4. เด็กดื้อ
กาหลงลอบพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะมองไปยังทางขึ้นเรือนที่มีหนุ่มสาวกำลังก้าวตรงเข้ามา แต่เมื่อหันมาทางแขกที่นั่งอยู่ นางก็เผลอสบเข้ากับสายตาเรียบนิ่งของอีกฝ่าย
ในขณะนั้นแขกที่มาใหม่ก็คุกเข่าลงที่พรมนุ่มพร้อมยกมือไหว้เจ้าของเรือนอย่างนอบน้อม ท่าทางทั้งคู่ดูเรียบร้อยนัก
“แม่หญิงพิไล ไปไงมาไงกันล่ะนี่” หลวงโกศลถามเสียงอ่อน
“คุณแม่ฝากขนมมาให้คุณป้าเจ้าค่ะ แล้วก็ให้พาหมื่นเดชามากราบคุณลุงคุณป้าด้วย เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งที่นี่เจ้าค่ะ”
พิไลยื่นตระกร้าขนมส่งให้แม่อิ่ม ก่อนจะนั่งลงข้างกาหลง จากนั้นทั้งคู่ก็ยกมือไหว้กันตามมารยาท ทว่าเพียงครู่พิไลก็หันเหสายตาไปยังผู้ที่นั่งอยู่ข้างหลวงโกศล พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ด้วย
ทว่าอีกฝ่ายก็ยังทำหน้าเรียบเฉยเช่นเคย ถึงกระนั้นพิไลก็ยังคงทำตาเชื่อมใส่หนุ่มรูปงามที่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดกัน
“แล้วคนผู้นี้...” พิไลเอ่ยถามเสียงหวาน
“นี่ขุนแสนราช ภักดีเทวัญ เพิ่งย้ายมาประจำที่นี่ เรือนอยู่ตรงข้ามกับเรือนลุงนี่แหละ” หลวงโกศลเอ่ยแนะตามมารยาท
“ภักดีเทวัญ ตระกูลที่ต้องโทษเมื่อหลายสิบปีก่อนหรือขอรับ” หมื่นเดชาเอ่ยออกมาเสียงดังทันทีที่นึกได้
นำพาความเงียบเข้ามาปกคลุมโถงกว้างของเรือนทันที
กาหลงที่นั่งเงียบอยู่ถึงกับตาโต ก่นจะหันไปมองผู้ที่นั่งทำหน้านิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ‘อะไรกัน ไม่โกรธหรือไง’ นางนึกในใจ
จังหวะนั้นหลวงโกศลก็เอ่ยขึ้น “เรื่องมันนานมาแล้ว และทางการก็ตัดสินใหม่แล้วว่าหลวงปราการมิได้มีความผิด มันคือการใส่ร้ายป้ายสี ออเจ้าอย่าได้พูดออกมาเช่นนี้อีกหนา” ผู้อาวุโสส่งสายตาดุมาให้ นำพาสองพี่น้องต้องรีบขอขมาทันที
“กระผมขออภัยขอรับ” หมื่นเดชายกมือไหว้ขุนแสน
“ช่างเถิด มันเป็นเรื่องปกติที่เด็กรุ่นหลังจะไม่รู้” น้ำเสียงนั้นค่อนข้างเย็นจนอีกฝ่ายถึงกับขนลุก หลังเอ่ยกับคนที่นั่งพับเพียบอยู่ด้านล่างแล้ว ขุนแสนก็หันมาหาหลวงโกศล “กระผมมานานแล้ว เห็นจะต้องขอตัวกลับก่อนนะขอรับ ที่เรือนยังมีข้าวของที่ไม่จำเป็นต้องเก็บทิ้งอีก ไม่รู้บ่าวคนไหนขนมาสะสมเอาไว้” เอ่ยจบเขาก็ปรายตามายังร่างเล็กที่นั่งทำตาโตอยู่นยามนี้
‘แย่ล่ะ เขาหมายถึงของของเราไหมนะ’ กาหลงนึกในใจ
หลวงโกศลได้ฟังคำชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นก่อนอีกฝ่ายจะยกมือไหว้ “วันพรุ่งจะเป็นงานแต่งของพ่อจันทร์ ขุนแสนอย่าลืมมาร่วมงานด้วยหนา จะได้พบปะกับเหล่าขุนนางที่มาในงานด้วย”
“ขอรับ กระผมมาแน่นอน” สิ้นคำขุนแสนก็ยกมือไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสอง แต่ครั้นเขาหันมาทางที่นั่งของกาหลงกลับไม่พบนางนั่งอยู่ ริมฝีปากเขายกมุมขึ้นเล็กน้อยแล้วจึงลุกเดินออกมา
ส่วนกาหลงขยับถอยออกตั้งแต่ได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยว่าจะกลับไปทิ้งของที่เรือนแล้ว ยามนี้นางกำลังวิ่งลงทางหลังเรือนแล้ววิ่งอ้อมไปด้านหน้าเพื่อมาดักรอแขกของเรือนที่กำลังลงมา
“แม่หญิง วิ่งทำไมเจ้าคะ” แก้วเอ่ยถามเสียงหอบเหนื่อย
“ไม่วิ่งก็ไม่ทันขุนแสนน่ะสิ”
“แล้วแม่หญิงจะพบขุนแสนทำไมเจ้าคะ”
“พี่แก้วอย่าเพิ่งพูด” กาหลงรีบปราม เพราะตอนนี้นางวิ่งมาหยุดที่ท่าน้ำแล้ว ทั้งยังรีบจัดแต่งอาภรณ์ของตนให้เรียบร้อยด้วย
ขุนแสนมองเห็นร่างของนางตั้งแต่เดินลงมาแล้ว เขาจึงแสร้งสาวเท้าไวขึ้นเพื่อให้นางเร่งฝีเท้าอีก
“มีสิ่งใดหรือออเจ้า คงมิได้มายืนรอข้าอยู่กระมัง”
“ขอกาหลงติดเรือไปด้วยนะเจ้าคะ”
“ปกติก็ว่ายน้ำไปมิใช่รึ ไยวันนี้ถึงอยากนั่งเรือ”
“ตกลงคุณอาไม่ให้กาหลงไปด้วยหรือเจ้าคะ”
เด็กสาวเอียงคอมองอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปตั้งท่าจะกระโดดลงน้ำ แต่ก็ถูกมือเรียวดึงสไบเอาไว้เสียก่อน ทำเอานางเกือบหงายหลังแต่ยังดีที่พอทรงตัวได้ กาหลงหันกลับมาทำตาดุใส่คนแก่กว่าถึงสิบเจ็ดปีทันที “คุณอา ประเดี๋ยวสไบกาหลงขาดนะ”
“ใครใช้ให้แม่หญิงเป็นลิงทโมนเช่นนี้เล่า ขึ้นเรือ” เสียงทุ้มค่อนข้างดุเอ่ยตำหนิ จากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นเรือไม่รอนาง
กาหลงก็ไม่รอช้า รีบก้าวลงไปนั่งข้างกันราวกับสนทสนมกันนักหนา ทั้งที่นางก็เพิ่งรู้จักเขาวันนี้เอง
“มาที่เรือนนี้บ่อยหรือ ถึงได้ทิ้งของใช้ไว้มากมาย” แสนราชเอ่ยถามเพราะใคร่รู้ถึงการกระทำของอีกฝ่ายนัก
“ทุกวันเจ้าค่ะ” กาหลงตอบหน้าตาย
และคำตอบตรงไปตรงมาของนางก็ทำอีกฝ่ายถึงกับส่ายศีรษะ ก่อนจะเอ่ยถามนางอีกว่า “เรือนหลังนี้ไม่มีใครอยู่นานแล้ว ร้างมาหลายสิบปี ออเจ้าไม่กลัวหรือ เหตุดจึงกล้าขึ้นไปนอนเพียงลำพัง” แสนราชจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มของอีกฝ่ายเขม็ง
แม้กาหลงจะมีใบหน้างดงามน่ามอง ทว่าสำหรับเขาแล้วนางก็แค่เด็กสาวที่กำลังโต หากเขาแต่งงานมีลูกตั้งแต่อายุสิบเจ็ด บุตรของเขาก็คงมีอายุไล่เลียกับแม่หญิงนางนี้กระมัง
“กาหลงไม่กลัวเจ้าค่ะ กาหลงชอบเรือนหลังนี้ วันหน้าหากคุณอาไม่อยู่ขายให้กาหลงนะเจ้าคะ กาหลงจะซื้อไว้เอง” หญิงสาวเอ่ยเสียงจริงจัง แววตาที่เผยออกมาก็หาได้มีการล้อเล่นไม่
“ชอบมากเพียงนั้นเลย” ขุนแสนจ้องดวงตากลมโตอีกรอบ ราวกับจะเค้นเอาความจริงจากนัยน์ตานี้ให้ได้ ทว่าพอได้มองมากไปเขาก็เบี่ยงหน้าหนีเอาดื้อ ๆ เมื่อเรือจอดเทียบท่าเขาก็เอ่ย
“ขึ้นไปเก็บข้าวของเสีย เสร็จแล้วจะให้ไอ้สนไปส่ง”
กาหลงเงยหน้ามองผู้ที่ตัวสูงกว่าตนมาก พร้อมกับส่งยิ้มให้ตามปกติยามที่ผู้ใหญ่พูดคุยด้วย ทว่าสิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือสายตาเย็นชาเช่นเคย กาหลงจึงคว่ำปากใส่เขาทันที
ทำเอาขุนแสนถึงกับส่ายศีรษะอีกรอบ หลังเห็นการกระทำของสตรีตัวเท่าอก ที่ไม่นึกเกรงกลัวอะไรเลยสักนิด
“ออเจ้า เจ้านี่มันเหลือเกินจริง ๆ” สิ้นคำตำหนิแสนราชกเดินตรงไปที่เรือน มีร่างเล็กของกาหลงเดินตามไปติด ๆ ดีที่ยามนี้บ่าวไพร่มีไม่มาก มิเช่นนั้นคงได้ออกมามุ่งดูนางกันหมดแล้ว
หลังจากแยกกับเจ้าของเรือนที่บันได กาหลงก็ตรงเข้าห้องนอนใหญ่อย่างคุ้นเคบ ทำเอาผู้ที่ยืนแอบมองที่มุมห้องทำงานถึงกับส่ายศีรษะเป็นหนที่สาม นายสนคนสนิทถึงกับอดไม่ได้
“ท่านขุนไม่เมื่อยคอหรือขอรับ”
แสนราชขมวดคิ้วทันที “ไยข้าต้องเมื่อย”
“ก็กระผมเห็นท่านขุนส่ายศีรษะอยู่หลายรอบแล้วนะขอรับ ระวังคอจะเคล็ดเอานะขอรับ” นายสนเอ่ยเตือนอย่างพาซื่อ
ขุนแสนเหลือบตามองคนสนิทเล็กน้อย “ข้าว่าข้าไม่เมื่อยคอดอก น่าจะเมื่อขาที่เตะเอ็งมากกว่า” ผู้เป็นนายเอ่ยพลางยกเท้าตั้งท่าจะเตะคนของตน แต่นายสนก็เด้งตัวหลบทัน “เอ็งไปเลยนะ ไปช่วยแม่หญิงยกข้าวของลงมา แล้วดูด้วยให้เก็บไปให้หมด อย่าได้หลงเหลือไว้เป็นอันขาด เด็กอะไร... ดื้อซนจริงเชียว”
“ขอรับ” นายสนรีบรับคำ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนอนหลัก ที่มีข้าวของสตรีมากมายวางไว้ทุกมุม
ในห้อง กาหลงกำลังเก็บผ้านุ่งและสไบสองสามผืนที่หอบเอามาไว้เปลี่ยนยามที่ว่ายน้ำข้ามมาที่นี่ และยังมีย่ามผ้าเล็ก ๆ ที่เก็บของใช้ส่วนตัว ซึ่งมันเป็นย่ามที่นางขอให้แม่อิ่มทำให้
“ไปขอรับแม่หญิงกระผมจะไปส่ง” นายสนผายมือให้
“พี่ชายเอาของข้าไปขึ้นเรือก่อนนะ ข้าขอไปคุยกับคุณอาสักประเดี๋ยว” กาหลงไม่เอ่ยเปล่า นางยังโยนห่อผ่าให้ด้วย
นายสนก็จำต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ จำต้องเดินเอาของไปใส่ไว้ที่เรือตามคำสั่งของแม่หญิงเรือนตรงข้ามก่อน
ส่วนกาหลงก็เดินตรงไปที่ห้องทำงานเจ้าของเรือน
“คุณอา” กาหลงเรียกเขาที่หน้าประตู
ขุนแสนเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเพียงครู่ก็ก้มลงมองเอกสารในมือต่อ “ยังไม่ไปอีกหรือ ข้าให้ไอ้สนมันรอส่งออเจ้าแล้วนี่”
“กาหลงอยากมาขอบคุณคุณอาอีกรอบเจ้าค่ะ”
“อืม บอกแล้วก็ไปเสีย” แสนราชยังคงทำเย็นชาใส่สตรีที่ยืนอยู่หน้าประตู ทว่ายิ่งเขาทำนิ่งคนดื้อก็ยิ่งอยากเย้า
กาหลงจึงเดินเข้ามาหยุดยืนที่ข้างโต๊ะอีกฝ่าย “คุณอา เกรงอาหญิงจะตำหนิเรื่องที่มีสตรีมาที่เรือนหรือเจ้าคะ”
“ออเจ้า...” ขุนแสนเงยหน้ามองนาง พร้อมสายตาคมดุ
กาหลงก้มหน้าราวกับรู้สึกผิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาให้ดูเป็นเช่นนั้น “คุณอาอย่าโกรธกาหลงเลยนะเจ้าคะ กาหลงก็แค่อยากมาที่เรือนนี้อีก จึงได้ถามเพื่อความแน่ใจก็เท่านั้น”
“ข้าบอกออเจ้าไปแล้วว่าสตรีไม่ควรมาเรือนบุรุษ ไยออเจ้าถึงดื้อดึงไม่เชื่อฟัง” แสนราชเริ่มเสียงเข้ม
“กาหลงก็บอกคุณอาแล้วว่ากาหลงรักเรือนนี้ ที่มามิใช่เพราะที่นี่มีบุรุษ แต่มาเพราะกาหลงรักที่นี่ คุณอาไม่เข้าใจที่กาหลงพูดหรือเจ้าคะ” หญิงสาวโต้กลับไม่ยอมเช่นกัน จะให้นางทิ้งความทรงจำเก่าของโลกปัจจุบันทั้งที่มันอยู่ต่อหน้าได้อย่างไร อยู่ไกลกว่านี้นางอาจจะไม่ไยดีได้ แต่นี่อยู่แค่คลองกั้นเท่านั้น
