บทที่ 4
ร่างบางขยี้ตางัวเงียเพราะแสงแดดที่ลอดผ่านรอยแหวกของผ้าม่านเข้ามากระทบใบหน้าร่างกายปวดระบมไปหมดยิ่งช่วงบั้นท้ายของเขาพอขยับก็ปวดแปล๊บจนต้องสะดุ้งเพราะกิจกรรมรักยามค่ำคืนที่ไฟซัลปรนเปรอให้ไม่หยุดหย่อนเขาได้แต่แปลกใจตัวเอง ทำไมไม่ดิ้นรนต่อต้านจนถึงที่สุดทั้งที่เขาเองก็ชายแท้แมนทั้งแท่ง(จริงเหรอ)พูห์กัดฟันแน่นยามขยับตัวฝืนลุกนั่งแต่ไม่ไหว'แล้วไอ้คนที่ทำเขาระบมไปทั้งตัวหายหัวไปไหนทำไมไม่มารับผิดชอบสิ่งที่ตัวทำซักนิด 'พูห์บ่นพึมพำ
"ว๊อยยยซี๊ดเจ็บฉิบหายมีใครอยู่บ้างมีคนอยู่มั๊ย"พูห์ตะโกนเรียกแต่เสียงที่เปล่งออกมาแหบแห้งแสบคอไปหมดเขาไม่ได้สังเกตุซักนิดว่ามีอีกร่างยืนอยู่หน้าประตูร่างโปร่งสาวเท้าเข้ามาโดยไว
"คุณพูห์ต้องการอะไรครับ"พูห์สะดุ้งเฮือกเหลือบตามองชายที่เอ่ยถามเขาร้อนรนร่างโปร่งสูงแต่ไม่ดูอึดถึกบึกบึนเหมือนไฟซัลและราซานเดินเข้ามาประคองร่างบางเบาๆ
"เอ่อ...ผม "มุสต๊าฟหันไปคว้าแก้วน้ำมายื่นส่งให้พูห์พร้อมกับประคองหลังเอาหมอนสอดให้เอนพิงตัวเองลงไป
"เป็นยังไงบ้างครับ"ร่างสูงโปร่งยิ้มอ่อนโยนให้พูห์ถอยห่างออกมาและเดินไปที่ห้องแต่งตัวหยิบเสื้อคลุมน้ำเงินเข้มมาสวมให้ด้วยความอ่อนโยน
"ท่านไฟซัลไม่อยู่ครับไปพร้อมราซานเห็นว่ามีปัญหาชายแดนเล็กน้อยผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณพูห์เองนะครับ"พูห์ถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้งเขาอยากกลับบ้านกลับไทยอยู่ที่นี่ไม่เป็นตัวของตัวเองแม้แต่นิดเดียว
"อืมม แล้วบอกหรือเปล่าจะเข้ามาตอนไหน"ร่างเล็กนั่งเหม่อสายตาทอดไกลออกไปข้างนอกปากเอ่ยถามมุสต๊าฟอย่างคนที่ไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่าอยากรู้ที่แท้จริง
"ท่านไปตั้งแต่เช้าคาดว่าอีกไม่นานคงเสด็จกลับแล้วครับ"มุสต๊าฟมองร่างตรงหน้าอย่างเห็นใจสภาพทั้งเนื้อตัวมีแต่ร่องรอยการผ่านสมรภูมิรักที่ท่านไฟซัลคงไม่ยั้งความรุนแรงไว้แม้แต่น้อยเขาเองไม่เข้าใจเรื่องความรักมากนักแต่เท่าที่ผ่านมาไม่เคยมีใครคนไหนได้ใกล้ชิดท่านไฟซัลได้เท่าคุณพูห์อีกแล้วมุสต๊าฟยิ้มอ่อนๆให้
"มาเถอครับอยากอาบน้ำหรือจะทานอะไรก่อนมั๊ยครับผมจะได้ช่วยพยุงตัวนะครับ"พูห์พยักหน้า
"อยากเข้าห้องน้ำอาบน้ำมากกว่าเออมุสต๊าฟผมอยากติดต่อเพื่อนที่ไทยอะครับช่วยหน่อยได้มั๊ย"มุสต๊าฟตอบตกลงแต่มีข้อแม้พูห์ต้องทานข้าวเสียก่อน
"เห้ยยยยยไอ้พูห์ๆ"เสียงโวยวายของเพื่อนดังออกจากมาโปรแกรมแชทที่พูห์ติดต่อไปหาติณน์เพราะรู้ว่าตอนนี้ติณน์กำลังเล่นเกมส์ยอดฮิตอยู่แน่ๆภาพติณน์ที่ดูหมองๆไม่สดใสทำให้พูห์อดถามไม่ได้
"มึงเป็นอะไรวะไอ้ติณน์ทำไมโทรมขนาดนี้แล้วไอ้กริชกับเอกล่ะวะไปไหน"ติณน์ยิ้มกว้างพร้อมกับบอกรัวๆว่ารอเดี๋ยวๆแล้วลุกหายไปจากหน้าจอกลับมาพร้อมอีกสองหนุ่มที่วิ่งผลักกันไปมาเพื่อจะเข้ามาคุยกับพูห์
"คิดถึงหว่ะมึง // เออคิดถึง // เป็นไงมั่งวะ"คำถามที่รัวมาจากเพื่อนๆฟังไม่ได้ศัพท์ทำให้พูห์อดยิ้มไม่ได้
"ห่าพวกมึงก็ถามทีละคนสิวะฟังไม่รู้เรื่อง"พูห์หัวเราะแค่เห็นเพื่อนๆความเหงาก็หายไปบ้างเขาเองตอบไม่ถูกว่าตอนนี้รู้สึกยังไง ยังคงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง
"มึงเป็นยังไงบ้างพูห์ดูโรยๆนะงานหนักเหรอไง"ติณน์ถามเสียงอ่อนตาก็สำรวจคนฝั่งตรงข้ามไปด้วยพูห์หน้าเข้มสีขึ้นทันที
"บะ...บ้าเหรอไงกูสบายดีมีแต่พวกมึงแหละกูคิดว่าลืมกูไปแล้วซะอีก"พูห์สวนกลับเพื่อเบี่ยงคำถามเพื่อน
"พวกกูสบายดีห่วงแต่มึงนี่แหละแล้วเมื่อไหร่กลับวะพวกกูเดินไปไหนมีแต่คนถามถึงมึงตลอด"เอกพูดแทรก
"เออๆกูจะรีบกลับหว่ะทักเฟสกูมาบ้างนะพวกมึงอะพอกูไม่ทักไปมึงก็ไม่ทักกลับ"พูห์บ่นน้อยใจ
"กูจะทักมึงทุกๆครั้งที่ว่างเลยเอาป้ะวะ"ติณน์ถามพูห์พูดคุยกับเหล่าเพื่อนๆอย่างสนุกสนานพอให้หายคิดถึงกันได้บ้าง
"อะไรราซาน"ไฟซัลก้มลงอ่านเอกสารที่อยู่ในแฟ้มแต่ปากถามราซานที่นั่งฝั่งตรงข้ามตนเองเพราะราซานกำลังนั่งดูโน๊คบุคที่ดูกล้องวงจรปิดออนไลน์ได้
"คุณพูห์ครับคุยกับเพื่อนๆที่ไทยอยู่"ไฟซัลเลิกคิ้วถาม
"ผมสงสัยคนชื่อติณน์ดูแคร์คุณพูห์จนออกนอกหน้า"ราซานขยายกล้องที่ติดไว้ข้างโต๊ะที่ห้องของไฟซัลเพราะพึ่งมีคำสั่งจากเจ้านายตนเองก่อนออกจากวังมา
"หือ!!!!ยังไง"ไฟซัลวางเอกสารลงจับโน๊ตบุคให้หันมายังหน้าตนเอง ภาพปรากฎตรงหน้าเป็นเพียงชายหนุ่มร่างเล็กที่กอดหมอนใบใหญ่นั่งคุยกับเพื่อนๆสังเกตุอีกฝั่งดีแล้วจะเห็นคนร่างหนาที่มองพูห์ไม่วางตาสายตาเป็นห่วงเป็นใยชัดเจนลึกซึ้งกว่าอีกสองคนที่นั่งด้วยไฟซัลขบกรามดวงตาวาววับขึ้นมาทันที
"สืบประวัติทุกคนเอาละเอียดอ้อ!!ด่วนนะ"ไฟซัลผลักคอมพิวเตอร์ออกไปแรงๆถอนหายใจหน่วงราซานถึงกับเงียบกริบ'นี่กูหาเรื่องให้ตัวเองอยู่หรือเปล่าวะ'ราซานนึกในใจ
"กระหม่อม"ราซานยกโทรศัพท์ขึ้นกดสายตรงไปยังประเทศไทยทันทีเสียงสั่งการเข้มและเร่งร้อน
"ภายในสามชั่วโมงพะย่ะค่ะ"สั้นๆแต่ได้ใจความไฟซัลเองก็หงุดหงิดเกินกว่าจะมีสมาธิอ่านเอกสารตรงหน้าใจพะวงไปถึงร่างเล็กที่ก่อนเขาจะออกมายังคงหลับสนิทหรือสลบเขาเองก็ไม่แน่ใจเพราะตัวเขาดึงดันเอาแต่ใจเท่าไหร่ก็ไม่พอความต้องการที่พุ่งขึ้นสูงเมื่อเห็นร่างเปลือยของพูห์ทำให้เขาไม่อาจยั้งใจได แค่คิดส่วนกลางลำตัวเริ่มรุมๆขึ้นมาอีกจนได้
"หึหึ"เสียงหัวเราะเบาๆในลำคอทำให้ราซานที่นั่งตรวจเอกสารก่อนจะถึงมือเจ้านายอดเหลือบตามองไม่ได้ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ
"ราซานติดต่อฝั่งมาโบลให้มาจัดการเรื่องสัญญาให้ไวที่สุดเราจะเข้าไปพบท่านพ่อก่อนเพื่อทูลเรื่องของพูห์ก่อนจะพาเค้ามาพบท่านพ่อด้วยตัวเอง"ไฟซัลเอาศอกเท้ากับที่จับประตูรถมือหนาถูคางตนเองเบาๆราซานรู้ดีว่าถ้าเจ้านายตนเองเครียดจะถูคางตนเองทุกครั้งมีน้อยคนที่จะรู้เรื่องนี้ผิดกับเขาที่เป็นถึงองค์รักษ์คนสนิท
"พะย่ะค่ะแต่องค์จะไม่กริ้วหรือครับถ้ารู้เรื่องคุณพูห์แล้ว" ไฟซัลนิ่งไปซักพักก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
"ทูลตามหน้าที่ความเป็นลูกแต่การตัดสินใจอยู่ที่เรา "
ร่างสูงนั่งกดดันอีกฝ่ายที่จะเข้ามาทำสัญญาก่อสร้างฐานขุดเจาะน้ำมันและการสั่งสินค้าที่ต้องผ่านคุณภูษิตพ่อของพูห์ไฟซัลเป็นคนจัดการเรื่องนี้เองโดยที่พูห์ไม่ต้องเหนื่อยและคุณภูษิตเป็นแค่หุ่นที่ทำตามคำสั่งไฟซัลเท่านั้นผลกำไรที่ได้ไฟซัลไม่ได้เอาเพราะยกให้ภูษิตในฐานน 'พ่อตา ' (แกก็กล้าเน๊อะถามพูห์มันหรือยัง = =! ไรท์ละเบื่อความเอาแต่ใจจริงๆ)
"พระบิดาล่ะเชน"ไฟซัลเอ่ยถามเชนองค์รักษ์ประจำตัวของพ่อตนเองร่างสูงกายกำยำโค้งลงเคารพไฟซัล
"ด้านในพะย่ะค่ะกำลังรอฝ่าบาทอยู่"ไฟซัลเปิดประตูบานหนาไปไม่รอช้าก้าวยาวไปที่โต๊ะตัวกว้างมองร่างสูงเข้มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ทำความเคารพแล้วนั่งลง
"ท่านพ่อลูกมีเรื่องจะกราบทูล"ร่างสูงวัยยกมือขึ้นห้ามโดยไม่พูด
"ท่านพ่อฟังลูกก่อนได้มั๊ยพะย่ะค่ะ"ซามิสฟาต์ถอนใจเงยหน้าขึ้นมองลูกชายตัวดีใบหน้าชายหนุ่มตรงหน้าคล้ายคลึงตนเองเหมือนเมื่อเขายังอายุเท่ากัน
"หึหึแกจะมาบอกเรื่องเด็กผู้ชายที่แกเอาไปไว้ในวังหรือยังไง"ไฟซัลชะงักมองพ่อตนเอง
"ทรงรู้เหรอกระหม่อม"ไฟซัลถามเสียงเรียบ
"พ่อเป็นพ่อแกนะอย่าลืมสิลูกคนอื่นพ่อไม่เคยให้สิทธิเทียบเท่าแกแต่ตอนนี้แกกำลังจะฆ่าตัวเองริดรอนสิทธิของตัวเอง"ผู้เป็นพ่อเสียงแข็ง
"ลูกรักเค้าและจะไม่ยอมให้ใครมาเอาตัวเค้าไปจากลูกหรือ....ถ้าใครอยากจะลองก็มา"ไฟซัลเสียงแข็งขึ้นบ้าง
"เอาล่ะแกอยากจะพูดอะไรไฟซัล"ร่างสูงวัยหากยังดูแกร่งแข็งแรงถามออกมา
"พระบิดาฟังลูกบ้างเถอะพระเจ้าค่ะตั้งแต่ลูกเกิดมาไม่เคยอยากได้อะไรเลยคนแล้วคนเล่าผ่านเข้ามาในชีวิตแล้วก็ผ่านไปไม่มีใครซักคนที่ทำให้ลูกหัวใจเต้นแรงแค่เค้ายิ้มก็ทำให้ลูกของเสด็จพ่อหวั่นไหว"ไฟซัลถอนหายใจ
"แรกๆลูกสับสนเพราะลูกเองก็ไม่ได้ชอบผู้ชายเด็จพ่อเองก็รู้เรื่องนี้ดีกับคนอื่นลูกก็ไม่รู้สึกมีแค่พูห์ที่ทำให้ลูกทำอะไรไม่ถูกทั้งหวงทั้งห่วงทั้งเจ็บปวด"ผู้เป็นพ่อถึงกับถือช้อนค้างเพราะน้ำเสียงของลูกตนเองก็ดูสับสนไม่ใช่น้อยก่อนจะค่อยๆวางช้อนลง
"ไฟซัลฟังพ่อเจ้าแน่ใจหรือที่จะรักเด็กนั่นเด็กคนนั้นเป็นผู้ชายนะไฟซัลตอนนี้แกเองก็รู้ดีอยู่เต็มอกว่าลุงของแกอยากได้บัลลังค์นี้ เขาต้องหาข้ออ้างต่างๆนาๆให้คณะรัฐมนตรีไม่ยอมรับแกหรือเรียกร้องให้แกสละสมบัติเพราะมีทายาทไม่ได้แล้วถึงตอนนั้นแกจะทำยังไง"ไฟซัลนั่งนิ่งกัดฟันแน่นมือหนากำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน
"ขอแค่ท่านพ่อเข้าใจว่าเพราะอะไรถึงต้องเป็นพูห์เรื่องที่เหลือลูกจะแก้ไขเองพระเจ้าค่ะ"
"งั้นพาเด็กนั่นมาแล้วพ่อจะดูอีกที"ไฟซัลยิ้มกว้างออกมาทำให้คนที่เป็นพ่ออดตกใจไม่ได้ที่ลูกของตนนั้นเด็ดขาดกับเรื่องนี้เขาเองพยายามหาคนที่คู่ควรให้มาหลายครั้งแต่ตัวแสบก็หายไปได้ทุกครั้งกลับมาคราวนี้ทำให้เขาเองคาดไม่ถึงและคิดแค่ว่าไฟซัลแค่อยากลองเท่านั้นเอง 'มันคงไม่ใช่อย่างที่เขาคิดสินะ'
"ได้โปรดเถอะพะย่ะค่ะไม่เคยมีครั้งไหนที่ลูกจะจริงจังเท่านี้ลูกรักพูห์เสด็จพ่อได้ยินไหมพะย่ะค่ะลูกพึ่งรู้ตัวว่าลูกรักเด็กผู้ชายคนนั้นและไม่ว่าใครหน้าไหนก็เอาเขาไปจากลูกไม่ได้"ไฟซัลใบหน้าเครียดเข้มจ้องหน้าพ่อตนเองเขม็ง
"อืมมมมมให้เด็กนั่นมาหาพ่อที่นี่เดี๋ยวนี้"ไฟซัลถึงกับยิ้มกว้างแววตาที่ปกปิดความดีใจไว้ไม่มิด
"ขอบทัยกระหม่อมขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ"ไฟซัลรีบกดโทรศัพท์เพื่อจะโทรหามุสต๊าฟและสั่งให้พูห์มาหา
"เดี๋ยวนี้นะมุสต๊าฟ .. ใช่... ทำยังไงก็ได้ให้พูห์ยอมมาอย่าให้ชั้นต้องไปจัดการเองวิธีไหนก็ได้แต่อย่าให้มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว"เขาถอนหายใจออกมาบางเบามุสต๊าฟจะทำได้หรือเปล่านะกับความดื้อดึงเรื่องนี้สำคัญพอที่จะข้ามเรื่องที่เขาจะต้องจัดการพูห์และเพื่อน 'ติณน์งั้นหรือรอให้จบเรื่องเสด็จพ่อเสียก่อนก็แล้วกัน'
"ไม่ๆไม่มีทางไม่เอาอะทำไมต้องไปด้วยล่ะผมไม่อยากรู้จักพ่อใครทั้งนั้นมุสต๊าฟบอกไฟซัลไปสิว่าผมไม่ไปนะครับนะ"มุสต๊าฟมองร่างเล็กที่นั่งกอดเจ้าตุ๊กตากบเคโร๊ะแน่นอยู่บนเตียงใบหน้าบูดบึ้งริมฝีปากเชิดจนทบจะชนจมูกของพูห์อย่างเครียดจัดเพราะอีกฝ่ายดื้อดึงเหลือเกิน
"คุณพูห์ได้โปรดเถอะครับถือว่าผมขอร้องได้มั๊ยถ้าคุณไม่ไปผมคงถูกลงโทษหนักแน่ที่นี่ถือว่าคำสั่งเบื้องบนสำคัญที่สุดผมอาจจะถูกประหารหากทำตามคำสั่งไม่ได้"มุสต๊าฟเอ่ยเสียงแผ่วเหลือบตามองหน้าพูห์หลอกล่อด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเสียใจ
"เอ่องั้นไปครับนำไปแล้วกันโว๊ะบ้านเมืองอะไรป่าเถื่อน"พูห์ค่อยๆก้าวลงจากเตียงเพราะยังขัดๆช่องทางรักที่ไฟซัลทำไว้จะเดินก้าวออกจากประตูแต่เสียงมุสต๊าฟยั้งไว้เสียก่อน
"คุณพูห์เปลี่ยนชุดเถอะครับเดี๋ยวผมให้นางกำนัลเตรียมชุดไว้ให้"พูห์ก้มลงดูชุดตนเองกางเกงโปร่งสีขาวพริ้วรัดข้อเท้าและเสื้อแขนยาวที่ผ่าคอลงมาลึกถึงกลางอกชายยาวคลุมเข่าสีขาวเช่นเดียวกันอย่างแปลกใจ
"เปลี่ยนทำไมอ่านี่ก็ดีอยู่แล้ว"มุสต๊าฟยิ้มเปลี่ยนเถอะครับแล้วเดินนำพูห์ไปที่ห้องเปลี่ยนชุด
"เห๋วอขนาดนี้เลยเหรอมุสต๊าฟยังกะจะเข้าวังเต็มยศเลยอ้ะ"พูห์อุทานเสียงดังมุสต๊าฟยิ้มขำก็ชุดที่สาวใช้รออยู่คือชุดสีขาวคลิบทองที่ชาวอาหรับเค้าใส่กันแต่ที่แปลกกว่าของพูห์คือกระดิ่งข้อเท้า
"กระดิ่งข้อเท้าเนี่ยนะผมไม่ใช่ผู้หญิงนะครับจะใส่ทำไม"เจ้าตัวโวยวาย
"ใส่เถอะครับเป็นประเพณีของทางนี้ครับผม"มุสต๊าฟปลอบใจร่างเล็กถอนใจเฮืออกใหญ่
วังหินอ่อนสีขาวขนาดมหึมาตั้งตระหง่านเบื้องหน้าทอดยาวไปด้านหลังคือทะเลทรายอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ หัวใจของพูห์เต้นแรงแบบแปลกๆบอกไม่ถูกกี่วันแล้วนะที่เขามาอยู่ที่นี่เกือบสิบวันแล้วสินะอยากกลับบ้านกลับประเทศไทยจริงๆมุสต๊าฟมองใบหน้าเหม่อของพูห์อย่างเข้าใจหากเป็นเขาเองก็คงทุกข์ใจมิใช่น้อยเหมือนกันต่างบ้านต่างเมืองมาแถมได้สามีโดยไม่ตั้งตัวอีกแถมยังไม่รู้จักกันดีพอด้วยซ้ำก็นะเจ้านายเขาต้องการแบบนี้มันก็ 'ต้อง'แบบนี้เท่านั้น
"เตรียมตัวเถอะครับ"พูห์หันมามองมุสต๊าฟเบลอๆบอกไม่ถุก
"อืมม" พูห์พยักหน้าพอรถจอดสนิททหารจากหน้าประตูวังเดินมาเปิดประตูให้ พูห์ก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกหน่วงๆในใจ
"ทางนี้ครับคุณพูห์"มุฟต๊าฟเดินนำร่างเล็กผ่านพรมที่พื้นทอดยาวจนไปสุดที่ประตูบานหนาเปิดอ้ากว้างราวกับรอให้พูห์เดินเข้าไปเขาเองกา้วขาไม่ออกเพราะสายตาหกคู่จ้องเขม็งมาที่เขาเบื้องหน้าของพูห์คือบัลลังก์ใหญ่สีทองปลายยอดประดับดวงเพชรและรัตนชาติแวววาวร่างสูงที่ดูมีอายุแต่ยังแข็งแรงนั่งหลังตรงบนนั้นถัดลงมาเป็นบัลลังก์ขนาดเล็กกว่าแต่สวยงามไม่แพ้กันสองตัวชิดกันทางด้านขวา ร่างคุ้นตานั่งหลังตรงเช่นกันยิ้มกว้างให้พูห์เบื้องล่างซ้ายขวาคือราซาน เชน และมุ๊สต๊าฟที่เดินไปประจำข้างๆตาดุจเหยี่ยวสำรวจไปทั่วตัวพูห์ยืนกัดปากแน่นด้วยความหวาดหวั่นเสียงทรงอำนาจพูดขึ้นมาจนพูห์สะดุ้งสุดตัว
"เจ้าคือภูบดีใช่ไหม"พูห์อึกอักก่อนพยักหน้า
"ตอบข้ามาสิไม่ได้ให้พยักหน้า"พูห์เหลียวไปมองหน้าของไฟซัลอย่างขอความช่วยเหลือ
"ไม่ต้องกลัวนะคะพูห์นั่นเด็จพ่อเองใจดีนะ"พูห์ใจจะวายกับความใจดีที่ไฟซัลบอก'นี่ดีแล้วจริงเหรอวะ'พูห์คิดในใจ
"คะ..ครั "ซามิสชาฟ์ตยิ้มบางก่อนจะขยับตัวหลังตรงไฟซัลเองก็เช่นกัน
"เชนเรียกองค์มนตรีและเหล่าคณะเข้ามา"พูห์มองไปด้านหลังที่เหล่าผู้ใหญ่เดินเรียงเข้ามาแต่ละคนร่างกายสูงใหญ่หนวดเคราเต็มหน้ายืนเรียงแถวและโค้งให้กับผู้ครองบัลลังก์และไฟซัล
"ทุกคนจงฟังข้าซามิสชาฟ์ต โมฮัมเหม็ด โรมิยาฟห์ บันดูลาอิค องค์กษัตริย์แห่งเตอร์กิสมาผู้ปกครองแคว้นทั้งยี่สิบเจ็ดแค้วน บิดาแห่งเจ้าชายไฟซัล อับดุลลาซีส ซาฮาเหม็ด จัสฟาร์ตผู้เป็นองค์รัชทายาทต่อจากข้าเพียงผู้เดียวจะมีพระคู่หมั้นนับจากนาทีนี้คือนายภูบดี รัชไพศาลอีกสามวันพวกเจ้าจงเตรียมงานพิธีและอีกหนึ่งเดือนคืองานพระราชพิธีเสกสมรสและเราหวังว่าคงไม่มีใครกล้าคิดจะโต้แย้งอะไรทั้งสิ้นออกไปได สิ้นเสียงที่พูห์ฟังไม่ออกแม้แต่นิดเดียวยกเว้นชื่อและนามสกุลของตัวเอ และไฟซัลยืนทำหน้าเอ๋ออย่างไม่เข้าใจทุกคนที่พึ่งเข้ามาและกำลังจะออกไปไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองหน้าพูห์เหมือนสิ่งต้องห้าม
"อะไรว๊า กูไม่เห็นจะเข้าใจซักเรื่องเหรอว่าเค้าสั่งงานแล้วเตรียมให้กูไปทำ"พูห์พึมพำเบาๆเหลือบตามองไฟซัลที่ใบหน้าคมเข้มมีสีเรื่อขึ้นมาและมีรอยยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงรูหู
