บท
ตั้งค่า

5. ถูกสวมเขา

แสนราชได้ยินคำหญิงสาวเขาก็นิ่งอึ้งไป คราแรกคิดว่าที่นางเอ่ยบนเรือนนั้นอาจเป็นเพียงข้ออ้างในการเข้าเรือนเขา แต่พอเห็นแววตาที่แน่วแน่และน้ำเสียงจริงจังของนางแล้ว เขาจึงได้รู้ว่าแม่หญิงตรงหน้าดูท่าคงจะผูกพันธ์กับเรือนหลังนี้เข้าแล้วจริง ๆ

“กลับไปได้แล้ว อย่าได้ดื้อนักแม่หญิง” เสียงของขุนแสนเหมือนจะเบาลงกว่าคราแรกมากนัก

“เจ้าค่ะ” กาหลงก้มหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ดูท่าแล้วความพยายามของตนคงจะไม่สำเร็จ เพราะคนตรงหน้าจิตแข็งมาก ไม่ยอมโอนอ่อนหรือคล้อยตามคำพูดของนางแม้แต่น้อย

ครั้นเมื่อนางหันหลังหมายจะเดินออกไปจากห้องเขา เสียงของผู้ที่ออกปากไล่ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ดังตามมา

“เมียข้าคบชู้ หย่าร้างกันไปนานแล้ว เพราะเหตุนี้ข้าจึงไม่อยากให้ออเจ้ามาที่เรือน มิเช่นนั้นแม่หญิงที่ยังไม่ออกเรือนเช่นเจ้า จักต้องถูกครหาไปกับบุรุษที่มีมลทินเช่นข้า ออเจ้าเข้าใจหรือไม่”

กาหลงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่กลางห้อง นางไม่ได้หันกลับไปมองผู้ที่เอ่ยกับตน เพียงแต่ยืนยิ้มราวกับได้รางวัลก้อนโตเสียมมากกว่า

“กาหลงเข้าใจแล้วเจ้าค่ะคุณอา” นางเอ่ยโดยไม่หันกลับไปหาเขา จากนั้นก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข

แสนราชมองตามร่างเล็กที่เดินออกไปด้วยท่าทางร่าเริง ผิดกับเมื่อครู่เป็นอย่างมากจนเขาต้องถอนหายใจ จากนั้นใบหน้าคมคายก็หันกลับมาก้มหน้าอ่านตำราเช่นเดิม

ส่วนกาหลงก็นั่งเรือกลับมายังเรือน โดยมีพี่เลี้ยงอย่างแก้วรอคอยอย่างใจจดจ่อ เพราะเกรงนายด้านบนจะจับได้เสียก่อนที่แม่หญิงจะกลับมา พอเห็นว่าเรือมาถึงก็รีบรับเอาห่อผ้าและคน

“มาเสียทีแม่หญิง บ่าวกลัวแทบแย่”

“กลัวสิ่งใดกันพี่แก้ว คนบนเรือนยังพูดคุยกันสนุกอยู่เลย แม่หญิงพิไลมาทีไรคุณพ่อคุณแม่ก็รั้งให้อยู่นาน ๆ เสมอ”

“แม่หญิงก็ช่างพูดไปนะเจ้าคะ ขึ้นเรือนเถิดเจ้าค่ะ”

กาหลงมองพี่เลี้ยงที่มีท่าทางกลัวอย่างเห็นได้ชัด ก็อดขันกับท่าทางของอีกฝ่ายไม่ได้ “ไป ๆ ขึ้นเรือนกัน” เอ่ยจบนางก็เดินอ้อมไปขึ้นเรือนทางด้านหลัง เพื่อไม่ให้แขกที่มาได้เห็นตน

นี่ก็เป็นเพลาพลบค่ำแล้ว น่าแปลกที่สองพี่น้องยังมิยอมกลับเรือน ซ้ำยังอยู่รับอาหารต่ออีกต่างหาก

หลังจากเก็บข้าวของแล้วเสร็จกาหลงก็ออกมาจากห้องเพราะเป็นเพลาอาหารค่ำแล้ว นางจึงต้องออกมาทั้งที่ไม่อยากออกมา เพราะส่วนตัวกาหลงไม่ชอบเสวนากับแขกที่มาเยือนนัก

นางค่อย ๆ คลานเข้าไปยังหอรับอาหารอย่างคนรู้ความ ท่ามกลางสายตาของแขกที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

โดยเฉพาะหมื่นเดชาที่มองนางอย่างไม่ว่างตา เนื่องจากเขาเองยังไม่ได้ออกเรือน แม้อายุอานามจะเลยวัยออกเรือนแล้วก็ตาม ด้วยความที่ยังคงสนุกกับชีวิตอิสระ และได้เกี้ยวพาสตรีไปเรื่อย เขาจึงไม่อยากมีพันธะหรือหาห่วงผูกพันกับผู้ใด ทว่าหลังได้พบกาหลงเขากลับรู้สึกอยากจะอยู่ที่นี่นาน ๆ เสียแล้ว

“มาแล้วหรือออเจ้า นี่แอบไปที่ใดมาอีกฤาแม่กาหลง”

“ไปเก็บของนิดหน่อยเจ้าค่ะ” กาหลงเอ่ยตอบมารดา

“ของ? ของอันใดฤาแม่กาหลง” แม่นายเฟืองขมวดคิ้ว

“นั่นสิ น้องกาหลงจะไปที่ใดฤาถึงได้เก็บของ” พิไลเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน ก่อนจะยิ้มหวานหยดย้อยออกมาเหมือนที่ทำประจำ

กาหลงยิ้มตอบตามมารยาท ก่อนจะปดออกไปเพื่อจะได้จบเรื่องเสียที “มิได้ไปที่ใดดอกเจ้าค่ะ แค่เก็บเข้าหีบเท่านั้น”

“อย่างนี้นี่เอง ไยถึงมิให้บ่าวไพร่ทำเล่าออเจ้า” พิไลยังคงถามต่อ จนผู้ถูกถามถึงกับชะงักนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

“อะไรกันเนี่ยแม่คนนี้ จะมาสงสัยอะไรนักหนา” กาหลงคิดในใจก่อนจะส่งยิ้มให้พิไลเล็กน้อย เพราะมิรู้จะต้องอธิบายสิ่งใดให้อีกฝ่ายหยุดถาม ทว่าเหมือนสวรรค์จะเมตตาพี่ชายทั้งสองของนางก็เดินขึ้นเรือนมาพอดี สายตาทุกคู่จึงหันไปสนใจสองพี่น้องแทน

“มีกระไรกันหรือขอรับคุณพ่อคุณแม่ เจ้าแสบแอบไปดื้อซนที่ใดอีกฤา ออเจ้าจึงถูกไต่สวนเช่นนี้” หมื่นจันทร์เอ่ยเย้าน้องสาว

“คุณพี่จันทร์กลับมาแล้ว” กาหลงส่งเสียงดีใจกลับคำตอบของบิดามารดาที่หมายจะเอ่ย “พี่จันทร์ได้ซื้อขนมตาลมาฝากน้องหรือไม่เจ้าค่ะ อย่าบอกนะว่าลืมไม่ได้ซื้อมา”

“จะลืมได้เช่นไร พี่มิอยากฟังออเจ้าบ่นทั้งวันดอกหนา” เอ่ยกับน้องสาวแล้วเขาก็หันไปหาคนสนิทที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงมุมโถง “ไอ้สิน เอ็งเอาขนมมาให้แม่หญิงก่อนข้าจะถูกดุเร็วเข้า”

กาหลงค้อนขวับเข้าให้ แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น เมื่อได้รับขนมที่สินเอามาให้ นางก็ยิ้มร่าเผยดวงตาเปล่งประกายออกมา

และมันก็ไม่ได้พ้นสายตาของผู้ที่คอยชำเลืองมองอยู่อย่างหมื่นเดชา ที่เผยความพึงพอใจออกมาอย่างชัดเจน

หมื่นเรืองที่ลอบสังเกตท่าทีอยู่จึงส่งเสียงกระแอมออกมาทันใด เพื่อให้แขกผู้มาเยือนเลิกมองน้องสาวของตนเสียที หากมิรู้เช่นเห็นชาติกันมาก่อนหมื่นเรืองก็คงมิมีอคติถึงเพียงนี้

ชายมักมากเอาไม่เลือกอย่างหมื่นเดชา ไม่เหมาะที่จะมาเป็นเขยตระกูลวิจิตรจินดา หากน้องสาวเขามีใจยอมตบแต่งด้วย คงมิวายต้องกินน้ำตาต่างน้ำเป็นแน่ ฉะนั้นเขามิมีทางยอมแน่

หลวงโกศลเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเอ่ย “เอาล่ะกลับมาแล้วก็นั่งลงรับข้าวเสีย เอาไว้ค่อยหารือเรื่องที่พ่อสั่งให้ไปทำแล้วกัน”

“ขอรับคุณพ่อ” หมื่นเรืองรับคำแล้วก็นั่งลงข้างน้องสาวที่กำลังยิ้มระรื่น ส่วนหมื่นจันทร์ก็นั่งข้างหมื่นเดชา

“แม่กาหลงรับข้าวเสียก่อนเถิด ขนมเอาไว้ค่อยกิน” แม่นายเฟืองเอ่ยเตือนบุตรสาวเสยงอ่อน กาหลงจึงต้องรีบหุบถุงขนมเก็บไว้ตามเดิม ก่อนจะเริ่มลงมือทานอาหารพร้อมกับทุกคน

หลังจากทานเสร็จก็แยกย้ายกันลงไปนั่งที่ท่าน้ำ เพื่อรอส่งสองพี่น้องกลับ โดยมีหมื่นเรืองและกาหลงเช่นเคย ซึ่งมักได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้ทุกครายามที่มีแขกมาเยี่ยมที่เรือน

ทว่าวันนี้ทั้งสี่ยังคงนั่งพูดคุยกันที่ศาลาท่าน้ำ ถึงเรื่องงานลอยกระทงที่ทางพระนครฝั่งคุ้มตนจะจัดขึ้นในอีกสิบวันข้างหน้า

“ออเจ้าเดี๋ยวพี่จะมาทำกระทงด้วย อย่าลืมเตรียมของไว้นะ ใกล้ถึงวันงานพี่จะมา” หมื่นเดชารีบเอ่ยในขณะที่มีโอกาส

“เจ้าค่ะ” กาหลงยิ้มบางให้อีกฝ่ายอย่างจำใจ ด้วยว่าเขาเป็นแขก จะเอ่ยวาจาแข็งกระด้างใส่ก็คงไม่เหมาะสมเท่าใดนัก

จากนั้นนางก็มองไปยังเรือนตรงข้าม ซึ่งยามนี้เริ่มมีคนเดินไปมาบ้างแล้ว ดูท่าเจ้าของเรือนคงจะรับบ่าวไพร่มาเพิ่มแล้ว

“มองกระไรหรือออเจ้า” หมื่นเดชาเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน

กาหลงจึงต้องหันกลับมายังตอบผู้ที่เอ่ยถามตน “เปล่าเจ้าค่ะ ข้าก็แค่มองไปเรื่อยตามปกติเท่านั้น หาได้เจาะจงสิ่งใดไม่”

“พี่คิดว่ามองเรือนตรงข้ามเสียอีก” หมื่นเดชาเอ่ยพร้อมกับมองไปยังเรือนตรงข้ามด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้น นั่นเพราะตระกูลเขากับตระกูลของขุนแสนไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พอได้อวยยศตนก็ยังได้รับตำแหน่งที่ต่ำกว่า หมื่นเดชาจึงยิ่งนึกแค้นใจ

แต่ก่อนจะได้เอ่ยอะไรอีก พิไลก็พูดขึ้น “ไม่คิดว่าขุนแสนจะรูปงามอย่างที่เลื่องลือกันนะ ทั้งที่อายุก็มากแล้ว ข้าได้ยินว่าก่อนนี้แต่งแม่หญิงรูปงามที่เมืองหน้าด่าน แต่นางกลับคบชู้จนเป็นที่ครหากันทั่วเมือง เห็นว่าปลดเมียชั่วผู้นั้นไปหลายเดือนแล้วด้วย”

“พี่พิไลรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเจ้าคะ” กาหลงเอ่ยถามทันที มิใช่เพราะอยากรู้เรื่องของขุนแสนเพียงอย่างเดียว นางอยากรู้ด้วยว่า เหตุใดแม่หญิงนางนี้จึงรู้เรื่องของคนอื่นมากมายนัก

“พี่ก็ได้ยินผู้คนเล่าต่อ ๆ กันมาน่ะแม่หญิง ขุนแสนราชนั้นเป็นที่รู้จักมากในเหล่าขุนนาง เพราะผลงานเขามีมากโข อีกทั้งยังเก่งวิชาอาคมด้วยนะออเจ้า” พิไลด้วยเสียงชื่นชม

กาหลงตาโตทันทีที่ได้ยินเรื่องราวของขุนแสน แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ถามต่อพี่ชายนางก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน

“จริงหรือแม่หญิงพิไล ดีเลยข้าจะได้ขอไปเรียนวิชาด้วย”

“พี่เรืองจะไปหาขุนแสนหรือเจ้าคะ ว่าแต่พี่จะเรียนอาคมไปทำอะไร” กาหลงถามอย่างสนใจ หากหมื่นเรืองไปมาหาสู่ที่เรือนนั้นได้ นางก็ย่อมติดสอยห้อยตามไปได้เช่นกัน

ยิ้มร่าพร้อมท่าทางอยากรู้ของน้องสาว ทำเอาหมื่นเรืองอดเอ็นดูกาหลงอย่างเสียไม่ได้ “เรื่องนี้เด็กมิควรยุ่งมิรู้หรือ เอาล่ะนี้ก็มืดค่ำแล้ว หมื่นเดชาพาแม่หญิงพิไลกลับเถอะ ประเดี๋ยวจะมองไม่เห็นทางกลับ” หมื่นเรืองเอ่ยเตือนทั้งคู่ให้รู้ตัว เพราะแสงตะวันใกล้จะลับฟ้าเต็มทีแล้ว อีกทั้งเขาก็ไม่อยากให้กาหลงได้พูดคุยกับหมื่นเดชามากนัก เกิดน้องสาวถูกอกถูกใจอีกฝ่ายขึ้นมามันจะยุ่ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel