บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ต่อต้าน - 3

“ใครกันนะที่มองข้ามลูกชายแม่”

“นั่นน่ะสิครับ” มุมปากของเอเดสกระตุกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ จนปิ่นปักทนทานอาหารต่อไปไม่ไหว ทำให้เธอวางช้อนส้อมก่อนที่จะขอตัวขึ้นไปข้างบนบ้านทันที

“หนูขอตัวก่อนนะคะ”

“อ้าวอิ่มแล้วเหรอลูก” นีรดาถามออกมาด้วยความแปลกใจ เพราะวันนี้ปิ่นปักทานอาหารน้อยเป็นพิเศษ แถมไม่ร่าเริงเลยที่ได้เจอพี่ชาย ทั้งๆ ที่เมื่อวานเอาแต่ชะเง้อคอหาเอเดส แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น จนน่าแปลกใจ

“อิ่มแล้วค่ะ พอดีปิ่นไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ด้วยค่ะ” ขณะที่พูดสายตาของเธอก็บังเอิญไปสบกับเอเดสพอดี ทำให้รับรู้ถึงรังสีบางอย่างที่ออกมาจากสายตาคมคู่นั้น

“แต่ปิ่นทานน้อยมากเลยนะลูก...” นีรดาถามออกมาด้วยความเป็นห่วง แต่เอเดสกลับเบะปากด้วยความหมั่นไส้ที่ปิ่นปักทำเหมือนพวกเรียกร้องความสนใจ

“ปล่อยเขาไปเถอะครับ อิ่มแล้วก็พอ” ชายหนุ่มพูดแล้วแสดงท่าทางอย่างไม่พอใจ แต่คนเป็นพ่อแม่กลับไม่เห็น

“ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะลูก ดูเหมือนปิ่นจะมีเรื่องอะไรในใจนะ” นีรดาบอกด้วยความผิดสังเกต

“คงไม่มีอะไรหรอกครับแม่...เป็นห่วงไปได้ ทานเถอะครับ ผมยังไม่อิ่มเลย อยู่ที่นู้นไม่ได้ทานอาหารฝีมือแม่เลย” เอเดสพยายามเปลี่ยนเรื่อง แต่สายตาของเขาเหล่มองสาวร่างเล็กที่จ้ำอ้าวออกไปก่อนหน้านี้ พร้อมมุมปากที่หยักขึ้น

“งั้นทานเยอะๆ เลยนะลูก ถ้าแม่รู้ว่าลูกจะมาวันนี้ แม่ทำอาหารเยอะกว่านี้แล้ว” ด้วยความคิดถึงทำให้นีรดาตักอาหารให้ลูกชายมากมาย

“โธ่...แม่ครับ แค่นี้ก็เยอะแล้วนะ”

ตอนนี้ในใจของเอเดสรู้สึกสะใจที่ยัยเด็กกาฝากนั้นออกไปจากวงอาหาร เพราะเขาอยากอยู่แบบครอบครัวและไม่อยากให้มีคนอื่นมาปะปน

‘ไปได้ก็ดี อยู่ก็รกหูรกตา’

เอเดสพูดกับตัวเองในใจ ก่อนจะหันไปมองหน้ามารดาแล้วปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติ เพื่อไม่ให้คนในครอบครัวสงสัยว่าสิ่งที่เขากำลังคิดและทำอยู่นั้นคืออะไร

เมื่อสาวร่างเล็กมาถึงห้องนอน เธอก็ปล่อยร่างกายลงบนที่นอนทันที ก่อนที่น้ำตาที่ไหนก็ไม่รู้ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย เธอเสียใจที่เอเดสทำท่าทีรังเกียจ แถมยังลวนลามเธออีกต่างหาก

“ทำไมพี่เอสถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ทำไมพี่เอสต้องทำอย่างนี้กับปิ่นด้วย” เสียงหวานบอกกับตัวเองอย่างตัดพ้อ เพราะความหวังที่รอพี่ชายมาตลอดหลายปีมันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เขาเปลี่ยนไป เขาร้ายกาจ และเขารังเกียจเธอราวกับเธอเป็นเศษขยะ

ก๊อก! ก๊อก! ก็อก!

ระหว่างที่หญิงสาวกำลังหลับตาลง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ทำให้ปิ่นปักพาร่างกายอันบอบบางของตัวเองไปเปิด และสิ่งที่ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างก็คือการที่เธอได้เห็นร่างอันใหญ่โตของเอเดส

“พี่เอส” เสียงหวานเรียกชื่อของเอเดสอย่างแผ่วเบา แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เปิดปากถาม มือใหญ่ก็ดันปิ่นปักเข้ามาในห้อง ก่อนจะถือวิสาสะเข้ามาในห้องของเธออีกด้วย “พี่เอสจะทำอะไร เข้ามาทำไม ออกไปนะ” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบ มือหนาก็ทำการปิดประตูห้องนอนทันที ทำให้ตอนนี้มีเพียงเขาและเธออยู่ในห้องลำพัง

“ทำไม คิดว่าใครมาเหรอ” น้ำเสียงยียวนของเอเดส ทำให้ปิ่นปักเริ่มไม่ไว้ใจผู้ชายคนนี้อีกแล้ว เขาเหมือนคนสองบุคลิกที่ต่อหน้าคนอื่นทำเป็นดี ขี้เล่น และใจดี แต่กับเธอมันช่างตรงกันข้ามเหลือเกิน

“พี่เอสเข้ามาทำไม มีอะไรกับปิ่น ปิ่นว่าเราออกไปคุยข้างนอกดีกว่า” เสียงหวานบอกอย่างตะกุกตะกัก

“ทำไม...กลัวเหรอ” เสียงทุ้มบอกอย่างกระซิบข้างใบหูของเธอ จนทำเอาร่างบอบบางสั่นสะท้านทันที

“ปะ...เปล่าค่ะ แต่เห็นว่ามันไม่เหมาะสม ออกไปเถอะ” สาวร่างเล็กบอกอย่างอ้อนวอน

“อะไรที่ว่าไม่เหมาะสมเหรอ มากกว่านี้ยังทำมาแล้วเลย” แม้ใจอยากจะแกล้งสาวคนนี้ แต่เมื่อเห็นปากอวบอิ่มทำให้เอเดสนึกอยากจะเอาปากของตัวเองนาบกับปากกระจับนี้เหลือเกิน เพราะความหวานล้ำทำให้เขาตื่นตัวทุกครั้ง

“อย่ามาพูดอะไรน่าเกลียดๆ นะ ลืมมันไปซะเถอะ” เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อเย็นทีไร เธอก็รู้สึกอายตัวเองทุกครั้งที่รับการตอบสนองของชายหนุ่มอย่างน่าไม่อาย

“ลืมได้จริงๆ เหรอ” ขณะที่ชายหนุ่มพูดมือใหญ่ก็ทำการจับหมับที่ไหล่บอบบางทันทีร่างเล็กสะดุ้งด้วยความกลัว เพราะเดาใจผู้ชายคนนี้ยากเหลือเกิน ขนาดเจอกันแค่วันนี้วันแรกก็ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวผู้ชายคนนี้

“ลืมได้ค่ะ ออกไปจากห้องปิ่น ถ้าใครมาเห็นมันจะไม่เหมาะสม” หญิงสาวบอกด้วยเสียงเด็ดขาด แต่มีหรือที่คนดื้อด้านอย่างเอเดสจะฟัง

“หึ...ทำเป็นเล่นตัว เมื่อเย็นไม่เห็นเป็นอย่างนี้” น้ำเสียงดูถูกกลับมาอีกครั้ง ทำให้ปิ่นปักรู้สึกเจ็บหัวใจ

เมื่อเอเดสพูดจบเขาก็ผลักร่างเล็กของปิ่นปักอย่างแรง จนหญิงสาวเซแล้วร่างก็ร่วงลงพื้นอย่างแรง และในจังหวะที่ล้มนั้น สะโพกผายของหญิงสาวก็ไปกระแทกกับขอบเตียงเข้าอย่างจัง

“โอ๊ย!!!”

“อย่ามาสำออย และจำเอาไว้เลยนะปิ่นปัก ว่าตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว และเมื่อฉันอยู่ที่นี่ อย่าหวังว่าเธอจะสงบสุขเด็ดขาด”

“ฉันไปทำอะไรให้คุณ ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วย” หญิงสาวบอกด้วยความเสียใจ และพยายามต่อต้าน แต่เหมือนว่าเธอจะพ่ายเขาทุกที

“หึหึ...อย่าทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย หน้าอย่างเธอดีแต่เสแสร้งแกล้งทำ”

“คนเลว...”

“เอ้อ!!! รู้ว่าฉันเลว แต่ผู้หญิงอย่างเธอคงเลวโดยสันดาน” คำพูดหยาบคายทำเอาใจสาวกระตุก เพราะไม่คิดว่าเอเดสจะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ “และฉันจะบอกเธอเอาไว้นะ ถ้าคิดจะมาฮุบสมบัติของบ้านฉัน อย่าฝันเลย แค่เด็กกาฝาก พ่อแม่ฉันส่งเธอเรียนก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว!!!”

“ปิ่นจะไม่มีวันลืมบุญคุณของคุณท่านทั้งสอง”

“ดี...และอีกอย่างนะ เธอสมควรย้ายออกจากบ้านของฉันให้เร็วที่สุด ฉันให้เวลาเธอถึงแค่สามเดือนเท่านั้นปิ่น หาวิธีออกไปจากครอบครัวของฉัน และอย่าทำให้คุณแม่สงสัยเด็ดขาดเข้าใจไหม!!!” เพราะความเกลียดชัง ทำให้เอเดสพูดออกไปอย่างใส่อารมณ์ ซึ่งเขาคงไม่รู้ว่าปิ่นปักจะเจ็บปวดมากแค่ไหน

“ค่ะ อีกสามเดือนปิ่นจะไปจากทุกคน และจะไม่กลับมาทำให้คุณต้องเห็นหน้าอีก...” นี่คงเป็นชะตาชีวิตของเธอ และเธอก็ไม่เคยลืมว่าครอบครัวนี้มีบุญคุณกับเธอมากแค่ไหน แม้ใจอยากจะตอบแทนบุญคุณคุณท่าน แต่เธอคงทำไม่ได้อีกแล้ว

“ดี...จำคำพูดของตัวเองเอาไว้นะปิ่น เพราะถ้าเธอยังคิดจะลองดีกับฉันด้วยการฟ้องหรือประจบพ่อแม่ของฉัน รับรองเลยว่าเธอจะได้รับบทเรียนที่จำจนวันตายเลย”

“ค่ะ...พูดจบแล้วใช่ไหมคะ งั้นกรุณาออกไปจากห้องของปิ่นด้วยค่ะ”

“คิดว่าฉันอยากจะมาเหยียบที่นี่นักหรือไง” ว่าจบชายร่างสูงก็เดินออกจากห้องของปิ่นปักไป หญิงสาวจึงรีบวิ่งไปล็อคประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันหลังแล้วปล่อยร่างกายให้ฟุบอยู่หน้าประตูทันที

“ฮือๆ ทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้” น้ำตาใสไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอรักและผูกพันกับที่นี่มาก แต่มันก็จริงอย่างที่เอเดสบอกว่าเธอมันก็แค่ส่วนเกินของที่นี่ ไม่ช้าเธอก็ต้องไปอยู่ดี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel