บทที่ 4 เข้าใจอย่างลึกซึ้ง - 3
“ทำเป็นรังเกียจ หึ!” และแล้วอารมณ์ของชายหนุ่มก็เข้าสู่โหมดเดิมอีกครั้ง จนปิ่นปักไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีกแล้ว
“เปล่าค่ะ พอดีปิ่นรีบทำอาหาร เดี๋ยวจะขึ้นโต๊ะไม่ทัน” ขณะที่พูดหญิงสาวก็ได้แต่ก้มหน้าจัดแจงอาหารเพราะกลัวสายตาของเอเดสที่มองมา
“แน่ใจเหรอ” เสียงของเอเดสเข้มมากขึ้น “ฉันพูดด้วยก็เงยหน้าขึ้นมาสิ!!!” ตอนแรกเขาแค่ตั้งใจมาแกล้งคนตัวเล็ก แต่เหมือนหญิงสาวจะไม่รู้สึกสะทกสะท้านจนเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
“เอ่อ...คะ” ใบหน้าขาวใสที่ไร้เครื่องสำอางแต่งเต็มทำให้คนมองรู้สึกถึงสบายตา แต่เอเดสก็สลัดความคิดของตัวเองออกไปจากหัวอย่างรวดเร็ว เพราะสิ่งที่เขาคิดได้อย่างเดียวคือจัดการแม่ตัวดีนี้
ปิ่นปักเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายต่างสายเลือดด้วยแววตาหวั่นเกรง เพราะกลัวว่าเขาจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงอีก แม้ที่นี่จะมีคนอยู่เยอะแยะ แต่เธอก็ยังไม่ไว้วางใจ และเป็นไปได้เธออยากจะหลีกให้อยู่ห่างกับเขามากที่สุด
“กลัวมากหรือไง ฉันแค่จะมาบอกเธอว่าอย่าลืมสัญญาของเรา เธอคงไม่อยู่บ้านของฉันไปตลอดชีวิตหรอกนะ” เมื่อพูดจบชายร่างสูงก็เดินออกไปจากครัวทันที ทำให้ปิ่นปักถึงกับเป่าปากของตัวเองด้วยความโล่งอกที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นไปมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รอดแน่
“อ้าว...คุณเอสมาทำอะไรในครัวเหรอคะ” และในจังหวะที่ชายหนุ่มเดินออกไปป้าทิพย์ก็บังเอิญเห็นชายหนุ่มพอดี ทำให้เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เอ่อ...พอดีเขาเดินมาหาน้ำดื่มอ่ะค่ะ” หญิงสาวบอกอย่างแก้ตัวแทน เพราะไม่อยากให้ป้าทิพย์สงสัยว่าเธอกับเอเดสคุยอะไรกัน ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ไปมากกว่านี้
“อ๋อ...” แม้ป้าทิพย์จะทำเหมือนเข้าใจ แต่เมื่อเห็นหน้าของปิ่นปัก ป้าทิพย์แอบสงสัยในใจว่าสองคนนี้ต้องมีปัญหาอะไรกันอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นการกระทำหรือคำพูดคงไม่เหินห่างกันถึงเพียงนี้
ทางด้านของเอเดสที่เดินออกมาจากครัวแล้ว ก็ขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองทันที และสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขุ่นเคืองอีกครั้งเมื่อมองไปยังห้องนอนข้างๆ ของตัวเอง ซึ่งเป็นห้องนอนของปิ่นปัก ซึ่งเห็นทีไรอารมณ์ดีๆ ก็มลายไปทุกที ไม่เข้าใจว่าทำไมมารดาถึงได้เมตตายัยเด็กคนนี้นัก สิ่งที่เธอกำลังแสดงให้ทุกคนเห็นมันเป็นเพียงความเสแสร้ง และจะไม่มีวันหลงกลยัยเด็กคนนี้อย่างแน่นอน
“อย่าคิดว่าฉันจะยอมเธอนะปิ่นปัก ฉันจะต้องทำให้เธอทนไม่ไหว ออกไปจากบ้านของฉันก่อนกำหนดแน่” ดวงตาคมเข้มมีประกายที่น่ากลัว ถ้าใครได้มาเห็นเขาตอนนี้ต้องไม่อยากเชื่อแน่นอนว่านี้คือตัวตนที่แท้จริงของเขา
การกระทำที่ร่าเริงและยิ้มเก่งมันเป็นสิ่งที่เอเดสแสดงให้ทุกคนเข้าใจ แต่แท้จริง เป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นและชอบเอาชนะรวมถึงเรื่องของปิ่นปักด้วยที่จะไม่มีทางปล่อยเธอให้เชิดหน้าชูตาในบ้านของเขา ลูกของผู้หญิงสารเลวคนนั้น
“อ้าวตาเอส มาทำอะไรหน้าห้องน้องเหรอลูก” เสียงหวานของมารดาทำเอาร่างสูงถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่ามารดาจะเข้ามาเห็นเขาตอนนี้
“เปล่าครับคุณแม่...พอดีผมเดินคิดอะไรเพลิน แล้วมายืนหน้าห้องของยัย เอ่อ...ปิ่นปักไม่รู้ตัวน่ะครับ” ชายหนุ่มพยายามแก้ตัว แต่ด้วยความที่นีรดาผ่านโลกมาเยอะ และรู้นิสัยของลูกชายดี นางจึงไม่เชื่อคำพูดของเอเดสทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายปากแข็งเหมือนพ่อตัวเองมากแค่ไหน และคิดว่าถ้าถามไปตอนนี้สิ่งที่นางกำลังสงสัยอาจจะไม่ได้รับรู้ความจริง
“งั้นไปอาบสิลูก เห็นป้าทิพย์มาตามแล้วบอกแม่ว่าหนูปิ่นกำลังทำอาหารใกล้เสร็จแล้ว”
“ครับ” เอเดสตอบด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทันที ปล่อยให้ผู้เป็นมารดาขบคิดบางเรื่องอยู่ในใจ
“ลูกกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่นะเอเดส ได้โปรดเถอะ อย่าให้เกิดอะไรเลย” บางสิ่งบางอย่างในตัวของเอเดสทำให้นีรดากลัวขึ้นมา ความเปลี่ยนแปลง และท่าทีที่ไม่เหมือนเดิม จนกลัวว่าลูกชายจะกระทำบางอย่างที่ร้ายแรง และนางก็ได้แต่ภาวนาไม่ให้เจ้าลูกชายทำอย่างที่พ่อเขาเคยทำ เพราะเรื่องทุกอย่างมันอาจจะไม่ลงเอยด้วยดี
เมื่อเอเดสเข้ามาในห้อง ชายร่างสูงก็เดินไปเปิดลิ้นชักที่ภายในบรรจุภาพถ่ายหลายใบที่เขาได้เก็บเอาไว้ ก่อนที่มือหนาจะทำการขย้ำมันด้วยความแค้น เขาจะทำให้ทุกคนรู้ว่าปิ่นปักไม่ได้ดีอย่างที่ทุกคนเข้าใจ
“ฉันจะจัดการก่อนที่เธอจะหันมาแว้งกัดพวกเรา” บางสิ่งบางอย่างที่เขารับรู้มาในอดีต ทำให้ไม่เชื่อใจผู้หญิงคนนั้น แม้พ่อแม่จะรักและเอ็นดูปิ่นปักราวกับลูกแท้ๆ ก็ตาม
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังคิดแผนการอยู่นั้น ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวของเขาซึ่งทำให้มุมปากของเอเดสยกขึ้นด้วยความเจ้าเล่ห์ เพราะนี่คือสิ่งเดียวที่จะทำให้ยัยนั่นออกไปจากบ้านโดยไม่ให้พ่อแม่สงสัยและไม่โทษว่าเป็นความผิดของเขา...
“เธอเสร็จฉันแน่นยัยเด็กกาฝาก”
ปิ่นปักทำการจัดโต๊ะอาหารยามเช้าได้อย่างน่ารับประทาน จนเหล่าแม่บ้านเอ่ยชมเป็นเสียงเดียวกันว่าหญิงสาว ทั้งสวย และเก่ง แถมยังมีเสน่ห์ปลายจวัก ถ้าชายใดได้ปิ่นปักไปเป็นภรรยา หญิงสาวคงปรนนิบัติสามีได้ดีอย่างแน่นอน
“ทำอะไรกินลูก น่ากินเชียว” นีรดาเอ่ยปากชมลูกสาวคนเล็กด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เพราะปิ่นปักไม่เคยทำให้เธอต้องผิดหวัง และเธอเองก็คิดถูกแล้วที่เลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้เติบใหญ่ เพราะไม่ว่ามารดาของปิ่นปักจะเป็นยังไง เธอก็เชื่อว่าเด็กคนนี้ไม่มีทางทำเรื่องเลวร้ายอย่างที่แม่ของตัวเองทำอย่างแน่นอน
“วันนี้ปิ่นทำข้าวต้มทรงเครื่องค่ะคุณแม่”
“น่าทานจังเลย เก่งจังเลยลูก” มือบางของนีรดาลูบหัวของลูกสาวด้วยความรักใคร่ ก่อนจะกอดปิ่นปักเอาไว้แน่นด้วยความห่วงใยเท่าที่แม่คนหนึ่งจะมอบให้ลูกได้ นีรดาไม่อยากให้ปิ่นปักคิดว่าเธอไม่รัก และไม่อยากให้คิดว่าปิ่นปักเป็นคนนอก เพราะถึงอย่างไรเธอก็เลี้ยงมากับมือ มีหรือที่จะไม่รัก
อ้อมกอดของมารดาบุญธรรม ทำเอาน้ำตาของปิ่นปักไหลออกมาด้วยความซึ้งใจ เพราะความรู้สึกบางอย่างทำให้เธอไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
“คุณแม่ขา...ถ้าวันหนึ่งหนูทำให้คุณแม่ผิดหวัง คุณแม่จะโกรธหนูไหมคะ” เสียงหวานบอกอย่างสั่นๆ ทำให้นีรดาตอบออกไปโดยไม่คิดอะไร
“ไม่ว่าหนูจะทำอะไรผิด แม่อยากจะบอกหนูว่าแม่ยกโทษให้หนูเสมอ เพราะหนูคือลูกของแม่นะปิ่น แม่รักหนู และหนูคือส่วนหนึ่งของครอบครัวของเรา” นอกจากลูกชายคนเดียวอย่างเอเดสแล้ว ปิ่นปักก็เหมือนนางฟ้าตัวน้อย เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่กำพร้าทั้งพ่อและแม่ จากความสงสารแปรเปลี่ยนเป็นความรัก และต่อให้ลูกสาวคนนี้ทำอะไรผิด เธอก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ เพราะไม่มีแม่คนไหนที่เกลียดลูกสาวตัวเองลงได้อย่างแน่นอน
“หนูรักคุณแม่ คุณพ่อนะคะ ขอบคุณที่เลี้ยงดู และไม่รังเกียจหนู ถ้าวันหนึ่งหนูต้องไปจากที่นี่ หนูจะไม่มีวันลืมบุญคุณของคุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ” อีกไม่นานแล้วสินะที่เธอต้องลาจากพวกท่านไป
“หนูพูดอะไรปิ่น หนูจะไปไหน แม่ไม่ให้หนูไปหรอกนะ และแม่เชื่อว่าทุกคนไม่อยากให้หนูไปจากที่นี่เหมือนกัน” คำพูดกำกวมของลูกสาวทำให้นีรดารู้สึกแปลกใจอย่างบอกไม่ถูก และรู้สึกโหวงๆ เมื่อลูกสาวเหมือนจะไปจากครอบครัว
“เอ่อ...”
“มีอะไรบอกพ่อกับแม่ได้นะปิ่น อย่าคิดคนเดียว และอย่าไปไหน เพราะหนูคือครอบครัวของพวกเรา และแม่อยากให้หนูยึดมั่นและเชื่อใจพวกเรา ว่าพวกเราจะมอบความรักให้กับหนูได้”
ยิ่งคำพูดของนีรดาทำให้คนตัวเล็กปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมามากกว่าเดิม เพราะสิ่งเดียวที่เธอคิดตอนนี้คือความรู้สึกผิดที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
