8. ผิดใจเข้าแล้ว
กาหลงเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่ง นางก็ยื่นมือมาสะกิดแขนเขา
“ไปสิเจ้าคะ ชักช้าอยู่ไย”
สติที่กำลังจะหลุดลอยของขันแสนถูกดึงกลับคืนมาทันควัน ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวลงเรือตามคนตัวเล็กที่ลงไปนั่งรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นขุนแสนก็พายเรือออกมาจากท่าน้ำของเรือนหอหลังใหม่ ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงท่าเรือของเรือนหลวงโกศล
ทว่ากาหลงก็ยังไม่ยอมขึ้นจากเรืออย่างที่ควรจะเป็น นางยังคงนั่งต่อ “คุณอากาหลงขอไปที่เรือนคุณอาได้ไหมเจ้าคะ”
“เจ้ายังลืมสิ่งใดไว้ที่เรือนข้าอีกฤา?”
“เปล่าเจ้าค่ะ แค่อยากไปเฉย ๆ”
แสนราชนิ่งไป ก่อนจะเอ่ยถามเสียงอ่อน “ออเจ้า ชอบเรือนของข้ามากจนไม่เกรงคำครหาที่จะตามมาเลยหรือ” แสนราชวางไม้พายลงบนกาบเรือ จ้องมองใบหน้างามเพื่อกดดันเอาคำตอบ ความจริงเขาก็พอสัมผัสได้ว่าในร่างนี้มิใช่แม่หญิงกาหลงคนเก่า
วิชาอาคมที่เขาร่ำเรียนมาทำให้สามารถมองเห็นสิ่งผิดปกติในตัวนางได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจรู้แจ้งได้ว่านางมาจากที่ใด
กาหลงมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ในใจกำลังคิดหาคำพูดที่น่าฟังมาเอ่ยกับเขา “คำครหาก็แค่ลมปากผู้คน มีแต่คนโง่เขลาเท่านั้นที่หลงเชื่อคำนินทาเหล่านี้ ที่สำคัญ... ยามปกติผู้คนทั่วพระนครก็ครหาข้าอยู่แล้ว หากจะเพิ่มเรื่องเอาไว้ให้ชาวเมืองได้เล่ากันสนุกปากอีกสักเรื่อง ก็ไม่เห็นจะเป็นไรนี่เจ้าคะ” กาหลงเอ่ยหน้าตาย
แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนิ่ง นางก็เอ่ยขึ้นมาอีก “อาแสน ให้กาหลงไปเล่นที่เรือนนะเจ้าคะ คุณอาอนุญาตนะเจ้าคะ กาหลงสัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่ซน จะฟังคำคุณอาทุกอย่างเลยเจ้าค่ะ”
แสนราชได้แต่ชะงักค้างไปกับลูกอ้อนที่ไม่เคยพบเจอ กส่าจะได้สติเขาก็เผลอรับปากนางไปแล้ว พอจะปฏิเสธเสียงใสก็ดังขึ้นมาให้เขาจำต้องยอมรับสภาพปากพล่อยของตนเองไปเสีย
“ขอบคุณเจ้าค่ะ อาแสนของกาหลงใจดีที่สุด” กาหลงเผยยิ้มจนตาหยี และมันช่างน่ารักน่าชังยิ่งนัก
แสนราชขบกรามแน่น ก่อนจะจับไม้พายขึ้นมาพายเรือตรงไปยังเรือนของตนอย่างว่าง่าย ในเมื่อแม่หญิงตัวน้อยไม่ใส่ใจคำครหา แล้วเหตุใดพ่อหม้ายเช่นเขาจักต้องใส่ใจด้วย อีกอย่างเขาเองก็บริสุทธิ์ใจ ไม่ได้คิดอกุศลกับแม่หญิงตัวน้อยแม้เพียงนิด
พอเรือเทียบท่ากาหลงก็วิ่งตรงเข้าไปในเรือนขุนแสนทันที โดยมีสายตาของบ่าวไพร่ชายหญิงมองตามอย่างสงสัย
เมื่อเขาเรือนมาได้ กาหลงก็ตรงไปที่ห้องนอนเจ้าของเรือน ที่ที่นางเคยมาแอบหลับอยู่เป็นประจำ พอถึงเตียงนางก็ล้มตัวนอนทำราวกับเป็นห้องของตนเองเสียอย่างนั้น
ทำเอาคนที่ก้าวตามมาด้วยความเร็วชะงักทันที เขาไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปเมื่อเห็นเช่นนั้น จึงทำเพียงแค่ส่งเสียงบอกด้านนอก
“ออเจ้าเป็นสตรีเหตุใดถึงทำเช่นนี้ มันมิสมควรมิรู้หรือ ก่อนนี้ข้ามิได้อยู่ที่นี่ก็ไม่กระไร แต่ยามนี้มันต่างออกไปแล้ว ออกมาเถิดหากมีบ่าวไพร่มาเห็นจักเอาไปเล่าต่อจนทำให้เสื่อมเสียได้”
“คุณอาไม่พูดก็ไม่มีผู้ใดรู้ดอกเจ้าค่ะ” กาหลงตอบกลับเสียงใส ยังยังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาราวกับเด็กน้อย
ทำเอาผู้ที่ยืนอยู่ด้านนอกถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้ามาเพื่อจะพาคนตัวเล็กออกจากห้อง มือเรียวใหญ่ถือวิสาสะดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้น แต่เพราะไม่ทันระวังจึงพลาดดึงเอาสไบของนางหลุดจากบ่า พอคิดจะปล่อยเท้าที่ว่าแข็งแรงก็ดันไถลจนร่างเซถลาลงไปคร่อมคนบนเตียงเสียอย่างนั้น
กาหลงนิ่งค้างไม่ต่างจากคนที่อยู่บนตัว ใบหน้านั้นก็อยู่ห่างเพียงแค่ปลายจมูก จนได้สัมผัสของลมหายใจอุ่นของกันและกัน
แสนราชยังคงนิ่งค้างอยู่ท่าเดิมราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ พร้อมกันนั้นเขาก็กวาดสายตามองสำรวจใบหน้างามที่กำลังขึ้นสีเรื่ออย่างน่าชม กระทั่งได้ยินเสียงคนสนิทดังขึ้นที่ด้านล่าง เขาจึงได้สติรีบขยับลุกออกมายืนมองอีกฝ่าย ที่ยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง เสียงถอนหายใจดังขึ้นมา ต่อด้วยเสียงทุ้มที่กล่าวตามมา
“ลุกขึ้น! เมื่อครู่หากมีผู้ใดมาพบเข้า ออเจ้าคงต้องออกเรือนกับคนแก่คราวพ่อไปแล้วรู้หรือไม่ กลับเรือนเสีย ประเดี๋ยวข้าจะให้บ่าวพายเรือไปส่ง” เสียงของขุนแสนเริ่มเข้มขึ้น
“คุณอาไม่ได้แก่เท่าคุณพ่อเสียหน่อย ที่คุณอาพูดมันก็แค่ข้ออ้างเท่านัน คุณอาไม่ชอบคนที่อายุคราวลูกเองต่างหาก ถึงได้คอยดุด่ากันเช่นนี้” กาหลงเอ่ยก่อนจะลงจากเตียง
ก่อนจะใช้มือผลักร่างแกร่งที่ยืนนิ่งงันอยู่ข้างเตียง แล้ววิ่งตรงออกไปนอกห้องลงไปด้านล่างเพื่อไปยังท่าน้ำ ขึ้นเรือได้นางก็พายกลับไปเองโดยไม่รอให้ผู้ใดไปส่งเช่นที่เจ้าของเรือนเอ่ย
แสนราชรีบสาวเท้าตรงไปที่หน้าต่างเพื่อยืนมอง กระทั่งร่างเล็กขึ้นจากเรือแล้วเดินเข้าเรือนไป เขาจึงเดินกลับมานั่งที่เตียง
“ออเจ้าเอ่ยเช่นนี้หมายความว่ากระไรกัน จะบอกว่าเป็นข้าหรือที่มิสนใจออเจ้า” แสนราชพึมพำตามคำที่หญิงสาวกล่าว แต่เมื่อคิดไปคิดมาเขาก็เอ่ยอีกว่า “ไม่ดอกข้ากำลังเข้าใจผิด”
แสนราชเอ่ยขึ้นเบา ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนราบบนเตียงพลันกลิ่นหอมของดอกกาหลงก็โชยมาเข้าจมูก จนเข้าต้องคว่ำหน้าลงเพื่อสูดดม กลิ่นหอมผ่อนคลายขับกล่อมจนทำให้เขาเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น ราวกับได้ยาดีที่กินแล้วก็หลับไปทันใด
แต่ผู้ที่กลับมาถึงเรือนตนแล้วกลับปิดประตูห้องขังตนเองอยู่เงียบ ๆ “อัญชัน แกเป็นอะไรไปเนี่ยะ ทำไมถึงต้องโกรธคำพูดของตาแก่นั่นด้วย ที่เขาพูดมามันก็ถูกต้องแล้วนี่ เธอไม่มีสิทธิ์ไปโกรธหรืองอนอะไรเขาเลยนะ แกนี่บ้าไปแล้วแน่ ๆ”
กาหลงก่นว่าตนเองอยู่นานจนผล็อยหลับไปเหมือนกัน
และนับแต่วันนั้น แสนราชก็ไม่ได้พบหน้าแม่หญิงตัวน้อยอีกเลย จนเวลาล่วงเลยผ่านมาสิบวันแล้ว ตัวขุนแสนเองก็ยุ่งกับการรับตำแหน่งใหม่ และต้องออกตรวจงานกับหลวงโกศลอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งค่ำนี้ที่ขุนแสนถูกเชิญมาทานอาหารด้วย
“ดีจริงวันนี้มีพ่อแสนมารับอาหารด้วย อยู่ที่เรือนผู้เดียวคงเหงาแย่ ยามทานก็ทานผู้เดียว ข้าว่าเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ออเจ้าก็มารับอาหารที่เรือนนี้ รับไปจนกว่าเจ้าจักหาเมียได้เป็นอย่างไร” หลวงโกศลเอ่ยขึ้นขณะที่ทุกคนก็กำลังลงมือรับอาหารกัน
“ก็ดีนะเจ้าคะ อีกอย่าง... เราก็ถือเสียว่าอาหารค่ำแต่ละวันนับเป็นการไถ่โทษ เรื่องที่แม่ตัวแสบเคยไปเที่ยวเล่นที่เรือนก็ได้”
แม่เฟืองเอ่ยแนะก่อนที่คนถูกชวนจะกล่าวปฏิเสธ เพราะนางก็นึกเอ็นดูขุนแสนอยู่ไม่น้อย ยิ่งได้ยินสามีบอกเล่าเรื่องที่ขุนนางหนุ่มคอยดูแลยามออกตรวงานราชการ นางยิ่งอยากขอบคุณท่านขุนผู้นี้ให้สมกับความดีที่อีกฝ่ายมีให้สามีตน
ทว่าแสนราชนั้นยังคงรู้สึกเกรงใจ จนเขารู้สึกทำอันใดไม่ถูก เพราะนึกไม่ถึงว่าครอบครัวคุณหลวงจะดีกับตนมากเพียงนี้
“ขอบน้ำใจขอรับ กระผมยินดีนัก” เขาตอบรับเสียงเบา
“ดีเลย เช่นนั้นก็กินมาก ๆ นะขอรับท่านขุน อาหารพวกนี้เป็นฝีมือของแม่กาหลงที่ลงครัวเองเชียวนะ พอรู้ว่าท่านขุนจะมารับอาหารที่เรือน แม่กาหลงก็รีบกุลีกุจอเข้าครัวทำอาหารเองเลย นานทีปีหนจึงจะได้ลิ้มรสฝีมือแม่ครัวนางนี้ ออเจ้าของกระผมมิใช่ว่าจะขยันเข้าครัวนะขอรับ” หมื่นเรืองเอ่ยอย่างกระตือรื้อรน
แสนราชที่ตั้งใจฟังนิ่งงันครู่หนึ่งก็หันไปมองหน้าผู้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามตน และตั้งแต่พบกันอีกครั้งนางก็ทำเพียงแค่ยกมือไหว้ ไม่มีการพูดหยอกล้อหรือเขามาพูดเล่นตีสนิทเช่นแต่ก่อนเลย
“พี่เรืองอย่าได้เอ่ยเช่นนี้นะเจ้าคะ ยามปกติน้องก็ทำมิใช่ว่าทำเฉพาะยามมีแขก พี่เรืองเอ่ยคลุมเคลือเช่นนี้ประเดี๋ยวท่านขุนก็เข้าใจผิดคิดเป็นอย่างอื่น ไม่สิ... ในสายตาท่านขุนแสนก็คงเห็นน้องเป็นดั่งลูกหลาน ในใจคงมีแต่ความเอ็นดู ไม่คิดอันใดดอก”
“เงียบปากประเดี๋ยวนี้นะแม่กาหลง ใครสั่งใครสอนให้เอ่ยถ้อยคำเช่นนี้ออกมาฮึ ขอประทานโทษคุณอาเสีย” หลวงโกศลกล่าวตำหนิบุตรสาวเสียงเข้ม สีหน้าและแววตาดูไม่พอใจมาก
กาหลงนิ่งไป ก่อนจะยกมือไหว้อีกฝ่ายอย่างเสียไม่ได้
“ขอประทานโทษเจ้าค่ะ”
แสนราชมองใบหน้างอง้ำของหญิงสาวมุมปากเขาก็ยกขึ้น จากนั้นก็เปล่งวาจาทุ้มอ่อนออกมา “มิเป็นไรขอรับ กระผมมิถือสา สิ่งที่แม่หญิงเอ่ยมานั้นถูกต้องแล้ว อย่าได้กล่าวโทษนางเลย” เอ่ยจบแสนราชก็หันไปมองผู้ที่กล่าวกระทบตนเมื่อครู่
ความจริงในใจเขาไม่ได้เคืองโกรธนางเลย นั่นเพราะสิ่งที่แม่หญิงกาหลงกล่าวออกมามันคือคำพูดที่เขาเคยเอ่ยเอาไว้จริง ๆ
ถือว่าดีที่อีกฝ่ายเอ่ยย้ำมาเช่นนี้ อย่างน้อยนางก็คงรู้ตัวแล้วว่าอันใดเหมาะอันใดไม่เหมาะ คราวหน้าจะได้ไม่คิดทำตามใจเช่นที่เคยทำเมื่อครั้งวันวานอีก หากนางไม่มายุ่มย่ามหรือเข้าใกล้เขาเช่นแต่ก่อน ใจเขาก็จะได้สงบลงบ้างไม่ต้องวุ่นวายสับสนอีก
กาหลงได้ยินคำตอบจากเขา ใบหน้าก็ยิ่งงอง้ำเข้าไปใหญ่ ถึงขั้นวางชามข้าวลงไม่กินต่อกันเลยทีเดียว
แสนราชที่ลอบมองอยู่ถึงกับชะงักจนรู้สึกอิ่มตามไปด้วย
