บท
ตั้งค่า

6. งานแต่ง

พอเรือของสองพี่น้องเคลื่อนไปพ้นหน้าเรือน หมื่นเรืองก็พ่นลมหายใจออกมา ราวกับโล่งออกเสียเหลือเกิน

“พี่เรืองไม่ชอบสองพี่น้องคู่นี้หรือเจ้าคะ ดูตอบคำถามหรือพูดคุยก็มักจะบ่ายเบี่ยงเสียทุกครา” กาหลงเอ่ยในสิ่งที่คิด

“รู้ดีนะเจ้า เช่นนี้แล้วก็อย่าสุงสิงให้มาก”

“เจ้าค่ะ ว่าแต่พี่เรืองจะไปที่เรือนขุนแสนเมื่อใดเจ้าคะ”

หมื่นเรืองหันกลับมามองใบหน้าจิ้มลิ้มของน้องสาว ที่กำลังส่งสายตาเป็นประกายมาอย่างรอความหวัง

“คนมีวิชาเขามิได้จะสอนอาคมให้ผู้ใดง่าย ๆ ดอก หากมิคุ้นเคยหรือถูกชะตากัน” หมื่นเรืองให้เหตุผลน้องสาว

“อย่างนี้เองสินะ คนสมัยโบราณถึงได้เก่งกาจกันนัก”

“แม่กาหลง ออเจ้าเอ่ยถ้อยคำประหลาดออกมาอีกแล้วหนา ประเดี๋ยวก็มีคนมาได้ยินแล้วเอาไปครหาอีก ระวังปากหน่อยเถิด หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง กล่าวสิ่งใดต้องระวังให้มาก”

หมื่นจันทร์กล่าวเตือนน้องสาว ที่มักจะหลุดคำพูดต่างจากผู้คนทั่วไปอยู่เสมอ กาหลงก็ได้แต่ยิ้มแก้เก้อส่งให้

“ข้าจะระวังเจ้าค่ะ” นางรับคำแล้วก็ขอตัวขึ้นเรือน

ณ เรือนตรงข้ามของขุนแสน

เขานั่งอยู่ริมหน้าต่างห้องของตน แสงเทียนจากตะเกียงเริ่มสาดส่องมาเพื่อให้แสงสว่าง เพราะเพลานี้ตะวันตกดินไปแล้ว

“ไปพักเถอะไอ้สน ข้าจะอ่านตำราสักเล็กน้อย มิได้อยู่ดึกมากดอก วันพรุ่งต้องไปร่วมงานแต่งเรือนตรงข้ามอีก”

นายสนรับคำก่อนจะคลานออกจากห้องนอนของผู้เป็นนาย แม้จะเป็นห่วงไม่อยากให้ผู้เป็นนายอยู่ลำพัง เพราะเกรงจะนึกถึงเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจขึ้นมาอีก ถึงกระนั้นเขาก็จำต้องออกไป

และมันก็จริงอย่างที่สนกังวล ยามที่แสนราชอยู่ลำพัง เขาก็มักจะหวนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อนอยู่เสมอ

เมื่อครั้งที่เขายังมียศเพียงแค่หมื่นทั้งยังประจำการอยู่ที่หน้าด่าน ซึ่งอยู่ติดกับเขตแดนของพม่า นี่แหละเหตุที่ทำให้เขาไม่ค่อยได้อยู่เรือน ภรรยาที่รออยู่บ้านจึงได้ปันใจให้ชายอื่น คบชู้กันจนเกิดมีบุตรขึ้นมาหนึ่งคน นำพาความอับอายมาให้จนเขาต้องหย่าร้างกับนาง ทั้งที่ใจนั้นก็ยังห่วงหาตามประสาคนที่ครองคู่มานาน แค่ครั้นจะรั้งอยู่ต่อก็เกรงว่าวันหน้าจะเป็นทุกข์เสียมากกว่า

เหตุนี้เอง แสนราชจึงได้ขอย้ายกลับมาที่พระนคร และยังโชคดีได้รับตำแหน่งที่สูงกว่าคนที่รับราชการในรุ่นเดียวกัน รวมถึงอดีตเกลออย่างคนที่แอบคบชู้กับเมียของเขา ก็ยังได้ตำแหน่งที่ด้อยกว่า หากพบเจอกันคราใดอีกฝ่ายก็ต้องยกมือไหว้ แสนราชได้อวยยศเป็นขุน ส่วนคนอื่นได้เพียงยศนายหมื่นนายกอง

เสียงถอนหายใจดังขึ้น ก่อนที่ใบหน้าคมคายนั้นจะหันมองไปนอกหน้าต่าง นัยน์ตาคมจ้องมองไปยังเรือนตรงข้ามตามสันชาตญาณ เพราะจุดนี้สามารถมองเห็นได้ง่ายสุด

จู่ ๆ เขาก็ชะงักเมื่อเห็นหน้าต่างฝั่งที่อยู่ตรงกับห้องของตนยังมีไฟเปิดอยู่ “ดึกป่านนี้ยังไม่นอนอีกหรือ”

แสนราชจ้องมองเพียงครู่ก็เดินกลับไปยังเตียงนอนของตน ซึ่งยังคงมีกลิ่นของผู้ที่แอบมานอนติดอยู่ คงเพราะหญิงสาวมานอนที่นี่ทุกวันคนของเขาก็ยังมิได้เปลี่ยนผ้าปูบนเตียง กลิ่นกายสาวแรกรุ่นจึงยังคงติดอยู่บนที่นอนมิหายไป

แต่ด้วยความที่แสนราชไม่ใช่คนเรื่องมาก กลางดินกลางป่าเขาก็นอนมาแล้ว ชายหนุ่มจึงไม่ได้แยแสอันใด พอสวดมนตร์แล้วเสร็จเขาก็เอนตัวลงนอนแล้วหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว

รุ่งส่างของวันใหม่...

แสนราชก็ตื่นขึ้นมาเช่นปกติ หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อยก็ออกไปรอคนสนิทที่ท่าน้ำ เพื่อไปร่วมงานแต่งเรือนตรงข้าม ตามคำเชื้อเชิญของหลวงโกศลที่ได้กล่าวเอาไว้เมื่อวาน

กาหลงเห็นเรือขุนแสนตรงมา นางก็รีบก้าวออกไปยืนรอรับ เพียงแค่เรือจอดเทียบท่า หญิงสาวก็เอ่ยกับเขาทันที

“คุณอามาร่วมงานแต่งพี่จันทร์ด้วยหรือเจ้าคะ”

ที่ท่าน้ำยังมีแขกเหรื่ออีกมากมายที่มาร่วมยินดี แต่ส่วนมากจะยืนคุยกันอยู่ที่สวนด้านบน มีบิดามารดาและพี่ชายนางคอยต้อนรับขับสู้ นางจึงได้โอกาสคุยกับขุนแสน

“อืม” แสนราชตอบสั้นมาก

กาหลงค้อนขวับเข้าให้ เมื่อเห็นปากของอีกฝ่ายไม่ขยับแม้แต่น้อย “อาแสนไม่ได้เอาปากมาด้วยหรือเจ้าคะ” อดไม่ได้นางจึงย้อนการกระทำเขาเข้าให้ อีกฝ่ายหันมาถลึงตาใส่ทันที

ดีที่พี่ชายและบิดานางเดินออกมาก่อน มิเช่นนั้นกาหลงจะต้องหูชาเพราะถูกคนตรงหน้าตำหนิเรื่องที่กล้าย้อนเขาเป็นแน่

“มานานแล้วหรือพ่อแสน” หลวงโกศลเอ่ย

“ไม่ขอรับ กระผมพึ่งมา” แสนราชตอบเสียงอ่อน

กาหลงได้ยินคำสนทนานั้นก็แอบคว่ำปากน้อย ๆ ของตนลงด้วยความหมั่นไส้ คนที่ลำเอียงพูดคุยแต่กับผู้ใหญ่ไม่สนใจนาง

“ชิ! ทีกับเราตอบมาแค่ ‘อืม’ เห็นเราเป็นแค่เด็กสินะ ถึงได้เห็นคำพูดเราไม่มีค่า จะบอกให้นะ ความจริงฉันอายุยี่สิบสองแล้ว” กาหลงก่นว่าพลางก้มหน้ามองพื้น มือเล็กไขว้หลังมาขาข้างหนึ่งเตะพื้นเล่น โดยมิทันได้เห็นสายตาคมที่จ้องมองอยู่ แต่เพียงครู่แสนราชก็หันหนี ไปในยามที่หลวงพันธรักษ์มาถึง

“ขอบน้ำใจหลวงพันธุ์ที่มาร่วมงานแต่งของพ่อจันทร์ นี่คือขุนแสนราช จะเข้ารับตำแหน่งในกรมอีกสามวันนี้แหละ”

“ไม่มาได้อย่างไรกันหลวงโกศล พ่อจันทร์ก็หลานข้านะ” หลวงพันธุ์ตอบขุนนางรุ่นเดียวกันแล้วก็หันมาเอ่ยกับชายหนุ่มที่ยืนยิ้มเบา ๆ “ว่าแต่ขุนแสนก็เข้าอวยยศพร้อมกับเจ้าอินทร์หรือ”

“คุณหลวงกระผมไหว้ขอรับ” แสนราชยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยอีก “เป็นเช่นนั้นขอรับเห็นว่าขุนอินทร์จะเดินทางมาถึงวันนี้ กล่าวว่าจะแวะมาที่เรือนอยู่ขอรับ” เขาตอบหลวงพันธุ์บิดาของเกลอที่เคยประจำการด้วยกันที่เมืองหน้าด่าน

“กาหลงไหว้เจ้าค่ะคุณลุง” แม่หญิงตัวน้อยพนมมือไหว้ผู้ใหญ่ที่มาใหม่อย่างรู้ความ ท่ามกลางสายตาของผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่บนท่าเรือ รวมถึงสายตาของขุนแสนที่มองอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก

เพราะยามที่นางอยู่กับเขาลำพัง แม่หญิงนางนี้เรียกได้ว่ากระโดกกระเดกอย่างกับลิง จนเขาคิดไม่ถึงว่านางจะอ่อนน้อมเป็น

“ขึ้นเรือนกันเถอะ ไปพ่อแสน” หลวงโกศลกล่าวชักชวน

“ขอรับ” แสนราชรับคำแต่ก็ยังไม่ลืมหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนหันหน้าไปยังเรือนของตน จนเขาเองต้องหยุดชะงักกับท่าทางอาลัยอาวรณ์ของนาง ทำเอาสองขาเขาก้าวไม่ออกเลย

“แม่หญิงยังลืมสิ่งใดไว้ที่เรือนท่านขุนหรือขอรับ” สนเอ่ยถามแทนผู้เป็นนายเมื่อเห็นสายตาท่านขุนมองอย่างฉงน

กาหลงรีบหันกลับมาทันที ก่อนจะสบเข้ากับนัยน์ตาคมของคนที่กำลังจ้องมองนาง หญิงสาวจึงรีบเบี่ยงหนีแล้ว รีบเดินก้มหน้าผ่านอีกฝ่ายตรงไปขึ้นเรือนทางด้านหลังแทนจะขึ้นด้านหน้า

“แม่หญิงนางนี้ประหลาดนะขอรับ กระผมได้ยินบ่าวที่เรือนบอกว่าหลังจากตกน้ำไปนาน พอนางฟื้นขึ้นมาก็วิปลาสไปพักใหญ่ กว่าจะหายเป็นปกติเช่นนี้ก็หลายเดือนเชียว มากไปกว่านั้น... กระผมได้ยินมาว่า แม่หญิงรู้จักวิธีสร้างข้าวของประหลาดมากมาย บางสิ่งก็ทำเอง บางอย่างก็ให้บ่าวไพร่ทำ ไม่รู้เป็นแค่เรื่องเล่าหรือเรื่องจริงกันแน่” สนเอ่ยในสิ่งที่ตนได้แอบสอบถามมา

“รู้มากจริงนะเอ็ง” แสนราชเอ่ยตำหนิก่อนจะเดินขึ้นเรือน ด้วยท่าทีสำรวมเพราะบนเรือนมีเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่มาร่วมยินดีมากมาย เขาในฐานะขุนนางที่เพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งที่นี่ จึงจำต้องสำรวมให้มาก เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียไปถึงตระกูลตน

หากมิใช่หลวงโกศลและหลวงพันธุ์แนะนำเขากับขุนนางคนอื่น ๆ คนเหล่านี้ก็ไม่แน่ว่าจะอยากทำความรู้จักกับเขา ถึงกระนั้นบางคนก็ยังยินดีทำความรู้จัก แต่ก็ยังมีบางคนยึดติดกับคำตัดสินเก่าที่มาจากการใส่ร้ายของฝ่ายตระกูลที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับตระกูลภักดีเทวัญ และวันนี้ตระกูลที่ว่าก็อยู่ที่นี่ด้วย

ทว่าแสนราชมิได้ใส่ใจกับคนจำพวกนี้ เพราะเขายังมีหลวงพันธุ์และหลวงโกศลแก้ต่างให้ทุกครายามที่มีคนเอ่ยเหน็บแนมมา

“เอาล่ะถึงเพลาแล้ว เราลงไปรอด้านล่างเถอะ ลำบากหน่อยนะขอรับคุณพระ ท่านออกญา” หลวงโกศลเอ่ยกับขุนนางใหญ่

“มิเป็นไรดอกหลวงโกศล นานทีจะมีงานมงคลใหญ่เพียงนี้ เอาไว้ถึงยามเรือนข้าบ้าง ออเจ้าก็อย่าบ่นแล้วกัน” ออกญาเพิ่มเอ่ยทีเล่นทีจริง จนสร้างความขบขันให้ทุกคน

จากนั้นพวกเขาก็พากันเดินลงจากเรือน เหลือเพียงเหล่าสตรีที่ยังรออยู่ เพราะพวกนางจะต้องเดินตามหลังสามีตน

ด้านกาหลง นางยังคงนั่งอยู่ในห้องเพราะไม่อยากพบปะผู้คนโดยเฉพาะเหล่าเกลอของพี่ชาย ที่ชอบทำตาเจ้าชู้ใส่ การหลบอยู่ในห้องจึงเป็ฯสิ่งที่นางมักทำอยู่เป็นประจำ ยามมีแขกมาเรือน

กระทั่งเสียงเรียกจากด้านนอกดังขึ้น

“แม่หญิงแม่นายให้มาตามเจ้าค่ะ ขบวนพร้อมแล้ว”

แก้วเปิดประตูให้กับแม่อิ่มผู้ที่มาเคาะเรียก

กาหลงรีบเอ่ยถามทันที “แม่อิ่มที่ตรงนั้นมีผู้ใดบ้าง ข้ามิอยากออกไปเลย ข้าไม่อยากได้ยินคำซุบซิบนินทาอีก”

อิ่มยิ้มเอ็นดูแม่หญิงของตน “มิมีผู้ใดกล้าเอ่ยเช่นนั้นดอกเจ้าค่ะ แม่หญิงอย่าได้เป็นกังวลเลยนะเจ้าคะ”

กาหลงลุกพรวดแล้วเดินตรงมาเกาะประตู “ข้าไม่ได้กังวล ข้าแค่เกรงตนเองจะอดไม่ไหว ด่ากลับไปต่างหาก”

แม่อิ่มตาโตเท่าไข่ห่าน “ไยถึงพูดเยี่ยงนี้เจ้าคะ แล้วดูเอาเถอะ เกล้าผมกระไรเช่นนี้ ประเดี๋ยวแม่นายก็ตำหนิเอาอีก”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel