
บทย่อ
ไฟแค้นที่จางหายถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง เพราะความเกลียดชังที่มีมากกว่าความรัก จะทำอย่างไรเมื่อสัญญาแห่งความรักถูกแทนที่ด้วยความสัญญาแห่งความแค้น
บทนำ สัญญารัก
บรรยากาศโดยรอบของบ้านนั้นอบอวลไปด้วยความรักและความสุขที่ไม่มีใครมาพรากความรู้สึกนี้ไปจากจิตใจได้ ดังเช่นเด็กสองคนที่รักและผูกพันกันตั้งแต่เยาว์วัย
“ชอบไหมปิ่น...”
“ชอบ...สนุก”
“พี่จะให้ปิ่นขี่หลังพี่เมื่อปิ่นต้องการเลยรู้ไหม” เอเดสร้องบอกคนข้างหลัง จนหนูน้อยโอบรอบคอพี่ชายเอาไว้เพราะกลัวตกลงไป
“ดีค่ะ” เสียงเล็กบอก จนทำให้ใจของเด็กหนุ่มเต้นแรงไม่เป็นจังหวะอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่
“แล้วน้องปิ่นห้ามขี่หลังใครนอกจากพี่รู้หรือเปล่า ขี่หลังพี่ได้แค่คนเดียว” คนที่อยู่ด้านหลังพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะขานตอบไป จนเอเดสมีความสุขที่ได้ดูแลน้องน้อยแบบนี้
“ได้ค่ะ”
สองพี่น้องพากันเดินมายังม้านั่งตัวใหญ่ที่เพียงพอให้เด็กสองคนได้นั่ง และด้วยความที่หนูน้อยปิ่นปักตัวเล็กมาก ทำให้เอเดสอุ้มน้องมานั่งบนตักเพราะกลัวน้องจะตกลงไปเบื้องล่าง
“นั่งบนตักพี่แล้วกันนะ เดี๋ยวตกลงไปคุณแม่จะว่า” หนูน้อยตัวเล็กมองพี่ชายด้วยตาใสแป๋ว จนเอเดสยิ้มออกมา เพราะทุกครั้งที่เขาเห็นน้องสาวต่างสายเลือดยิ้มเขาเองก็อดมีความสุขไม่ได้
“ค่ะ...”
ตอนนี้เอเดสรับรู้เพียงแค่ว่าเขารักน้องสาวคนนี้มาก แต่ในรูปแบบไหนเด็กวัยเพียงแค่ 12 ขวบคงยังไม่เข้าใจ
“พี่รักน้องปิ่นนะ แล้วน้องปิ่นล่ะรักพี่หรือเปล่า”
“รักค่ะ รักพี่เอส” เสียงหวานร้องบอกจนเรียกรอยยิ้มของเอเดสได้ ทุกๆ วันเมื่อกลับจากโรงเรียนเอเดสจะต้องตรงมาเล่นกับน้องสาวเป็นอันดับแรก ความเหงาถูกทดแทนด้วยความน่ารักของปิ่นปัก ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่มีน้องสาวข้างกาย
“ดีมาก...รักพี่เยอะๆ และห้ามแบ่งความรักนี้ให้ใคร เพราะถ้าน้องปิ่นแบ่งมันให้ใครพี่จะไม่คุยกับน้องปิ่นอีกเลย” เอเดสบอกอย่างเด็ดขาด จนหนูน้อยหันหน้ามามองด้วยความไม่เข้าใจ แต่ตกปากรับคำไป “ห้ามมอบรอยยิ้มนี้ให้กับใครด้วยรู้ไหม พี่หวง”
“ได้เลยค่ะ น้องปิ่นรักพี่เอสที่สุดเลย”
ฟอด!!
แก้มนุ่มถูกหอมเป็นครั้งที่สองของวัน แต่เอเดสกลับรู้สึกชอบและอยากหอมอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่หนูน้อยก็ปล่อยให้พี่ชายหอมได้อย่างสบายใจเพราะยังเด็กไม่รู้ประสา
“แก้มนี้ก็ห้ามให้ผู้ชายคนไหนหอมนอกจากพี่นะครับรู้หรือเปล่า”
“ได้ค่ะ”
“น้องปิ่น พี่จะดูแลปกป้องน้องปิ่นเองนะ ไม่ว่าในอนาคตใครที่กล้าทำร้ายน้องปิ่น แต่พี่สัญญาว่าพี่จะจัดการมันให้เจ็บปวดกว่าน้องปิ่นเป็นร้อยเป็นพันเท่าเลย น้องปิ่นเจ็บยังไงมันต้องเจ็บอย่างงั้น” เพราะความรักที่ไม่รู้ว่ามันเป็นความรักรูปแบบไหน ทำให้เด็กน้องพูดออกไปโดยไม่ทันได้คิดว่าคำพูดนี้อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเขาเอง
“พี่เอสสัญญาแล้วนะคะ ห้ามผิดสัญญากับน้องปิ่นนะ” เมื่อเด็กน้อยพูดจบ เอเดสก็ยกนิ้วก้อยของตัวเองเพื่อเป็นสัญญาว่าเขาจะปกป้องน้องสาวคนนี้ไม่ให้ต้องเสียใจ
“ได้ครับพี่สัญญา ไม่ว่าจะวันนี้หรือในอนาคตพี่จะเป็นองครักษ์พิทักษ์เด็กหญิงปิ่นปักตลอดไป”
“ขอบคุณนะคะ...”
สองพี่น้องให้สัญญาทางใจต่อกัน แม้ไม่รู้ว่าเบื้องหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
“เอานิ้วมามะ...” สิ้นเสียงเริ่มแตกห้าวของพี่ชายทำให้ปิ่นปักยื่นมือตามที่เด็กหนุ่มบอก
“นี่ค่ะ” เมื่อมือเล็กยื่นมาตรงหน้าทำให้เอเดสไม่รอช้าที่จะหยิบแหวนของเล่นที่วันนี้เขาเล่นเกมได้มามอบให้กับสาวน้อยตรงหน้า ก่อนจะเอาแหวนวงนี้สวมเข้าที่นิ้วนางข้างขวาของเด็กน้อยอย่างไร้เดียงสา
“เก็บแหวนนี้ไว้นะปิ่น วันไหนที่ปิ่นคิดถึงพี่เอามันออกมา วันไหนที่ปิ่นอยากให้พี่ช่วยปิ่นบอกพี่ได้เสมอ”
“ได้เลยค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยมองแหวนในมือของตัวเองด้วยความหวงแหน ดังเช่นเอเดสที่หวงแหนน้องน้อยคนนี้เช่นเดียวกัน
เอเดสจ้องมองน้องสาวด้วยความรักที่เด็กหนุ่มวัย 12 ปีไม่รู้เลยว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร เขารู้เพียงแต่ว่าตอนนี้อยากจะปกป้องน้องน้อยอย่างนี้ตลอดไป
“พี่รักปิ่นนะ...”
