เขาก็ไม่อยากเป็นหนึ่งในคนส่วนน้อยนั้น!
นึกถึงวันนั้นที่เขาใช้ชีวิตแลกกับตำแหน่งผู้ดูแลหอโอสถ ผู้คุ้มกันมากมายที่เขาหมายใช้เพื่อหยุดนาง บุรุษอกสามศอกกว่าสามสิบคน...พวกนั้นค่อยๆ ล้มลงทีละคนตอนที่ลั่วเฟิ่งเหยาเดินช้าๆ เข้าใกล้เขามาทีละก้าว
พิษร้ายที่ไม่รู้ว่านางทำได้อย่างไรค่อยๆ ล้มผู้คุ้มกันของเขาจนสิ้น จากนั้นนางมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย
‘ลั่วหลิว เจ้าไม่เห็นต้องเปลืองแรงถึงเพียงนี้ ตำแหน่งผู้ดูแลแต่แรกข้าก็หมายจะยกให้เจ้า’ นางกล่าวจากนั้นถอนหายใจออกมา ‘งานศพของอาจารย์เจ้าจงจัดการให้เรียบร้อย เสร็จจากงานศพข้าจะจากไปไม่กลับมาอีก เจ้าก็...ดูแลที่นี่ต่อไปเถิด’
นางกล่าวและทำเช่นนั้นจริงๆ กระทั่งเป็นเขาที่ต้องพลิกแผ่นดินเพื่อตามนางกลับมายังสวีซาน
ล่วงเข้ากลางยามเว่ย ในที่สุดลั่วเฟิ่งเหยาก็หยุดยืนอยู่หน้าร้านเครื่องหอม นางเดินเข้าไปในร้านจากนั้นล้วงป้ายหยกชิ้นหนึ่งออกมา “ข้ามาพบหลงจู๊ชิว”
“แม่นางเชิญด้านใน ข้าจะไปตามหลงจู๊มาเดี๋ยวนี้”
หญิงสาวเดินตามเด็กรับใช้หน้าร้านเข้าไปภายในอย่างคุ้นเคย รอไม่นานหลงจู๊ชิวก็เข้ามาพบ เขามีท่าทียินดีทุกครั้งที่ได้พบหญิงสาว
“แม่นางลั่ว เดือนนี้ท่านมาช้าข้ายังนึกว่าท่านจะไม่ลงเขาเสียแล้ว”
“สิบวันก่อนเหล่าเซิงนำไม้กฤษณา มาให้แล้วกระมัง”
“ขอรับ” ชายวัยกลางคนรีบยื่นถุงเงินให้นางด้วยท่าทีนอบน้อม “ไม่ทราบว่าแม่นางพอจะมีมู่เซียง หลงเหลือบ้างหรือไม่ มู่เซียงจากยอดสวีซานนับว่าดีที่สุด”
“ข้าจะส่งลงเขามาในอีกสองสามวัน”
“เช่นนั้นก็นับว่าประเสริฐ ข้าจะรอ”
เขามีท่าทีนอบน้อมกับนางเสมอเพราะสมุนไพรหลายๆ อย่างที่เขานำมาทำเครื่องหอม หลังๆ มานี้มักจะได้จากลั่วเฟิ่งเหยา เรื่องคุณภาพไม่ต้องกล่าวถึงเพราะนางล่วงรู้ว่าต้องเก็บรักษาอย่างไรจึงสามารถคงสภาพสมุนไพรเหล่านั้นได้ดีที่สุด
เมื่อออกมาจากร้านเครื่องหอมลั่วเฟิ่งเหยาเดินออกไปยังประตูเมือง นางไม่ได้เดินตรงไปยังเส้นทางขึ้นเขา หากแต่เลี้ยงไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับกำแพงเมือง
กระท่อมหลังเล็กๆ ตั้งอยู่ติดกับลำคลองรองกำแพงเมือง บุรุษวัยกลางคนกำลังปลดปลาที่เพิ่งถูกดึงจากอวน เขาไม่รับรู้ว่าบัดนี้หญิงสาวเดินมาหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งแล้ว ก่อนที่ฮูหยินของตนจะกล่าวด้วยความตื่นเต้น
“แม่นาง! มาได้อย่างไรเจ้าคะ เดินมา? ท่านมากับผู้ใด” เซิงฮูหยินมองไปรอบๆ “มาคนเดียวอีกแล้วหรือ อันตรายมากรู้หรือไม่!”
เหล่าเซิงหันมามองหญิงสาวในชุดสีฟ้า เขาขมวดคิ้วมองไปด้านหลังหญิงสาว “แม่นาง? เพราะอย่างนี้ท่านจึงให้ข้านำเสี่ยวไป๋ลงเขามา?”
“เหล่าเซิง” นางยิ้มให้ชายวัยกลางคน “ข้าไปรับเงินที่ร้านเครื่องหอม นี่เป็นเงินกับข้าวของที่ข้าอยากให้ท่านนำกลับขึ้นเขาไปด้วย” นางยื่นกระดาษที่เขียนบอกรายละเอียดสิ่งของที่นางอยากได้กับเงินส่งให้อีกฝ่าย
เหล่าเซิงรีบก้าวเข้าไปรับพร้อมกับมองไปที่เสี่ยวไป๋ มันส่งเสียงยินดีทันทีที่เห็นผู้เป็นนาย “เสี่ยวไป๋เป็นเด็กดีมาตลอดไม่เคยส่งเสียงเลย ตอนนี้เห็นท่านมารับก็ดีใจใหญ่”