บทที่ 2 ต่อต้าน - 1
“กรี๊ดดดด...ขับช้าๆ หน่อยได้ไหม ฉันกลัว ได้โปรด” เพราะความกลัวทำให้หญิงสาวพูดร้องวิงวอนเอเดสทันที
“ทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งของเธอด้วยยัยเด็กกาฝาก ถ้าทนไม่ไหวก็หัวใจวายไปเลย!!!” ถ้อยคำผรุสวาทที่รุนแรงทำให้ปิ่นปักพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกของตัวเองเอาไว้
“ปิ่นจะไม่ตายตามคำที่คุณพูดหรอก...” ในเมื่อเขาชอบอกชอบใจกับสิ่งที่เธอกลัว เธอจะลุกขึ้นต่อต้านและไม่ยอมให้เขาสมหวังกับการได้รังแกเธอแบบนี้แน่
“เหรอ...แล้วแบบไหนจะตายล่ะ แต่ฉันว่าตายไปเลยมันไม่สนุกหรอก มันต้องตายทั้งเป็นต่างหาก รับรองเธอรับรู้ถึงนรกได้เลยตอนนี้”
“คุณจะทำอะไร” ดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ เพราะไม่รู้ว่าชายคนนี้จะทำอะไรเธอหรือเปล่า
“อยากรู้เหรอว่านรกบนดินมันเป็นยังไง...” เอเดสไม่พูดต่อ แต่เขาตั้งหน้าตั้งตาขับรถเหมือนกำลังไปที่ไหนสักแห่ง จนปิ่นปักรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาในใจ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะตอนนี้เธอขึ้นมาอยู่บนรถของเขาที่ขับด้วยความเร็วสูง และคิดว่าถ้ากระโดดลงจากรถไม่อยากจะคิดสภาพของร่างกายเลยว่าเป็นอย่างไร “ฉันจะทำให้เธอได้ลิ้มรสมันก่อนใครเลยล่ะ”
ความเงียบก่อเกิดในรถ ทำให้หญิงสาวพยายามหาหนทางรอด แต่มองไปทางไหนก็พบแต่ทางตันที่ไม่สามารถหลุดพ้นได้และเวลาผ่านไปสามสิบนาที รถหรูก็ทำการเลี้ยวเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่ออ่านป้ายด้านหน้าก็พบว่ามันเป็นม่านรูดแถวชานเมือง
“คุณจะทำอะไร!!!” หญิงสาวร้องถามทันทีที่อ่านชื่อป้ายทางเข้า
“คิดว่าคนเข้าม่านรูดเขาทำอะไรกันล่ะ” เสียงเยือกเย็นทำเอาร่างกายของปิ่นปักสั่นสะท้าน
“คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ” เสียงหวานเถียงกลับ เพราะเธอไม่ชอบเรื่องแบบนี้ อีกอย่างเธอก็เคยนับถือเขาในฐานะพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่ง
“ทำไมจะทำไม่ได้ เธอก็คงช่ำชองเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เพิ่มฉันอีกสักคนจะเป็นไร เอาหน่อยนะ รับรองฉันจ่ายไม่อั้นแน่ เธอจะได้มีเงินติดตัว ก่อนจะไสหัวออกไปจากบ้านของฉันยังไงล่ะ” คำพูดดูแคลนทำให้ปิ่นปักอดรนทนไม่ไหว เพราะเจ็บเหลือเกินกับคำดูถูกของเขา
เพียะ!!!
เพราะความที่ทนไม่ไหวทำให้ฝ่ามือเล็กฟาดเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่มทันที เพราะเขากำลังทำเหมือนเธอเป็นผู้หญิงหากิน ทั้งๆ ที่เขาเคยเห็นเธอเป็นน้องสาว และเธอก็รักเขาดุจดั่งพี่ชายแท้ๆ
“อย่ามาหยาบคายกับปิ่นแบบนี้นะ ปิ่นไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว...” หญิงสาวมองชายตรงหน้าด้วยสายตาแข็งขึง แต่สิ่งที่ได้รับตอบคือการกระทำอันแสนดุดัน
เมื่อหญิงสาวตบแก้มสาก เอเดสก็เอามือใหญ่ของตัวเองจับที่ต้นแขนเล็กของเธออย่างแรงพร้อมกับบีบไปมา
“ปล่อยนะ ปิ่นเจ็บ” หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดที่ชายหนุ่มกระทำรุนแรงกับเธอแบบนี้
“ถ้าเจ็บก็เลิกพยศสักที เพราะฉันไม่ชอบคนดื้อด้าน!!!” เอเดสพูดจบชายหนุ่มก็เดินลงจากรถ ก่อนจะเปิดประตูฝั่งของปิ่นปัก แล้วลากหญิงสาวออกมา
“ออกมานี่”
“โอ๊ยยย...ปล่อยนะ ปิ่นเจ็บ” เพราะแรงมหาศาลทำให้หญิงสาวไม่สามารถต้านทานได้ จนต้องเดินตามเขาเข้าห้องไปในที่สุด
เมื่อเข้ามาในห้องแล้วปิ่นปักก็รับรู้ถึงกลิ่นอับของที่พัก จนหญิงสาวอยากจะเดินออกทันที แต่ก็ทำไม่ได้เพราะมีร่างใหญ่ขวางทางอยู่
“ปล่อย!!” พูดไม่ทันขาดคำมือใหญ่ที่จับอยู่ก็ปล่อยทำให้หญิงสาวเสียหลักล้มลงบนเตียงอย่างแรง “โอ๊ย...เจ็บนะ”
“ก็เธอบอกให้ฉันปล่อยฉันก็ปล่อยยังไงล่ะ” แม้ปากจะพูดกับหญิงสาว แต่สายตาของเอเดสกลับมองกระโปรงที่ถลกขึ้นของปิ่นปัก จนเผยให้เห็นปลีน่องขาวเนียน จนชายใจแกร่งดุจหินผาต้องหวั่นไหว แม้จะผ่านผู้หญิงมามาก แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกเลือดสูบฉีดเท่านี้มาก่อน ขาเรียวเล็กที่เขากำลังจินตนาการเมื่อมันพันรัดที่รอบสะโพกสอบของเขา และปลายเท้าที่จิกลงบนต้นขากำยำ อยากจะรู้นักว่ามันจะวิเศษเพียงใด
“คนใจร้าย...” สาวร่างเล็กบอกอย่างตัดพ้อ
เพราะเอเดสมัวแต่มองร่างระหงที่แสนเย้ายวน ทำให้ชายหนุ่มไม่ได้ยินคำพูดล่าสุดของหญิงสาว จนปิ่นปักแปลกใจ แต่เมื่อเห็นสายตาของเขาที่มองร่างกายของเธออย่างจาบจ้วง ทำให้หญิงสาวดีดตัวขึ้นนั่งแล้วจัดระเบียบร่างกายให้เรียบร้อยมากที่สุด
“มองอะไร!!”
“คิดว่ามองอะไรล่ะ” คำพูดยียวนทำให้สาวร่างเล็กรู้สึกควันออกหูที่เขากำลังพูดจากวนประสาทเธอ ทั้งๆ ที่เธอเห็นหยกๆ ว่าเขากำลังมองอะไร
“ปล่อยฉันไปได้แล้ว ฉันอยากกลับบ้าน”
“ฉันว่าแค่ที่ที่เธออาศัยอยู่เท่านั้น”
“จะอะไรก็ช่าง แต่คุณไม่มีสิทธิ์พาฉันมาที่นี่”
“เหรอ...แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน” น้ำเสียงของชายหนุ่มเริ่มกระด้างมากขึ้น พร้อมแววตาที่มองเธอด้วยสายตาวาวโรจน์ จนหญิงสาวรู้สึกกลัว
“เอ่อ...”
“จะบอกอะไรให้นะว่าครอบครัวของฉันมีบุญคุณกับเธอมากที่สุด แล้วเธอไม่คิดว่าจะตอบแทนบุญคุณบ้างหรือไง” ว่าจบชายหนุ่มย่างสามขุมเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ปลายเตียง
“จะทำอะไร...” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะกระถดถอยหลังไปจนรับรู้ว่าแผ่นหลังแตะกับหัวเตียงอย่างช่วยไม่ได้
“ถอยทำไม กลัวเหรอ” เสียงนุ่มที่แฝงไปด้วยความดุดันทำให้ปิ่นปักกรอกตาไปมาด้วยความหวั่นวิตกและพยายามหาทางหนีทีรอด แต่ดูๆ ไปแล้วหนทางของเธอช่างริบหรี่เหลือเกิน
“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ” หญิงสาวร้องด้วยเสียงสั่นเครือ
“ทำเป็นไม่เคยไปได้นะ ฉันรู้นะว่าเธอมันช่ำชองเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว อย่าทำเป็นอินโนเซ้นต์ไปเลยปิ่นปัก” เพราะความที่เจอผู้หญิงมามากทำให้เขาเข้าใจว่าปิ่นปักไม่ต่างกับผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา
“อย่ามาดูถูกฉันนะ!!!” แม้จะกลัว แต่เมื่อถูกรังแกทำให้ปิ่นปักพยายามสู้เพื่อหาทางเอาตัวรอด
“ฉันจะดูถูก จะทำไมเหรอ...มานี่” ว่าจบชายหนุ่มก็ทำการกระชากร่างบอบบางของหญิงสาวเข้าหา ส่งผลให้คนตัวเล็กกว่าเซถลาเข้าหาชายหนุ่มทันที
“โอ๊ย...”
“อยากจะรู้นักยัยเด็กกาฝากว่าอยู่บ้านของฉันสุขสบาย มีเงินใช้เที่ยวใช้ปรนเปรอความสุขแบบนี้ เอาเงินบ้านฉันไปถลุงเล่นเท่าไหร่แล้ว หุ่นสวยๆ แบบนี้ ร่างกายขาวผ่องแบบนี้คงอัพมาเยอะสินะ”
“อื้อ...ปล่อยฉันนะ อยากจะคิดอะไรก็เรื่องของคุณ”
“และฉันอยากจะรู้นักว่าร่างกายของเธอมันจะนุ่มนิ่มแค่ไหนยัยเด็กกาฝาก” ว่าจบชายหนุ่มก็ทำการเหวี่ยงร่างบางไปที่เตียงอีกครั้ง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทำการโน้มทับคนตัวเล็กกว่าทันที
“กรี๊ด!! ปล่อยนะ” ปิ่นปักร้องออกมาเมื่อร่างสูงใหญ่โน้มกายเข้ามาใกล้ เธอรับรู้ถึงอุณหภูมิในร่างกายที่เริ่มเปลี่ยนแปลง ความร้อนระอุอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่รู้ว่าต้นตอมาจากไหนกันแน่
“ทำมาเป็นสะดีดสะดิ้ง เล่นตัวไปได้นะปิ่น ฉันรู้ว่าเธอเองก็อยากเหมือนกัน มาสิ ฉันเนี่ยแหละจะสนองเธอเอง” สิ้นเสียงทุ้ม เอเดสก็ทำการปลดเข็มขัดของตัวเองออก ก่อนที่จะเหวี่ยงมันทิ้งอย่างแรง ทำเอาสาวเจ้าตกใจกลัว เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน แถมยังเป็นคนที่เธอรักและเคารพมากคนหนึ่งด้วย
“อย่าทำปิ่น...” หญิงสาวร้องโอดครวญ เพราะเธอกำลังหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังเผชิญ ถ้าเอเดสทำอะไรเธอขึ้นมาจริงๆ เธอจะทำอย่างไร
“กลัวเหรอ ดีๆ กลัวให้มาก เพราะยิ่งเธอกลัวฉันก็ยิ่งสะใจ” ใบหน้าเหี้ยมโหดของชายหนุ่มทำเอาปิ่นปักหมดสิ้นหนทาง เธอไม่รู้จะช่วยตัวเองอย่างไรดี เพราะความที่ชายหนุ่มมีแรงมากกว่าทำให้เธอสู้เขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
มือใหญ่ทำการปลดเสื้อนักศึกษาสีขาวสะอาดของหญิงสาวออกด้วยอาการมือสั่น ทั้งๆ ที่เวลาที่เขามีอะไรกับผู้หญิงไม่เคยประหม่าเท่านี้มาก่อนเลย
