บทที่ 4 เข้าใจอย่างลึกซึ้ง - 1
ตั้งแต่กลับจากการดูฟุตบอลเรนะก็เอาแต่เศร้าซึมจนติณภพอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนรักไปเจอะเจออะไรมา ซึ่งเรนะไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน เพราะเป็นคนที่ร่าเริงและไม่ค่อยโกรธหรือโมโหอะไรง่ายๆ
“เรนะ...เป็นอะไรหรือเปล่า” ติณภพเห็นอาการเพื่อนไม่ดีก็ทำให้เขาไม่สบายใจ แม้บางครั้งอาจจะรำคาญในความซุกซนของเธอ แต่การที่หญิงสาวมาเป็นอย่างนี้มันก็ทำให้เขาอดห่วงไม่ได้
“ช่างเราเถอะติณ...เดี๋ยวเรก็หายเอง” เพราะรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วง เธอจึงบอกปัดไปเพราะไม่อยากให้ติณภพมาเครียดกับเธอด้วย
“มีอะไรก็บอกเราได้นะ แกเคยบอกเราไม่ใช่เหรอว่าเราสองคนเป็นเพื่อนรักกัน” คำพูดของเพื่อนชายทำให้เรนะรู้สึกดีขึ้น
“ขอบใจแกนะ แกเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันหัวเราะ และหายเครียดได้” เรนะยิ้มจางๆ ให้ชายหนุ่ม
“อืม” ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ จนเรนะคิดบางอย่างได้เพื่อให้ตัวเองหายเครียดแบบนี้
“ติณ...”
“หือๆ ว่าไง” ชายหนุ่มหันไปมองเพื่อนรักด้วยความสนใจ
“คืนนี้ไปเที่ยวกันไหม” หญิงสาวเอ่ยชวน จนทำให้เพื่อนชายเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ เพราะร้อยวันพันปีเรนะไม่เคยคิดที่จะอยากไปเที่ยวกลางคืนแบบนี้
“ไปไหนอ่ะ”
“ผับ...มีแนะนำไหม” เพราะเธอเข้าใจว่าผู้ชายคงรู้จักที่แบบนี้ทำให้หญิงสาวเอ่ยปากถามออกไปทันที
“เอ่อ...รู้จักบ้าง” จริงๆ ไม่ใช่แค่รู้จักหรอก แต่เขารู้จักดีเลย เพราะติณภพเป็นผู้ชายและยังหล่อแบบสไตล์เกาหลีเสียด้วย เขาไปเที่ยวบ้างเพื่อคลายเครียด
“พาไปหน่อยสิ” เรนะทำหน้าตาออดอ้อนแต่ติณภพรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องพาเพื่อนสาวไปในที่แบบนั้น ถึงแม้บุคลิกของเรนะจะคล้ายๆ ทอมบอย แต่เขาอยู่กับหญิงสาวมานาน และรู้ว่าเพื่อนนั้นสวยแค่ไหนเพียงแค่ไม่แต่งตัวเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านมาเท่านั้น
“จะดีเหรอ” ชายหนุ่มถามออกไปอย่างหยั่งเชิง
“ดีสิ” รอยยิ้มกว้างๆ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกลังเลว่าจะพาสาวร่างเล็กนี้ไปดีไหม เพราะเสือ สิงห์ ในสถานที่นั้นมันมีมาก
“แต่...”
“นะ...เพื่อนเลิฟ พาฉันไปเถอะนะ” เพราะอยากไปเปิดหูเปิดตา ทำให้เรนะจำเป็นต้องพูดเพราะกับติณภพ
“ก็ได้ๆ แต่แกห้ามดื่มมารู้ไหม”
“รู้ๆ แกก็รู้ว่าฉันคออ่อน บ่นซะเป็นพ่อเลย” หญิงสาวเบะปากใส่เพื่อนรักอย่างหมั่นไส้ ถึงแม้จะรู้ว่าเพื่อนชายเป็นห่วงถึงพูดแบบนั้นก็ตาม
“ไปแต่งตัวไป...จะแต่งตัวเชียร์บอลหรือไง เดี๋ยวฉันกลับมารับนะ กลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” ทั้งเขาและเรนะพักคอนโดฯ ในวันที่ต้องไปเรียน ส่วนวันหยุดนั้นจะกลับไปนอนบ้านของตัวเอง แต่วันนี้เป็นกรณียกเว้นเพราะเพื่อนรักอยากจะออกไปเปิดหูเปิดตากลางคืนบ้าง แม้เขาจะหนักใจมากก็ตาม
“จ้า...ถ้าเสร็จแล้วแกมาเคาะนะ เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ว”
“โอเค”
สองหนุ่มสาวแยกย้ายไปอาบน้ำแต่งตัว แต่สำหรับติณภพเขาไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร เพราะมันเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับเรนะนั้นเธอแอบตื่นเต้นไม่ได้ และไม่เข้าใจพี่ชายอย่างริวจินักว่าเหตุอันใดถึงชอบห้ามเธอไปเที่ยวด้วย ทั้งๆ ที่แอบรู้มาบ้างพี่ชายไปเที่ยวกลางคืนบ่อยๆ ตอนอยู่เมืองนอก
แม้จะยังซึมเศร้าเรื่องชายในดวงใจไม่หาย แต่เธอพยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ไม่ให้แสดงออกมา และพยายามหาอะไรทำเพื่อลืมความเจ็บนั้น แม้จะทำใจเอาไว้แล้วว่าความรักของเธอกับเขามันเป็นเพียงแค่เส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบกันได้
เวลา 22.00 น. ณ ผับXXX
“โห...นี่น่ะเหรอที่พวกแกชอบมาเที่ยว คนเยอะดีจัง” เรนะพูดออกมาด้วยท่าทีตื่นเต้น เพราะถึงเธอจะมีนิสัยห้าวแค่ไหน แต่ก็เป็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน แถมยังมีพี่ชายจอมหวงด้วย ทำให้หญิงสาวเหมือนไข่ในหินที่ไม่เคยออกมาเผชิญโลกภายนอก
“ตื่นเต้นไปได้ จริงๆ เป็นผู้หญิงไม่ควรมาที่นี่นะ”
“ทำไมล่ะ” หญิงสาวถามเพื่อนด้วยความอยากรู้
“ผู้ชายมันเยอะ” ติณภพตอบแบบอ้อมๆ
“เกี่ยวอะไรกับผู้ชายล่ะ ที่มหาวิทยาลัยผู้ชายก็เยอะนะ ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย”
“เอ่อ...ช่างเถอะ” แม้อยากจะอธิบายให้เรนะฟัง แต่เขาคิดว่าอาจจะเสียเวลาเปล่าเพราะรู้ดีว่าเพื่อนนั้นดื้อดึงแค่ไหน ดีนะที่เรนะยังคงเรนะเพราะหญิงสาวแต่งตัวมิดชิด ไม่งั้นเขาคงปวดหัวกับเธออย่างแน่นอน สาวร่างเล็กคงไม่รู้ตัวเองว่าเธอนั้นมีความเซ็กซี่ในตัวโดยไม่ต้องพยายามเหมือนใครหลายๆ คน และเขาเองก็พยายามคิดกับเธอแค่เพื่อนและไม่ให้คิดอะไรไปมากกว่านี้
“ไปกันเถอะเพื่อนรัก”
สองหนุ่มสาวเข้ามาผับที่ภายในมีแต่เสียงอึกทึกโวยวายและมีแสงไฟวิบวับ ทำให้คนที่ไม่เคยมาถึงกับตื่นเต้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“โห...ข้างในคนโคตรเยอะเลยอ่ะติณ” หญิงสาวจับแขนของเพื่อนแล้วเขย่าแรงๆ จนติณภพก้มมอง
“อย่าเดินไปไหนนะ อยู่ใกล้ๆ ฉัน”
“ทำไมล่ะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองด้วยใบหน้าไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวหลงยังไงล่ะ จับเอาไว้..ไปกัน”
“จ้าคุณพ่อ...หวงฉันยิ่งกว่าพ่อฉันอีก”
เหล่าวัยรุ่นมากมายต่างวาดลวดลายการเต้นของตัวเองอย่างสนุกสนาน จนเรนะอยากจะไปร่วมวงบ้าง แต่กลับถูกเพื่อนรักอย่างติณภพห้ามเอาไว้และให้เธอเต้นแถวๆ เขา จนรู้สึกอึดอัด
“อย่าไปเต้นไกลนะเรนะ เข้าใจเปล่า” แม้ทุกวันสำหรับการมาเที่ยวในที่แบบนี้ทำให้เขามีความสุข แต่การแบกเพื่อนมาด้วยทำให้เขาไม่เป็นอันเที่ยว เพราะมัวแต่มองคนตัวเล็กกว่าด้วยความเป็นห่วง
“ได้เลย”
และจังหวะที่กำลังเต้นอยู่นั้น บังเอิญแผ่นหลังของเธอไปชนกับบางสิ่งที่แข็งราวกับกำแพง และเมื่อเงยหน้าขึ้นทำให้เรนะถึงกับตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่แถมใบหน้าที่เขามองเธอตอนนี้ทำให้เรนะก้าวไม่ออก
“ยัยตัวแสบ...” เสียงประกาศิตดังขึ้น ทำให้ใบหน้าหวานซีดเผือดเพราะวีริกรรมเมื่อตอนเย็นยังติดตาของเธอไม่หาย
“เอ่อ...” เมื่อได้สติเรนะก็ทำการหันหลังกลับทันทีด้วยความกลัว
“จะไปไหนยัยตัวแสบ”
“เฮ้ย...มีอะไรหรือเปล่าวะวิล” เสียงของเพื่อนเอ่ยถามเมื่อเห็นวิลเชสกำลังกระชากแขนใครบางคน
“ไม่มีอะไร” เมื่อพูดจบ ชายหนุ่มก็ทำการลากสาวร่างเล็กกว่าตนออกมาจากฝูงชนทันที เพราะไม่อยากให้เป็นที่จับตามากนัก
เมื่อปลอดสายตาผู้คนและเงียบ ทำให้วิลเชสเอ่ยปากถามสาวตรงหน้าทันทีด้วยความหงุดหงิด ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นไฟหรือเปล่าถึงทำให้เขารู้สึกควันออกหูทุกครั้งที่เจอหน้า
“เธอมาทำอะไรที่นี่หา! หรือเธอแอบตามฉันมา!” น้ำเสียงกระชากทำเอาคนตัวเล็กถึงกับตกใจ เพราะนอกจากในทีวีแล้วเธอจินตนาการไปว่าเขาต้องเป็นชายที่สุภาพและอบอุ่น แต่เมื่อมาเจอตัวจริงสิ่งที่คิดกับสิ่งที่เห็นมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
“ฉะ...ฉันไม่ได้แอบตามคุณมานะ”
“เหรอ...จะให้ฉันเชื่อได้ยังไง เธอมันเป็นยัยโรคจิต ถามจริงเถอะไม่มีผู้ชายเอาแล้วหรือไง ถึงได้ตามติดฉันแบบนี้”
“คุณ...” เรนะรู้สึกโกรธมากที่ชายหนุ่มมาดูถูกเธอ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอแอบชอบผู้ชายคนนี้ไปได้ ผู้ชายที่ดูถูกเพศแม่ของตัวเอง
“ทำไม...จะบอกอะไรให้ ฉันไม่มีทางชอบเธอหรอก มองตัวเองหน่อยก็ดีนะว่าเหมาะสมกับฉันหรือเปล่า จะบอกอะไรให้ว่าคนอย่างฉันไม่มีทางสนใจยัยเด็กกะโปโลอย่างเธอแน่นอน” มุมปากของวิลเชสทำให้เห็นแล้วรู้สึกร้อนในอก เพราะเขากำลังบอกว่าเธอไม่สวย และไม่เหมาะกับเขา
เพียะ!!!
ฝ่ามือน้อยของเรนะปัดไปที่หน้าของชายหนุ่มเต็มแรงด้วยความโมโห เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครมาดูถูกคุณหนูอย่างเธอ และตอนนี้ความชอบที่อยู่ในใจได้มลายหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความต้องการเอาชนะ และยัยเด็กกะโปโลอย่างเธอเนี่ยแหละที่จะทำให้เขามาสยบแทบเท้าให้ได้
“โทษฐานที่นายมาดูถูกฉัน และฉันจะทำให้นายถอนคำพูดที่นายพูดคอยดู!!!” ว่าจบมือน้อยก็ผลักอกแกร่งให้ออกห่าง จากนั้นก็เดินออกมาอย่างรวดเร็ว
“กลับมานะยัยบ้า ทำร้ายฉันแล้วคิดหนีอย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มถึงกับหัวเสียที่เธอบังอาจมาท้าทายอำนาจของเขา แถมยังทำร้ายร่างกาย ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าทำอย่างนี้กับเขามาก่อน
