บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.4

ลั่วเฟิ่งเหยาสบตากับเยี่ยฮูหยินนิ่ง “ข้าคงต้องขอปฏิเสธ แม้ว่านี่อาจล่วงเกินคนตระกูลเยี่ย” นางกล่าว “ข้าเป็นเด็กกำพร้ามารดาจากไปตั้งแต่จำความไม่ได้ อาจารย์เป็นผู้เก็บข้ามาชุบเลี้ยง สั่งสอนวิชาการแพทย์และการปรุงยาเพื่อให้ใช้ประโยชน์ในทางรักษา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในความคิดของข้า”

เห็นท่าทางสุขุมเยือกเย็นของอีกฝ่าย เยี่ยฮูหยินได้แต่จนใจ นางเคยได้ยินเรื่องราวของสตรีตรงหน้ามาแล้ว ทั้งยังแอบชื่นชมตลอดมา

ลั่วเฟิ่งเหยาอายุยังน้อยติดตามเทพโอสถมาตั้งแต่จำความได้ ฝีมือการรักษาและการปรุงยาของนางไม่แพ้เทพโอสถผู้เป็นอาจารย์ ความจริงหากนางต้องการตำแหน่งผู้ดูแลหอโอสถ ลั่วหลิวไหนเลยจะสามารถต่อกรกับหญิงสาวได้

ตรงกันข้ามที่ผลออกมาเช่นทุกวันนี้ สาเหตุคงมีเพียงเพราะ...ลั่วเฟิ่งเหยาไม่ต้องการรับช่วงตั้งแต่แรก หากแต่ยังเห็นแก่หอโอสถที่ผู้เป็นอาจารย์ก่อตั้งขึ้น ดังนั้นจึงยังคงรั้งอยู่เพื่อช่วยเหลือผู้คนต่อไป ตามความประสงค์ของเทพโอสถลั่วอวี่ซี

หลังงานเลี้ยงที่สมควรจบลงด้วยข่าวมงคล ผลกลับออกมาตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เยี่ยหลี่เสียงวิ่งตามหญิงสาวที่กำลังเดินออกมาจากประตูคฤหาสน์ตระกูลเยี่ย

“แม่นาง! แม่นางลั่วช้าก่อน!”

ลั่วเฟิ่งเหยาหยุดเดินพร้อมกับหันไปมองเยี่ยหลี่เสียง “คุณชายเยี่ย”

นางยังคงมีท่าทีสุภาพขณะสายตามองลั่วหลิวและฮูหยินที่เร่งฝีเท้าตามออกมา ใบหน้าบูดบึ้งดวงตาแดงก่ำของจินซินหรู ทำให้นางตระหนักแล้วว่าทุกคนคงล่วงรู้ว่านางปฏิเสธ

“แม่นางลั่วหากเจ้าไม่พอใจในข้อเสนอข้าพร้อมเปลี่ยนแปลง หากไม่อยากให้ข้าแต่งหรูเอ๋อร์เข้ามาอีกคนข้ายินดีปฏิเสธ เจ้าอย่าโกรธได้หรือไม่”

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวจึงขมวดคิ้ว “ท่านหมายความว่าอย่างไร”

“เสียงเอ๋อร์เจ้าหุบปากนะ” เยี่ยฮูหยินเดินออกมาห้ามบุตรชาย

ลั่วเฟิ่งเหยามองลั่วหลิวด้วยสายตาคาดคั้น มองท่าทีร้อนรนของเยี่ยฮูหยิน กระทั่ง...ในที่สุดก็กระจ่าง “ปะการังสีแดงคงไม่ใช่ข้อเสนอหนึ่งเดียวกระมัง” นางยิ้ม “หากข้ารับเอาไว้ ข้อเสนอต่อมาก็คงจะเป็น...” นางมองไปยังจินซินหรู “แต่งนางเข้าตระกูลเยี่ยพร้อมข้า?”

ลั่วหลิวหลบสายตาในทันที เยี่ยฮูหยินเองก็มีท่าทีกระอักกระอ่วน

ลั่วเฟิ่งเหยาหัวเราะออกมาจากนั้นกล่าวต่อไป “เพราะข้าปฏิเสธตั้งแต่ครั้งแรก ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะยังสนทนา นึกไม่ถึงว่าคุณชายเยี่ยกลับคิดว่าข้าปฏิเสธเพราะข้อเสนอที่สองนี้? ขออภัยที่ทำให้ผิดหวัง สำหรับผู้อื่นปะการังแดงอาจมีค่ามากกว่าแคว้นนี้ทั้งแคว้น แต่สำหรับข้าแล้ว อิสระของข้าไม่อาจแลกมาด้วยสิ่งใด ขอตัว”

“ศะ...ศิษย์พี่ คือ...”

“ลั่วหลิว” นางเรียกชื่อของศิษย์น้องเสียงเรียบแต่ไม่หันกลับมามองเขา “ครั้งนี้ข้าจะไม่กล่าวโทษเจ้าเพราะเห็นแก่หอโอสถ แต่หากยังกล้าใช้เล่ห์กลกับข้าอีก ต่อให้เป็นเจ้าข้าก็จะไม่ปล่อยไปโดยง่าย!”

ลั่วหลิวเข่าอ่อนจนแทบยืนไม่อยู่ เขารีบวิ่งตามหญิงสาวร่างเล็กที่ก้าวฉับๆ ออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลเยี่ย ทิ้งเอาไว้เพียงเยี่ยหลี่เสียงที่ผิดหวังจนดวงตาแดงก่ำ ไม่แม้แต่จะหันไปมองจินซินหรูที่น้ำตาหลั่งริน

“ศิษย์พี่ ขะ...ข้าจะให้รถม้าไปส่งท่าน ท่าน...”

“ไม่ต้อง! เจ้ากลับหอโอสถไปเสีย กลับไปทบทวนความผิดของตัวเอง นับจากนี้หากข้าไม่อนุญาตห้ามขึ้นไปบนยอดสวีซานเด็ดขาด หากยังกล้าปล่อยให้หน้าไหนขึ้นไปรบกวนข้าอีก เจ้าจะไม่ได้พบข้าอีกตลอดกาล!!!”

“ข้า...”

“หืม?” นางหันกลับไปมองเขาพร้อมหรี่ตาเป็นเชิงถาม

“ขะ...ข้ารับทราบแล้ว จะไม่ขึ้นยอดเขาเด็ดขาดหากไม่มีคำสั่ง! ทั้งยังไม่ให้ใครขึ้นไปรบกวนท่าน!” เขากล่าวจบสายตาก็เห็นเพียงแขนเสื้อสีฟ้าที่พลิ้วไหวตามจังหวะการหมุนตัว
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel