บทที่ 4 เข้าใจอย่างลึกซึ้ง - 2
เรนะวิ่งออกมาทั้งน้ำตา ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ร้ายกาจนัก เขาเป็นคนที่มีนิสัยช่างแตกต่างจากหน้าตาเหลือเกิน และเธอจะต้องทำให้เขามาสยบแทบเท้าคนที่เขาตราหน้าว่าเป็นเด็กกะโปโล และเขาจะต้องหลงเธอหัวปักหัวปำ จากนั้นเธอจะทิ้งเขาให้สมกับสิ่งที่เขาได้ทำกับเธอ
ทางด้านของติณภพออกตามหาเพื่อนรัก หลังจากที่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาเพียงไม่กี่วิเธอก็หายตัวไป จนอดเป็นห่วงไม่ได้ แม้จะรู้ว่าคนอย่างเรนะจะเอาตัวรอดได้ แต่ถึงอย่างนั้นที่นี่ก็เหมือนดงเสือดงจระเข้ที่แสนอันตราย
“ไปไหนของเขานะ”
และในจังหวะนั้นเองติณภพก็เห็นร่างของเรนะที่วิ่งตรงมาทางนี้
“เร...หายไปไหนมา รู้ไหมฉันตามหาแกซะทั่วเลย” เพื่อนรักไม่ตอบจนผิดสังเกต ทำให้ติณภพก้มหน้ามองเรนะและเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้จนตาแดง
“ร้องไห้ทำไม” ปลายนิ้วโป้งปาดน้ำตาที่ขอบตาของเรนะออกอย่างเป็นห่วง วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น และใครกันที่ทำให้สาวน้อยแสนร่าเริงคนนี้ร้องไห้ได้ถึงสองครั้ง
“ติณ...เรไม่สวยเหรอ เรเหมือนเด็กเหรอ” สาวน้อยร่างเล็กเอ่ยถามเพื่อนชาย จนเขาถึงกับพูดออก
“ทำไม เกิดอะไรขึ้น”
“ตอบเรมาสิ ว่าเรไม่สวยเหมือนผู้หญิงคนอื่นใช่ไหม” เพราะคำดูถูกทำให้เธอถึงกับอยากเอาชนะ และจะไม่มีวันแพ้อีกแล้ว
“เธอก็สวย ถ้าแต่งตัวเป็นผู้หญิงมากกว่านี้” ชายหนุ่มพูดตรงๆ ทำให้เรนะมองเขาจากนั้นก็ปาดน้ำตาของตัวเองเพราะจะทำบางอย่าง
“แล้วถ้าเรแต่งตัวเซ็กซี่ เรจะสวยขึ้นใช่ไหม” เมื่อพูดจบสายตาหวานก็จ้องมองไปบนเวทีทันที
“เรจะทำอะไร”
หญิงสาวไม่ฟังคำพูดของเพื่อน เธอจัดการถอดเสื้อคลุมตัวยาวของตัวเองออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวเนื้อบางที่ปกปิดร่างกายขาวอวบเอาไว้
“เรจะทำให้ใครบางคนรู้ว่าเขากำลังคิดผิด” คำพูดแน่วแน่ของสาวห้าวทำให้ติณภพไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนรักพูด แต่ยังไม่ทันที่จะห้ามอะไร ก็เห็นว่าร่างของสาวร่างโปร่งบางกระโดดขึ้นไปบนเวทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเรนะขึ้นมาเป็นบนเวที ก็พบว่าสายตาของคนมากมายมองตรงมาที่เธอด้วยความสงสัย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอสนใจ เพราะตอนนี้เธอกำลังคิดอยากจะเอาชนะผู้ชายคนนั้นคนที่ดูถูกเธอต่างหาก จะทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ใช่เด็กอย่างที่เขาตราหน้าเอาไว้
ขณะที่วิลเชสที่เพิ่งเดินเข้ามาร่วมวง แต่เพื่อนกลับก็ให้ความสนใจไปยังเวทีเช่นเดียวกัน และสิ่งที่เขาตกตะลึงก็คือร่างเล็กของผู้หญิงที่ทะเลาะกับเขาเมื่อครู่อยู่บนเวทีเป็นที่เรียบร้อย แถมตอนนี้หญิงสาวยังไร้เสื้อคลุมสีหม่น เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวที่ปกปิดร่างอวบอิ่มเอาไว้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะซ่อนรูปมากกว่าที่เห็น
“เฮ้ย!!! นั่นมันคนที่เราเจอเมื่อตอนแข่งเสร็จนี่ ฉันจำได้ ทำไมแตกต่างจากตอนนั้นวะ” เพื่อนนักบอลทุกคนต่างจ้องมองไปบนเวทีอย่างไม่ลดละ และยังตกตะลึงไม่หายกับสิ่งที่เห็น
ร่างเล็กของเรนะหายเข้าไปหลังเวทีเพื่อต้องการบอกดีเจให้เปิดเพลงให้เธอ และเมื่อเสียงดนตรีดังขึ้นเรนะก็ทำการวาดลวดลายการเต้นของตัวเองทันที การเต้นของหญิงสาวเป็นที่ฮือฮาของคนที่มองอยู่ เพราะเธอไม่ทำแค่นั้น มือเล็กทำการเลิกเสื้อกล้ามของตัวเองขึ้นให้เหนือเอว จากนั้นก็ผูกมันเป็นปมเพื่อโชว์หน้าท้องอันแบนราบ จนทำให้คนที่มองอยู่ถึงกับน้ำลายหกด้วยความหวั่นไหว
“แม่เจ้า...หุ่นดีเป็นบ้าเลยว่ะ รู้งี้ฉันไม่น่าปล่อยเธอให้ออกจากห้องพักนักกีฬาเลย มองอีกทีก็สวย แกดูขาของสาวน้อยคนนั้นสิวะ เรียวเล็กแถมยาวอีกต่างหาก” เพื่อนนักบอกสะกิดไหล่ของวิลเชสเพื่อให้ชายหนุ่มสนใจเช่นเดียวกับเขา
“เออ...รู้แล้ว” ตอนนี้ชายหนุ่มแอบหงุดหงิดในใจ เพราะเขาไม่ชอบให้เธอมาประชดเขาด้วยวิธีนี้ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร รู้แค่ว่าไม่ชอบสายตาของไอ้ผู้ชายพวกนั้นที่มองทั้งหน้าอก หน้าท้อง และเรียวขายาวๆ ของหญิงสาว
“เสียดายล่ะสิไอ้วิล...เป็นฉันนะ ฉันเสียดายตายเลย แฟนคลับนายโคตรหุ่นเด็ดเป็นบ้าเลย”
“หุบปากสักที!!”
“เฮ้ย!! แล้วนั่นแกจะไปไหน” เพื่อนร้องเรียกไล่หลังเมื่อเห็นว่าวิลเชสกำลังเดินตรงมายังเวที
“ไปลากยัยตัวแสบลงจากเวทียังไงล่ะ”
สายตาของวิลเชสตอนนี้จ้องมองแค่ร่างเล็กที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกยั่วไอ้พวกผู้ชายพวกนั้น ยัยบ้านี่ไม่มีหัวคิดหรือยังไง ถึงได้ทำตัวแบบนี้ แถมยังยิ้มยั่วผู้ชายมากมาย และยังไม่ทันที่เขาจะได้ถึงตัวของหญิงสาว ร่างสูงของใครบางคนก็ขึ้นมาเสียก่อน ผู้ชายร่างสูงโปร่งที่หน้าตาดีเดินขึ้นพาสาวร่างเล็กลงไปจากเวที และนั่นก็ทำให้ผู้ชายอีกมากมายรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ดูหุ่นอันเย้ายวนของเรนะอีก
“ทำอะไรเรนะ ทำไมทำแบบนี้” ติณภพกล่าวดุเพื่อนรัก เพราะไม่ชอบใจที่เธอทำตัวแบบนี้
“ก็แค่สนุกๆ” แม้สิ่งที่อยู่ในใจยังค้างคา และเธอก็รู้สึกปลดปล่อยเหลือเกิน ก่อนจะลงมานั้นก็เห็นร่างสูงของชายคู่อริที่กำลังเดินตรงมาที่เธอ และเห็นสายตาของเขาที่มองมาด้วยความไม่ชอบใจ ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกชนะเขา
“สนุกบ้าอะไร ฉันไม่สนุกด้วยนะ สายตาไอ้ผู้ชายที่มองยังกับจะกลืนกินเธอแบบนั้น ถ้าพี่และพ่อเธอรู้ฉันอาจจะตายได้นะที่พาเธอมาที่นี่”
“เอาน่า...ฉันไม่บอกคุณพ่อกับพี่ริวหรอก วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า กลับกันเถอะ ฉันอยากนอนแล้ว” หญิงสาวร้องตัดบทเพราะเห็นร่างสูงของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาหาเธอและติณภพ เพราะไม่อยากเจอหรือมองหน้าเขาอีกแล้ว
“จะมาก็มา จะกลับก็กลับเนาะ”
“อย่าบ่นเลยคุณเพื่อน ไปกันเถอะ” เรนะดันร่างของเพื่อนให้ออกจากสถานบันเทิง ก่อนที่วิลเชสจะเข้ามาถึงตัวของเธอ
ทางด้านของวิลเชสรู้สึกหงุดหงิดที่ตามสาวร่างเล็กไม่ทัน และไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรทำไมต้องมาตามผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าเป็นเด็กกะโปโลแบบนี้ด้วย
“อย่าให้ฉันจับตัวเธอได้นะยัยตัวแสบ ฉันจะจัดการเธอแน่!!!!”
วันนี้เป็นวันหยุดของปิ่นปัก แต่หญิงสาวก็ยังคงตื่นแต่เช้าตามความเคยชิน และสิ่งที่เธอชื่นชอบทำในวันหยุดนั้นคือการได้เข้าครัว ได้ทำอาหารให้คุณพ่อคุณแม่ทาน
“ตื่นแต่เช้าจังเลยค่ะคุณหนู” เสียงของป้าทิพย์ดังขึ้นทำให้ปิ่นปักเงยหน้าขึ้นจากเขียงพร้อมยิ้มละไมออกมาทันที
“วันนี้ปิ่นอยากทำข้าวต้มทรงเครื่องให้คุณพ่อคุณแม่ทานน่ะค่ะ”
“ขยันจังเลยนะคะคุณหนู มาค่ะ เดี๋ยวป้าช่วย”
สองสาวต่างวัยกำลังช่วยกันทำอาหารอย่างขะมักเขม้น จนทำให้คนที่ตื่นแต่เช้ามาออกกำลังกายอย่างเอเดสมองอยู่ถึงกับเหยียดยิ้ม เพราะเขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพ่อแม่ถึงรักยัยเด็กคนนี้นัก เพราะเธอช่างประจบเอาใจท่านทั้งสองแบบนี้นี่เอง ไม่ให้พ่อแม่เขารักเขาหลงก็แปลกแล้ว
“เดี๋ยวป้าไปซื้อผักให้นะคะ แย่จริงลืมได้ยังไง” เพราะผักในครัวหมด ทำให้ป้าทิพย์รีบออกจากคฤหาสน์เพื่อไปซื้อของเข้าให้เร็วที่สุดก่อนจะเจ็ดโมง
เมื่อเห็นว่าทางปลอดโปร่งเอเดสจึงเดินตรงเข้าไปในครัวทันที โดยไม่ให้หญิงสาวได้รู้ตัว
“กลับมาเร็วจังเลยคะป้า” ปิ่นปักร้องถามก่อนที่จะหันมามองคนที่เธอเข้าใจว่าเป็นป้าทิพย์ทันที และด้วยความใกล้ชิดทำให้ปากจิ้มลิ้มของหญิงสาวชนเข้ากับแก้มสากของชายหนุ่มทันที “อุ้ย!”
“แอบยั่วฉันอยู่หรือเปล่าปิ่น”
ว่าจบมือสากก็ทำการรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาร่างใหญ่ทันที และไม่รู้ว่าเพราะอากาศ หรือเพราะเขาไปออกกำลังกายมากันแน่ ทำให้กายใหญ่มีเหงื่อโซมกายไปหมด
“เอ่อ...เปล่าค่ะ” หญิงสาวบอกด้วยอาการใจเต้น เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้เข้าใกล้ใครได้มากเท่าเอเดสมาก่อนเลย
“แน่ใจ...” เอเดสเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยิ้มยั่วน้องสาวต่างสายเลือดทันที
“ค่ะ...ช่วยออกไปหน่อยได้ไหมคะ พอดีปิ่นจะทำอาหารค่ะ” เธอบอกปัด เพราะไม่ต้องการเผชิญหน้ากับชายหนุ่มโดยตรง ได้แต่ภาวนาให้ป้าทิพย์รีบกลับมาโดยเร็วเสียที
