บทย่อ
"กลิ่นกาหลงหอมหวลชวนคนึงหา" สตรีงามนามว่า "กาหลง" หญิงงามที่ผู้คนกล่าวถึงทั่วเมือง แต่กว่าจะมาถึงคำล่ำลือนี้ เธอก็ถูกตราหน้าว่าสติไม่ดีมาก่อนแล้ว เพียงเพราะร่างนี้มีวิญญาณจากต่างยุคใช้เป็นที่พักพิง
อารัมภบท
“เจ้าจะไปที่ใดแม่หญิง มิเห็นหรือว่าทางข้างหน้ามีแต่ป่า ไยออเจ้าถึงได้อวดเก่งเพียงนี้ฮึ” เสียงทักท้วงดังขึ้นมาในความมืด
“ก็คุณอามิยอมพาข้าออกไปนี่เจ้าคะ คุณอาคิดจะนอนในป่าหรือเจ้าคะ มันมืดถึงเพียงนี้ กาหลงกลัวนะ...”
“มีข้าอยู่จะกลัวไปไย เดินป่าในยามค่ำคืนใครเขาทำกัน อีกอย่าง… ใครใช้ให้เจ้าตามคนพวกนั้นมาเล่า” แสนราชเอ่ยตำหนิแม่หญิงตัวน้อยที่มักแอบมาขลุกอยู่ที่เรือนของตนเป็นประจำ
เมื่อสามปีก่อนเด็กสาวผู้นี้ยังสูงเพียงแค่อกเขา ทว่ายามนี้กลับเติบโตเคียงไหล่เสียแล้ว ซ้ำทุกสัดส่วนยังดูอวบอิ่มจนเขาไม่กล้าที่จะเหลียวมอง คิดแล้วเขาก็นึกถึงความรู้สึกที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่ แม้มิได้คิดล่วงเกินด้วยใจหยาบคาย ถึงกระนั้นการกระทำโลดโพนของนาง ก็ยังติดอยู่ในห้วงความคิดเขาจนทำใจวุ่นวายไปหมด
เขาเดินไปพร้อมกับครุ่นคิดอย่างหนัก กระทั่งมาถึงจุดที่น่าจะหลบซ่อนตัวจากคนและลมหนาวในค่ำคืนนี้ได้
กาหลงยืนกอดตนเองอยู่ข้างรากไม้ใหญ่ ยังดีที่มีแสงจันทร์ส่องลงมาพอให้มองเห็นกันและกันได้ นางจึงไม่ค่อยกลัวนัก
“คุณอามิก่อไฟหรือเจ้าคะ” หญิงสาวขยับเข้าใกล้เขาพลางเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย เพราะบรรยากาศหนาวนัก
“ก่อให้กลุ่มโจรพวกนั้นเห็นน่ะหรือ ป่าแถบนี้เป็นถิ่นของพวกมัน หากเห็นควัน แลแสงไฟพวกมันต้องรีบตามมาแน่”
ได้ยินเช่นนั้น... กาหลงก็มิได้โต้แย้งสิ่งใด นางเหนื่อยจนไม่อยากเอ่ยอันใดออกมาแล้ว ก่อนหน้าก็เดินหาทางออกอยู่ลำพัง กว่าที่หลวงแสนนราชจะหานางพบ ร่างนี้ก็แทบสิ้นแรงแล้ว
ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะขยับเข้าใกล้หลวงแสนราชมากขึ้นอีก เพราะอากาศยามค่ำคืนหนาวเหน็บเสียเหลือเกิน
นัยน์ตาคมเหลือบมองสตรีตัวน้อยที่กำลังยกมือขึ้นถูไปมา แล้วนำมาแนบแก้ม ราวกับมันจะช่วยคลายความหนาวได้
เมื่อเห็นท่าทีเงอะงะน่าเอ็นดูนั้นเขาก็รู้สึกขัดตานัก มือเรียวจึงเอื้อมไปรั้งเอวคอดของอีกฝ่ายให้ขยับมานั่งบนตักตนเสีย และก่อนที่กาหลงจะได้ทักท้วง มือใหญ่ก็กดหัวนางลงกับไหล่กว้าง
กาหลงกะพริบตาถี่ เมื่อจู่ ๆ ตนก็ลอยขึ้นมานั่งบนตักของคนที่ตนพึงใจอย่างไม่ทันตั้งตัว ใจดวงน้อยเต้นรัวไม่ต่างจากกลองศึก จนหญิงสาวเกรงว่าเขาอาจได้ยินเสียงของมันเข้าจนได้
เสียงลมหายใจของทั้งคู่ดังประสานท่ามกลางความเงียบงันมีเพียงจังหวะหัวใจของทั้งคู่ที่ยังคงเต้นแข็งกันไม่หยุด ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่ามันคือความรู้สึกใดที่กำลังเกิดขึ้น
“อาแสน...” กาหลงขานนามเขาเสียงเบา
“ออเจ้าหนาวมิใช่หรือ... ข้าก็แค่ช่วยมิให้เจ้าต้องหนาวตายเท่านั้น มิได้คิดจะรังแกเจ้าดอก นอนเอาแรงเสียเถอะ” หลวงแสนเอ่ยบอกเสียงทุ้มอ่อน สายตาก็คอยจับจ้องไปรอบทิศ แต่สุดท้ายมันก็จะวนมาหาร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมอกของตนราวกับต้องมนต์
กาหลงยังคงซบหน้าลงกับอกแกร่งเงียบ ๆ พร้อมกับตั้งใจฟังเสียงใจที่กำลังเต้นรัวของเขา ‘ใจเต้นแรงขนาดนี้เลย อย่าบอกนะว่าเขาคิดอะไรกับเรา... เป็นไปไม่ได้ เขาไม่ชอบเด็กนี่หน่า อีกทั้งเขาก็ไม่เคยมีท่าทีอะไรกับเราเลย ไม่ใช่ดอกกาหลง’
กาหลงครุ่นคิดอย่างสับสน ก่อนจะชะงักกับความอบอุ่นที่กำลังปกคลุมลงมาบนร่างของตน นางมองฝ่าแสงจันทร์ที่ส่องร่ำไร เห็นมือเรียวกำลังเอาผ้าผูกเอวของเขามาห่มให้ กาหลงรู้ดีว่าเขาเองก็คงหนาวไม่แพ้นาง เพราะหลวงแสนสวมเพียงเสื้อลำลองแขนสั้น ทั้งยังเอาตัวเองเป็นโล่กำบังป้องกันความหนาวให้
นางจึงขยับผ้าที่เขาคลุมให้ห่มให้เขาด้วย ทั้งยังรั้งแขนเขามาโอบกอดร่างตนเองไว้ นำพาร่างกำยำชะงักค้างทันที
“คุณอาเองก็คงหนาวมิใช่หรือเจ้าคะ”
“ออเจ้า เจ้าเป็นสตรี”
“กาหลงก็เป็นสตรีตั้งแต่ก่อนที่อาแสนจะรั้งให้มาอยู่ตรงนี้มิใช่หรือเจ้าคะ อาแสนเป็นคนเริ่มจะมาโทษกาหลงไม่ได้นะเจ้าคะ”
“ออเจ้า...” แสนราชเอ่ยได้เพียงแค่นั้น
“ไม่เป็นไรดอกเจ้าค่ะมิมีผู้ใดเห็นเสียหน่อย หากจะกล่าวเรื่องผิดผี ก็คงผิดตั้งแต่คุณอาดึงกาหลงมาซุกอยู่ตรงนี้แล้วกระมัง ในเมื่อไม่มีใครเห็น ก็มิต้องกังวลไปดอกเจ้าค่ะนอนเถิดเจ้าค่ะ” กาหลงเอ่ยราวกับไม่คิดอันใด ทว่าในใจยามนี้เต้นรัวนัก
“แต่ออเจ้ากับข้ารู้มิใช่หรือ” เสียงทุ้มเอ่ยเตือนสติผู้ที่อยู่ในอ้อมอกตน และนางยังคงรั้งแขนเขาไว้ไม่ยอมปล่อย
“กาหลงหิว... หากมัวแต่ถกเถียงกันอยู่เช่นนี้ คุณอาคงมิได้ยินเสียงข้าพูด แต่จะได้ยินเสียงท้องข้าร้องแทนเสียมากกว่า”
แสนราชก้มลงมองคนในอ้อมกอดที่ยังมีอารมณ์เอ่ยเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องตลก โดยไม่มีทีท่าเดือดร้อนสักนิด ริมฝีปากหนาก็ได้แต่เผยยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น ในเมื่อเหตุการณ์มันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา หวังเพียงว่าพวกเขาจะตื่นก่อนที่จะมีใครมาพบ
มิเช่นนั้น... สตรีในอ้อมกอดคงมิวายต้องกลายมาเป็นเมียชายที่อายุมากกว่าสิบเจ็ดปีอย่างเขากระมัง ตัวเขานั้นมิได้ติดขัดสิ่งใด ทว่าสตรีที่ควรได้แต่งกับชายหนุ่มรุ่นเดียวกันนี่สิ นางจะยอมออกเรือนกับหนุ่มใหญ่ที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วเช่นเขาหรือ
ความคิดในหัวหลวงแสนยามนี้ตีกันวุ่นวายนัก
บางคราเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดนางจึงมักพาตัวเข้ามาพัวพันใกล้ชิดกับเขานัก จนบางคราเขาก็เผลอคิดเข้าข้างตนเองว่านางอาจจะมีใจให้ เพราะนับตั้งแต่กาหลงรู้ว่าเขามิได้แต่งเมียอย่างที่ข่าวลือกล่าว ผู้ที่อยู่ในอ้อมกอดก็ยิ่งเข้าหา มิยอมออกห่าง
‘กาหลง ที่เจ้าใกล้ชิดข้าเพราะอยากเล่นสนุก หรือแท้จริงเจ้ามีใจให้ข้ากันแน่’ หลวงแสนก้มลงมาถามสตรีในอ้อมกอดในใจ

