บท
ตั้งค่า

9. ก็แค่เอ็นดู

หลังจากรับอาหารเสร็จทั้งหมดก็ออกมานั่งที่ตั่งในโถงเรือน ส่วนกาหลงนั้นขอตัวออกไปตั้งแต่บ่าวเข้ามายกสำรับแล้ว

ยามนี้ก็เหลือเพียงผู้ใหญ่นั่งพูดคุยกันเท่านั้น

“เออแล้วนี่พ่อแสนจะไปเที่ยวงานลอยกระทงด้วยหรือไม่”

“ยังไม่รู้เลยขอรับ งานเช่นนี้คนอายุมากอย่างกระผมคงไม่ค่อยเหมาะที่จะไปกระมัง” แสนราชเอ่ยแล้วก็ยิ้ม

“ที่ไหนกัน ออเจ้ายังหนุ่มยังแน่น ดูดีพอ ๆ กับเจ้าเรืองเลยก็ว่าได้ นี่ข้าก็ว่าจะให้พ่อเรืองพาแม่กาหลงไปเที่ยวเสียหน่อย ให้นางไปเปิดหูเปิดตาบ้านเมืองภายนอกสักนิด จะได้ไม่เอาแต่เก็บตัวขังตนอยู่แต่ในเรือน” น้ำเสียงค่อนข้างดูเหนื่อยใจพอสมควร

แสนราชขมวดคิ้วเข้าหากันทันที “เหตุใดคุณหลวงจึงเอ่ยเช่นนี้ล่ะขอรับ ข้าก็เห็นแม่หญิงออกจะร่าเริงดีมิใช่หรือ”

“ตั้งแต่แม่กาหลงตกน้ำไปเมื่อสองปีก่อน คนก็เลื่องลือไปต่าง ๆ นานา พ่อแสนก็คงพอได้ยินมาบ้างกระมัง”

“ขอรับ พอได้ยินมาบ้าง” แสนราชตอบเสียงเบา

“ก็ตั้งแต่ตอนนั้นแหละขอรับ ที่แม่กาหลงไม่ยอมออกจากเรือน ที่ที่ไปก็มีแต่เรือนท่านขุนเท่านั้น” หมื่นเรืองเอ่ย

แสนราชนิ่งไปเล็กน้อย หลังได้ฟังสาเหตุของสตรีที่เขามักจะไล่นางให้ออกห่างอยู่เสมอ จู่ ๆ ปากที่เคยกล่าวว่างานลอยกระทงไม่เหมาะกับตนกลับเอ่ยว่า “คราแรกก็ว่าจะไม่ไป แต่เห็นทีกระผมคงต้องออกไปดูธรรมเนียมของที่นี่เสียหน่อยแล้วขอรับ”

แสนราชเอ่ยติดตลกเล็กน้อย เพื่อกลบเกลื่อนความคิดที่แท้จริงของตนที่ดันผุดขึ้นมาเพียงชั่วพริบตา

“ดีเลย ข้าจะได้ฝากพ่อแสนช่วยดูแม่กาหลงให้ด้วย ไปกับพ่อเรืองก็ใช่ว่าจะไม่ห่วง พ่อคนนี้หากได้พบเกลอก็เป็นต้องคุยจนลืมหันมามองคนที่ตนพาไปด้วยเป็นแน่” หลวงโกศลเอ่ย

“คุณพ่อขอรับ ลูกมิเคยทำเช่นนั้นเลยนะ”

“มิเคยหรือ ขนาดงานแต่งพ่อจันทร์ เจ้ายังทิ้งน้องไว้ให้พวกเจ้าชู้ประตูดินเหล่านั้นก่อกวนน้องไปตลอดทาง ดีที่มีพ่อแสนเดินคุมเชิงให้ ไอ้พวกลูกท่านหลานเธอจึงไม่กล้าเข้าใกล้ อย่าคิดว่าพ่อไม่เห็นนะว่าเอ็งมัวทำอันใดอยู่” หลวงโกศลกล่าวพร้อมชี้หน้า

หมื่นเรืองจึงได้แต่ยิ้มแหย ก่อนจะก้มหน้ารับผิด โดยมีสายตาของแสนราชมองดูพร้อมกับยิ้มอ่อนการหยอกล้อของพ่อลูก

“เช่นนั้นกระผมลานะขอรับคุณหลวง รบกวนเพลาพักผ่อนมามากแล้ว” แสนราชขยับลุกขึ้นยืนก่อนจะยกมือไหว้

“ไปดีมาดีเถิดพ่อแสน”

“กระผมไปส่งขอรับ” หมื่นเรืองรีบลุกตาม เมื่อลงมาถึงท่าน้ำ ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นว่า “กระผมยังไม่ทันได้ขอบพระคุณท่านขุนที่ช่วยดูแลแม่กาหลงในวันงานเลยขอรับ ขอบพระคุณขอรับ”

“อย่าได้เกรงใจไปเลย ก็แค่เรื่องเล็กน้อย เอาล่ะดึกแล้วขึ้นเรือนไปพักเถิด” แสนราชเอ่ยเสียงอ่อนแล้วก็ก้าวลงเรือ

ขณะที่เรือแล่นไป แสนราชก็มองเส้นทางกลับเรือนไปด้วย คลองน้ำนี้มิได้กว้างมากจนต้องใช้เวลานาน หากพายเรือได้เร็วก็เพียงไม่กี่อึดใจก็ถึง จึงไม่แปลกที่แม่กาหลงมักจะว่ายข้ามอยู่เสมอ

หมื่นเรืองยืนมองเพียงครู่เมื่อเห็นขุนแสนถึงท่าน้ำก็เดินกลับเข้าเรือน ก็ทันได้เห็นบิดาเอ่ยสั่งให้เรียกน้องสาวออกมา

“อยู่ที่ใดรึแม่เฟืองบุตรสาวของออเจ้า”

“เข้าหอนอนไปแล้วกระมังคุณพี่ อย่าได้ร้อนใจไปเลยเจ้าค่ะ ข้าตำหนิเรื่องนี้ไปแล้ว แม่กาหลงเอ่ยว่านี่เป็นคำพูดของขุนแสนที่เอ่ยกับนางเมื่อครั้งงานแต่งของพ่อจันทร์เจ้าค่ะ”

“กระไรกันวันแต่งของพ่อจันทร์ แม่กาหลงมิได้อยู่ที่เรือนงานดอกหรือ ถึงว่าข้ามิเห็นหน้าเลยสักนิด”

หลวงโกศลเอ่ยขึ้นพร้อมกับตบลงที่เข่าของตน

“แม่แก้วบอกว่าแม่กาหลงหนีกลับมาที่เรือนเจ้าค่ะ เห็นว่ารำคาญผู้คนมากหน้าหลายตา รวมถึงกลุ่มเกลอของพ่อจันทร์และพ่อเรืองที่คอยตามติดอยู่ตลอด” แม่นายเฟืองเอ่ยบอกสามีซึ่งนั่งอยู่บนตั่งข้างตน และยังมีหมื่นเรืองนั่งอยู่เยื้องกัน

“ลูกผิดเองขอรับคุณพ่อ วันนั้นลูกดื่มหนักจนมิได้ดูแลน้องให้ดี” หมื่นเรืองเอ่ยเสียงเบาอย่างรู้สึกผิด “แต่การที่ขุนแสนเอ่ยเช่นนี้ก็ปรามน้องได้นะขอรับ ปกตินางแสบซนมิเกรงผู้ใด แต่กับขุนแสนกาหลงเหมือนจะกลัวอยู่ไม่น้อย มิเช่นนั้นคงไม่เงียบเช่นนี้” หมื่นเรืองเอ่ยขึ้นก่อนจะชะงักลงเมื่อน้องสาวส่งเสียงมา

“น้องมิได้กลัวขุนแสนราชเสียหน่อย ก็แค่เห็นว่าเขาเป็นผู้ใหญ่กว่า หากพูดจามิดีก็จักเสื่อมเสียถึงคุณพ่อคุณแม่เอาได้”

“รู้ความเพียงนั้นเลยหรือแม่กาหลง” หลวงโกศลเอ่ยเย้าบุตรสาวที่กำลังเดินออกมานั่งร่วมวงพูดคุย

กาหลงคว่ำปากน้อย ๆ ใส่พ่อของตน ก่อนจะคลานไปกอดขามารดาเอาไว้เพื่อประจบ แม่เฟืองก็ยกมือลูบหัวอย่างเอ็นดู

แม้จะรู้แล้วว่าคนที่ตนรักและเอ็นดูในยามนี้ มิใช่บุตรสาวที่แท้จริง ถึงกระนั้นนางก็ยังหลงแม่หญิงตัวน้อยนี้ดั่งลูกในไส้ ไม่คิดว่าในร่างกายแม่กาหลงมีผีสางมาสิงสู่ดั่งคำผู้อื่นว่า

หากมิใช่เพราะมีบุตรชายเศรษฐีให้ผู้ใหญ่มาทาบทามสู่ขอ กาหลงก็ไม่มีทางเอ่ยเรื่องที่ตนเป็นใครมาจากไหนให้คนในเรือนรู้

เมื่อสามวันก่อนที่กาหลงตัดสินใจบอกความจริงกับทุกคน คนในเรือนกลับไม่ได้ตกใจแม้แต่น้อย เพราะต่างก็คิดเรื่องนี้ไว้แล้ว ยามที่กาหลงเอ่ยบอก พวกเขาจึงทำเพียงแค่ยิ้มอ่อนอย่างเข้าใจ

จากนั้นกาหลงก็ได้ขอเอาไว้ว่า อย่าบังคับนางให้แต่งกับผู้ใดเป็นอันขาด แม้นชาตินี้ไม่ถูกใจใครนางก็จะอยู่เช่นนี้

“คุณแม่จัดการคุณพ่อให้ลูกด้วยนะเจ้าคะ”

“เจ้าสิจะถูกจัดการ” หลวงโกศลเย้าบุตรสาวคืน ก่อนจะหันมาทางบุตรชายนั่งยิ้มหน้าระรื่น “เจ้าเองก็เช่นกัน วันพรุ่งพาน้องไปเที่ยวก็ดูแลกันให้ดีรู้หรือไม่ ห้ามทิ้งน้องเป็นอันขาด”

“คุณพ่ออย่าได้ห่วงเลยขอรับ อย่าลืมสิว่าขุนแสนก็ไปกับเราด้วย อย่างไรขุนแสนก็ไม่ปล่อยให้กาหลงดื้อซนได้ดอกขอรับ”

“ไม่รู้จะตามไปด้วยทำไม ประเดี๋ยวก็บ่นว่าน่าเบื่อหน่าย”

“แม่กาหลง ออเจ้าอย่าได้เอ่ยเช่นนี้ให้ท่านขุนได้ยินเชียวหนา ขุนแสนราชเอ็นดูเจ้ามาก มิเคยเอ่ยว่ากระไรเจ้าสักครา แม้ออเจ้าจะทำกิริยามิงามใส่หลายคราก็ตาม อีกอย่าง... ขุนนางผู้นี้ทำงานกับคุณพ่อ ดูแลและช่วยแก้ปัญหาให้คุณพ่อได้ดีนัก ออเจ้าอย่าได้เอ่ยวาจาหักหาญน้ำใจเช่นนี้ให้เขาได้ยินเชียว”

หมื่นเรืองตำหนิหมายให้น้องสาวของตน สำนึกความดีของผู้ที่คอยช่วยเหลือเขาและบิดาอยู่ทุกครายามออกงานราชการ

กาหลงได้ยินเช่นนั้นก็ขยับตัวออกจากตักมารดามานั่งตรง ใบหน้าที่แฝงความทะเล้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย

“น้องไม่เคยว่าอาแสนไม่ดีนะเจ้าคะ ที่ได้ยินกันวันนี้ก็เป็นครั้งแรก ส่วนที่ทำหน้าทำตาใส่ อาแสนก็ไม่น่าจะเคยได้เห็น เพราะกาหลงทำลับหลัง ทว่าต่อไปลูกจะไม่ทำอีกนะเจ้าคะคุณพ่อคุณแม่” กาหลงรีบยกมือให้สัญญา ทว่าพี่ชายกลับเอ่ยแทรกขึ้น

“เจ้าคิดหรือว่าท่านขุนมิเห็น เขาเห็นแต่มิเอ่ยสิ่งใดต่างหาก ดูท่าเขาคงเอ็นดูเจ้าอย่างลูกอย่างหลานอย่างที่ออเจ้าว่ากระมัง”

กาหลงนิ่งค้างไปทันที ก่อนจะสะดุ้งกับเสียงของบิดา

“เอาล่ะ ดึกแล้วไปนอนกันเสียเถิด พ่อก็เหนื่อยเต็มที”

สิ้นคำพ่อเรือน ทั้งสี่และบ่าวไพร่ก็พากันแยกย้ายตามผู้เป็นนายเข้าเรือนนอน รวมถึงกาหลงที่กำลังเดินไปราวกับคนละเมอ

ค่ำคืนนี้กว่าจะหลับลงได้ก็ใช้เวลานานนัก นั่นเพราะหญิงสาวมั่วแต่นึกถึงคำกล่าวของพี่ชาย และการกระทำของบุรุษทีตนพึงใจ ซึ่งนับวันเขาก็ยิ่งดูเฉยชาจนเห็นทีไรก็รู้สึกปวดใจทุกครั้ง

“แม่หญิง นอนเถิดเจ้าค่ะ” แม่แก้วเอ่ยเตือน

“พี่แก้ว ข้ารู้สึกปวดใจ” กาหลงพึมพำ

“แม่หญิงป่วยหรือเจ้าคะ” แม่แก้วในวัยสิบหกปี ผู้ไม่เข้าใจว่านายของตนเป็นกระไร เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

กาหลงหันมามองหน้าพี่เลี้ยงตนก่อนจะถอนหายใจยาว จากนั้นก็เอนตัวลง “ดับไปนอนเถิดพี่แก้ว ข้าง่วงแล้ว”

“เอ๋...” แม่แก้วขมวดคิ้วมุ่น ครั้นจะถามถึงเรื่องที่ผู้เป็นนายกล่าวว่าปวดใจ กาหลงก็พลิกกายหันหลังให้แล้ว ไฟภายในห้องจึงถูกดับไปตามคำสั่งทั้งที่สาวใช้ตัวน้อยก็ยังมีความงงงวยอยู่

ทว่าอีกฝากฝั่งที่ดับไฟไปนานแล้ว กลับยังคงมีเงาดำนั่งนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง ทอดสายตามองมาที่เรือนตรงข้ามไม่ยอมไปหลับไปนอน และเขาก็นั่งอยู่ตรงนี้จนผล็อยหลับไปเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel