3. พบเจอ
ผ่านไปพักใหญ่นางก็เดินออกมาด้วยท่าทางดูสงบเสงี่ยมกว่าปกติ เพราะยามนี้กาหลงกลับมาสวมใส่ผ้านุ่งและห่มสไบสีชาดเข้มตามแบบฉบับกุลสตรีสูงศักดิ์ในยุคโบราณแล้ว
“แม่หญิงเจ้าคะ แม่นายให้มาตามเจ้าค่ะ”
กาหลงขมวดคิ้วทันที “ข้าต้องออกไปด้วยหรือ ข้างนอกกำลังมีแขกมามิใช่” หญิงสาวเอ่ยอย่างรู้ทัน
“มีแขกยิ่งต้องออกไปต้อนรับนะเจ้าคะแม่หญิง อย่างไรเราก็เป็นเจ้าของเรือน หากไม่ไปก็มีแต่จะเสียมารยาท อีกอย่างรู้จักกันไว้ วันหน้าขาดเหลือสิ่งใดก็ยังช่วยกันได้” แก้วแนะเสียงอ่อน
กาหลงนิ่งคิดอยู่พักหนึ่งจึงได้เอ่ยออกมา “ก็ได้ ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าขุนคนใหม่ที่พี่เรืองบอกว่าอายุมากแล้วแต่ยังรูปงาม จะรูปงามสักแค่ไหนกันเชียว” สิ้นคำ นางก็เดินนำพี่เลี้ยงออกไป เพื่อต้อนรับแขกที่มาเยือน แม้บ่าวรับใช้ไม่ได้เอ่ยว่าเป็นผู้ใด ถึงกระนั้นกาหลงก็ยังมั่นใจว่าต้องเป็นเจ้าของเรือนตรงข้าม
กาหลงกำลังคิดว่า หากตนทำดีกับอีกฝ่ายเอาไว้ ไม่แน่เขาอาจอนุญาตให้นางแวะไปนั่งเล่นที่เรือนเก่าที่ตนเคยอาศัยได้
ณ โถงของเรือน
ขุนแสนราช ภักดีเทวัญ กำลังเดินขึ้นเรือนไทยหลังใหญ่ของหลวงโกศลพร้อมกับนายสนคนสนิท มีแม่อิ่มเดินมารับ
เมื่อเดินมาถึงเขาก็คุกเข่าลงต่อหน้าเจ้าของเรือนด้วยท่าทางนอบน้อม “กระผมไหว้ขอรับคุณหลวง แม่นายเฟือง”
“ไหว้พระเถิดพ่อ เดินทางมาเหนื่อยหรือไม่ มา ๆ ลุกขึ้นมานั่งด้านบน บ้านใกล้เรือนเคียงคนกันเองทั้งนั้น” หลวงโกศลเอ่ยเสียงอ่อนอย่างเป็นกันเอง ทำเอาขุนแสนนิ่งค้างไปชั่วครู่
เพราะคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเมตตา ทั้งยังแสดงท่าทางเป็นมิตรถึงเพียงนี้ เนื่องจากส่วนมากพวกนายใหญ่นายโตไม่อยากข้องเกี่ยวกับตระกูลของตน ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงตามไปด้วย
“นิดหน่อยขอรับ กระแสน้ำช่วงนี้ไม่แรงการเดินทางจึงค่อนข้างราบรื่นไม่มีอุปสรรค” แสนราชตอบกลับเสียงทุ้มอ่อน
“เช่นนั้นก็ดี เอาดื่มน้ำเก๊กฮวยเสียก่อนมาเหนื่อย ๆ น้ำนี้ดับกระหายได้ดีนัก แม่กาหลงลูกสาวลุงคิดทำขึ้นมาเอง”
แสนราชมองจอกน้ำขนาดพอดีมือพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะลักษณะของจอกมันค่อนข้าง่างไปจากที่เขาเคยพบเห็น
“ไม่ต้องแปลกใจ จอกกระเบื้องเหล่านี้แม่กาหลงสั่งให้เผาขึ้นมา ด้านหลังเรือนมีโรงปั้นข้าวของเครื่องใช้ ประเดี๋ยวข้าจะให้บ่าวเอาไปส่งที่เรือนเจ้า จะได้มีไว้ใช้” หลงโกศลเอ่ยอย่างภาคภูมิ ยามใดได้กล่าวถึงความสามารถบุตรสาวเขาก็มักจะเป็นเช่นนี้
“เผาดินปั้นให้ออกมาเป็นจอกเช่นนี้หรือขอรับ” ขุนแสนมองจากที่วางอยู่บนตั่งน้อยที่มีไว้ตั้งถ้วยชาหรือสำรับของว่าง
จอกถ้วยทรงสูงมีหูจับโค้งอย่างประณีต ลวดลายที่ประดับข้างจอกก็แปลกตาต่างไปจากที่เคยเห็นอย่างมาก มีทั้งลายดอกไม้และลายสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย ทั้งมันยังมันวาวสวยงามนัก
“ใช่แล้วพ่อแสน สิ่งของที่เจ้าเห็นอยู่บนตั่งนี่ ล้วนแต่เป็นความคิดริเริ่มของแม่กาหลงที่สั่งให้บ่าวในเรือนคิดทำขึ้นมาทั้งนั้น” แม่นายเฟืองเอ่ยขึ้นมาบ้างหลังเงียบอยู่นาน
แสนราชนั่งมองของใช้อย่างพวกจานชามรวมถึงจอกมีหูทรงสูงนี้ด้วยท่าทางประหลาดใจจนมิอาจเก็บไว้ได้มิด
“ดื่มน้ำเถิดพ่อ จะได้ดับกระหาย” หลวงโกศลที่เห็นชายหนุ่มยังนั่งนิ่งก็เอ่ยขึ้นมาอีก ก่อนจะยิ้มอ่อนเอ็นดูสีหน้าอีกฝ่าย
แสนราชยิ้มบางก่อนจะจับหูจอกน้ำขึ้นมาดื่มด้วยท่าทางระมัดระวัง ทว่ายังไม่ทันได้กลืนลงคอ สายตาเขากหันไปสบเข้ากับร่างเล็กที่กำลังเดินตรงมา เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะตั้งใจดื่มน้ำต่อ
“สดชื่นมากขอรับ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกตามจริง “ดูท่ากระผมคงต้องให้คนที่เรือนมาเรียนรู้การทำน้ำเก๊กฮวยนี้บ้างแล้ว”
“ยินดีนัก ส่งคนมาเลยนะพ่อแสน” หลวงโกศลเอ่ยอย่างเป็นกันเอง ราวกับกำลังพูดคุยกับลูกหลานเครือญาติตน
แสนราชนิ่งไปเล็กน้อย ความจริงเขาก็รู้แหละว่าผู้ใหญ่ทั้งสองพยายามทำดีเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา เกี่ยวกับเรื่องที่บุตรสาวคนเดียวแอบไปที่เรือนของเขา ทว่าทั้งคู่น่าจะยังไม่ทราบว่าแม่หญิงตัวน้อย ดื้อซนถึงขั้นงัดเรือนแล้วขึ้นไปที่ห้องนอนใหญ่ ใช้ที่นั้นเป็นที่พักพิง ถึงขนาดมีข้าวของเครื่องใช้วางอยู่มากมายเลย
เขายิ้มบางที่มุมปากก่อนจะยกมือไหว้ผู้อาวุโสทั้งสองเพื่อเอาใจกลับบ้าง “ขอบพระคุณในความเมตตาที่มีให้กระผมขอรับ”
“เกรงใจไปไย บอกแล้วว่าคนกันเองทั้งนั้น อ่ะ! นั่นแม่กาหลงออกมาพอดี” หลวงโกศลหันไปทางบุตรสาวที่กำลังตรงมา
แสนราชหันไปมองผู้ที่ถูกกล่าวถึงให้เต็มตา เขานิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แต่ก็ยังมองสตรีตัวน้อยที่กำลังยอบกสยนั่งลงอย่างสุภาพ ช่างผิดไปจากท่าทางรวดเร็วยามที่วิ่งลงจากเรือนและกระโดดลงน้ำเมื่อช่วงบ่ายยิ่งนัก
“กว่าจะออกมาได้นะแม่กาหลง” หลวงโกศลตำหนิไม่จริงจัง จากนั้นเขาก็หันมาทางแขก “พ่อแสนอย่าถือสาเลยนะ”
แสนราชเผยยิ้มบาง “มิเป็นไรดอกขอรับ”
แม่นายเฟืองได้ยินดังเช่นนั้นก็รีบหันมาเตือนบุตร “ออเจ้าอย่าได้เสียมารยาท รีบไหว้สาคุณอาแสนเร็วเข้า เจ้านี่ช่างเป็นเด็กไม่รู้ความจริงเชียว พ่อแสนอยาถือสาแม่กาหลงเลยนะ”
“กระผมไม่ถือสาขอรับ แม่หญิงยังเด็กคงไม่รู้ความจริง ๆ” แสนราชเอ่ยพลางปรายตามองมายังร่างเล็กที่นั่งพับเพียบอยู่ข้างมารดา และนางก็กำลังปรายตามองมาทางเขาเช่นกัน
กาหลงหันขยับตัวมาทางแขกก่อนจะพนมมือไหว้ผู้ที่นั่งอยู่ข้างพ่อของตน ใบหน้างามเงยขึ้นมองสบนัยน์ตาคมที่จ้องตนนิ่ง นำพาให้คนถูกมองเกิดอาการประหม่าขึ้นมาทันใด
ไม่รู้เป็นเพราะใบหน้าหล่อเหลาของเขา หรือเกรงอีกฝ่ายจะเอ่ยบอกเรื่องที่ตนแอบงัดเรือนเข้าไปนอนในห้องใหญ่กันแน่
‘ช่างเถิด อย่างไรยามนี้ก็ควรทำดีเอาหน้าไว้ก่อน’ คิดในใจแล้วกาหลงก็รีบยกมือไหว้ผู้ที่ยังคงจ้องนางเขม็ง
“กาหลงไหว้คุณอาแสนเจ้าค่ะ”
แสนราชมองผู้ที่ทำท่าทางอ่อนช้อยใส่ตนพลางยกยิ้มมุมปากบางเบา “ไหว้พระเถิดแม่หญิง” เสียงของเขาทุ้มอ่อนนัก
เป็นเหตุให้กาหลงนิ่งงันราวกับตกอยู่ในภวังค์ จนมารดาต้องยื่นมือมาแตะไหล่เบา ๆ เพราะบุตรสาวเสียมารยาทเข้าแล้ว
“แม่กาหลง ไยออเจ้าถึงได้จ้องหน้าคุณอาเช่นนั้นเล่า” แม่นายเฟืองกล่าวตำหนิบุตรสาวที่เอาแต่จ้องแขกผู้เยือน
กาหลงก็ตอบออกไปโดยที่สายตายังคงอยู่ที่ใบหน้าของแขกที่นั่งอยู่ “ก็คุณอารูปงาม จะไม่ให้มองได้อย่างไรเจ้าคะ”
“แม่กาหลง!” แม่นายเฟืองรองเสียงหลงทันทีที่ได้ยินคำบุตร ซึ่งเสียงนั้นมาพร้อมกับปลายนิ้วที่ตีลงบนไหล่ขาวเนียน
“พ่อแสน ออเจ้าก็อย่าได้ถือสาเลยนะ แม่กาหลงถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก เลยค่อนข้างเอ่ยอะไรตรงไปตรงมาโดยไม่คิด”
“มิเป็นไรดอกขอรับ กระผมเข้าใจและไม่ถือสา” แสนราชเอ่ยพลางปรายตามองไปยังร่างเล็กที่แอบไปนอนบนเตียงของตน มิรู้ว่านางทำเช่นนี้มากี่ครั้งแล้ว ในหีบถึงได้มีผ้านุ่งและของใช้สตรีมากมาย ประหนึ่งว่าเรือนของเขาคือเรือนของนางเสียอย่างนั้น
ทว่าขุนแสนก็มิได้คิดรายงานเรื่องนี้ให้หลวงโกศลฟัง เขาเพียงแต่กล่าวเย้าออกมาหมายให้นางตระหนกเท่านั้นเอง
“ดูท่าคงจะซนมิใช่น้อยนะขอรับ” แสนราชยกยิ้ม
“ที่สุดเลยล่ะพ่อแสน ทว่าก่อนหน้านั้นก็มิได้เป็นเช่นนี้ดอก นับแต่ตกน้ำไปนั่นแหละ ดื้อซนราวกับมีลิงมาสิงสู่เลยล่ะ”
กาหลงตาโตทันที นางรีบเงยหน้าขึ้นมาตัดพ้อคำพูดบิดาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง “คุณพ่อเจ้าคะนี่ลูกเองนะ ไยถึงเอ่ยเช่นนี้ได้”
กาหลงคว่ำปากน้อย ๆ ใส่หลวงโกศลผู้เป็นพ่อ ก่อนจะหันมากอดเข่ามารดาอย่างออดอ้อน “คุณแม่เจ้าขา คุณพ่อหาว่าลูกเป็นลิงเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวยอกย้อนพลางทำหน้าทะเล้น
หากเป็นยามปกติแม่นายเฟืองคงโอบกอดโอ๋บุตรสาวไปแล้ว ทว่ายามนี้มีแขกอยู่ด้วยนางจึงจำต้องยกมือตีพอเป็นพิธีเสีย
“แม่กาหลง อายอาแสนบ้างเถิด”
“อ่ะ! คุณแม่ทำร้ายร่างกายลูกอีกแล้วนะเจ้าคะ พี่จันทร์”กาหลงหันไปหาพี่ชายคนรองของตนที่กำลังเดินเข้ามา
แต่กลับถูกผู้เป็นแม่ตำหนิเอาเช่นเดิม “พอเลยนะเจ้า”
กาหลงรีบก้มหน้าเหมือนรู้สึกผิด ทว่าความจริงนางก็แค่เสแสร้งแกล้งสร้างความวุ่นววายให้เกิดขึ้นเท่านั้น แขกของเรือนจะได้ไม่เอ่ยถึงเรื่องที่นางแอบไปนอนที่เรือนเขาออกมา
“แม่หญิงกาหลงยังเด็กอยู่ ดื้อซนไม่ฟังคำก็เป็นเรื่องปกติขอรับ หากผู้ใหญ่ค่อย ๆ อบรมสั่งสอน อีกหน่อยก็ดีขึ้น” แสนราชเอ่ยเสียงเรียบ นำพาให้กาหลงอดที่จะลอบมองดูเขาอีกไม่ได้
‘ชิ! เก๊กหล่ออะไรนักหนา เห็นแล้วแหละว่าหล่อ’ กาหลงนึกในใจ ก่อนจะแสร้งนั่งตรงราวกับกุลสตรีที่ถูกอบรมมาอย่างดี
“เออ... นี่พ่อแสน ข้ายังไม่ได้ถามออเจ้าเลยว่า จะย้ายมานานแค่ไหนกัน จะอยู่ถาวรเลยหรือไม่” หลวงโกศลเริ่มชวนคุยอีก
“ยังไม่รู้เลยขอรับ คงต้องรอดูคำสั่งของพระองค์ท่านก่อน”
“แบบนี้ก็อยู่ได้ไม่นานน่ะสิ”
“ก็อาจจะปีหรือสองปีขอรับ หรือจนกว่าจะได้ตำแหน่งที่แน่นอนขอรับ” แสนราชตอบไปตามจริง เพราะเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน
“เช่นนี้เมียเจ้าไม่บ่นแย่หรือ ต้องย้ายบ่อยเพียงนี้”
ขุนแสนยิ้มบางเมื่อได้ยินคถามของหลวงโกศล ทว่าเขายังไม่ทันตอบบ่าวรับใช้ก็ส่งเสีงขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
“คุณหลวงเจ้าคะ แม่หญิงพิไลมาขอพบเจ้าค่ะ”
“แม่พิไลมาหรือ ไป ๆ ไปเชิญเข้ามา คนกันเองทั้งนั้น” เจ้าของเรือนเผยยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่ามีแขกมาเยี่ยมเยียนอีก
ทว่าผู้ที่นั่งพับเพียบบนพื้นกลับทำหน้าหงุดหงิดไม่พอใจ นั่นเพราะเมื่อครู่นางเกือบจะได้รู้อยู่แล้วเชียวว่า เจ้าของเรือนฝั่งตรงข้ามมีภรรยาหรือไม่ หากมีแล้วมีอยู่กี่คน จะมากมายเหมือนขุนนางบ้านอื่นหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นนางคงแวบไปที่เรือนเขายากขึ้น แต่ถ้าไม่มีก็ยังหาข้ออ้างไปได้เรื่อย ๆ
