


นิยาย


ข้าควรบอกความจริง หรือสวมรอยเป็นภรรยาเอกผู้แสนดีดีนะ?
คำโปรย… เพราะสามีได้รับบาดเจ็บจนความจำเสื่อม เวินซู่เหยา จึงฉวยโอกาสเผาหนังสือหย่าทิ้ง แล้วสวมรอยเป็นภรรยาเอกสุดที่รักที่สามีตามใจเป็นที่หนึ่ง แผนการลวงโลกเกือบจะราบรื่นอยู่แล้ว หากลู่ฉางเยว่ไม่บังเอิญเปิดประตูห้องหนังสือเข้ามาพบหลักฐานความเกลียดชังในอดีตที่เขาเขียนด้วยลายมือตนเองเข้าเสียก่อน! ลู่ฉางเยว่คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอ่าน แล้วหรี่ตามองภรรยาตัวน้อยในอ้อมแขนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ฮูหยิน... ไหนเจ้าบอกว่าข้ารักเจ้าจนไม่อาจห่างกาย เหตุใดลายมือของข้าจึงเขียนสั่งห้ามเจ้าก้าวเท้าเข้าห้องหนังสือเกินสามก้าว?" เวินซู่เหยาหัวใจกระตุกวูบ นางรีบตีหน้าซาบซึ้งใจแล้วชี้กวางเป็นม้าทันที "ท่านพี่ลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ เมื่อเดือนก่อนข้าไอไม่หยุดเพราะต้องลมหนาว ท่านพี่กลัวข้าจะได้รับไอเย็นในห้องหนังสือจนป่วยหนัก จึงแกล้งเขียนป้ายขู่ไว้เพราะความห่วงใยอย่างไรเล่าเจ้าคะ!" "แล้วฉากกั้นไม้ที่เคยวางคั่นกลางเตียงในห้องนอนนั่นเล่า?" "อ๋อ! ท่านพี่สั่งทำไว้เพื่อเล่นซ่อนหากับข้าในห้องนอนยามค่ำคืนอย่างไรเล่าเจ้าคะ ท่านพี่ชอบให้ข้าวิ่งไล่จับท่านพี่รอบฉากกั้นเป็นที่สุด!" เวินซู่เหยานึกว่าตนเองเอาตัวรอดไปได้แล้ว จึงเขย่งปลายเท้าหอมแก้มปิดปากเขาไปหนึ่งที ทว่าตกดึกคืนนั้น... สามีผู้เถรตรงกลับหอบหมอนและแบกฉากกั้นไม้อันนั้นเดินเข้ามาในห้องนอนของนาง พร้อมเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ในเมื่อเรารักกันลึกซึ้งถึงเพียงนี้ คืนนี้ข้าจะมานอนร่วมเตียง... และเล่นซ่อนหากับเจ้าเอง"


ตัวประกอบอย่างข้า ขอลาออกจากการเป็นภรรยาของท่านโหว
"ข้าเหนื่อยแล้ว ขอยื่นใบลาออกล่วงหน้าสามสิบวันเจ้าค่ะ!" "เหนื่อยก็พักเถิด งานในจวนข้าจะให้พ่อบ้านจัดการแทน" "มิใช่เจ้าค่ะ! ข้าหมายถึงลาออกจากการเป็นภรรยาท่าน หย่า! เลิกรา! แยกย้าย!" สิ้นคำอธิบายของภรรยา กระดาษในมือของท่านแม่ทัพก็ถูกขยำจนแหลกละเอียด ร่างสูงผุดลุกขึ้นตวาดลั่นจนจวนแทบแตก "หย่ารึ? ไอ้ใบลาออกบ้าบอนี่ข้าไม่อนุมัติ! เล่อซาน! สั่งทหารร้อยนายมาปิดประตูจวนเดี๋ยวนี้ หากข้าไม่สั่ง ห้ามฮูหยินก้าวเท้าออกไปแม้แต่ครึ่งก้าว!"


ฮูหยินปลาเค็มกับสามีจอมบงการ
คำโปรย… ซางเหมียน บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการ ผู้รักความสงบและการนอนเป็นชีวิตจิตใจ ต้องแต่งงานเข้าจวนอู่อันโหว เว่ยฉือเซียวแม่ทัพหนุ่มผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัย วันแรก เขาปลุกนางให้ตื่นยามเหม่าไปวิ่งรอบจวน วันที่สอง เขาบังคับให้นางคัดตำราพิชัยสงคราม วันที่สาม เขาขู่จะจับนางไปฝึกทหาร! นางตั้งใจจะใช้ชีวิตเป็นปลาเค็มตากแห้งที่ไร้ปากเสียง แต่สามีตัวดีกลับไม่ยอมปล่อยให้นางอยู่นิ่ง ทว่า... ภายใต้ความเข้มงวดนั้นกลับมีความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ และภายใต้ความเกียจคร้านของนาง ก็มีความเฉลียวฉลาดที่พร้อมจะปกป้องสามี "ท่านพี่ วันนี้ข้าของดวิ่งได้หรือไม่เจ้าคะ" "ได้ แต่คืนนี้เจ้าต้องออกแรงอย่างอื่นแทนนะฮูหยิน"


ม่านหมอกลวงตา มายาลวงใจ
ฉางหนิงโหวผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าศาลต้าหลี่ มีชีวิตที่เปรียบดั่งผ้าขาวสะอาด เป็นระเบียบและยึดมั่นในกฎหมาย ทว่าความสงบสุขนั้นต้องพังทลายลง เมื่อเขาต้องมาพัวพันกับเจียงลั่วเสวี่ย หรือ ตวนอี้จวิ้นจู่ หลานสาวคนโปรดของฮองเฮา สตรีที่ได้ชื่อว่า งามสง่าเพียงแค่ชื่อ แต่ตัวจริงกลับซุกซนและสอดรู้สอดเห็นเป็นที่หนึ่ง! คดีฆาตกรรมนางละครในงานเลี้ยงน้ำชาชักนำทั้งคู่มาพบกัน นางมีเบาะแสลับที่ได้จากสาวใช้ช่างจ้ออย่างอิงเกอ ส่วนเขามีอำนาจที่นางอยากยืมใช้เพื่อหนีการดูตัว ข้อตกลงลับๆ จึงเกิดขึ้น... "ท่านโหว ท่านตามติดข้าเช่นนี้ หรือว่าแอบมีใจให้ข้าเสียแล้ว?" "ท่านหญิงโปรดสำรวมวาจา ที่ข้าติดตามท่าน เพราะท่านเป็นพยานปากเอกในคดีฆาตกรรม มิใช่เพราะความพิศวาสแต่อย่างใด" "ปากแข็ง! ระวังเถิด วันใดที่ข้าไม่ให้ท่านตาม วันนั้นท่านจะกระวนกระวายใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ" เจียงลั่วเสวี่ย เพียงกล่าวหยอกเย้า แต่หารู้ไม่ว่า วาจานั้นจะกลายเป็นความจริงในอีกไม่ช้า...


เหตุใดตัวร้ายถึงหน้าตาดีกว่าพระเอก
นิยายเรื่องนี้คงเขียนขึ้นมาผิดพลาดเป็นแน่แท้ พระเอกที่ควรจะหล่อเหลาสง่างาม กลับกลายเป็นบุรุษหน้าตาดาษดื่นผู้มีดีเพียงชาติกำเนิด ส่วนตัวร้ายที่สมควรจะมีหน้าตาอัปลักษณ์และเหี้ยมโหด กลับงดงามเสียจนสตรีที่งามล่มเมืองยังต้องละอาย จ้าวซืออินไม่อาจทนมองความอยุติธรรมนี้ได้ นางจึงตั้งปณิธานว่าจะต้องพลิกบทบาท นำพาประมุขพรรคมารโม่เยว่เทียนผู้เลอโฉมให้รอดพ้นจากจุดจบอันน่าอนาถตามเนื้อเรื่องเดิม แม้จะต้องเผชิญหน้ากับทั้งยุทธภพก็ตาม “ลู่ผิง เจ้าดูสิ บุรุษที่งดงามปานนั้น หากต้องตายตกไปเพราะฝีมือรัชทายาทหน้าจืด สวรรค์คงไร้ซึ่งเมตตาธรรมแล้ว” “คุณหนู โปรดระวังคำพูดด้วยเถิดเจ้าค่ะ”


ข้าอุตส่าห์ปูทางให้นางเอก... ไยพระเอกถึงเดินเลี้ยวมาหาข้าเล่า!
คำโปรย… เมื่อสวรรค์เล่นตลก ส่งดวงวิญญาณสาวจากโลกยุคปัจจุบันให้ย้อนเวลามาสวมร่างเฉินหลันซิน บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนเสนาบดีกรมพิธีการ ผู้มีชะตาอาภัพเป็นเพียงหินรองฝ่าเท้าให้หลินซูอี่ก้าวข้ามไปครองคู่กับพระเอก และต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถในท้ายเรื่อง นางหรือจะยอมตายไร้ชื่อในหลุมศพเย็น ในเมื่อล่วงรู้บทสรุป ลู่ทางรอดเดียวคือต้องรีบผูกด้ายแดงให้พระเอกนางเอกได้ครองคู่กันเร็วที่สุด ยิ่งจบไว ชีวิตนางยิ่งปลอดภัย! ปฏิบัติการยัดเยียดวาสนาจึงเริ่มขึ้น... เฉินหลันซินงัดทุกกลยุทธ์ในตำราพิชัยสงครามรักออกมาใช้ ไม่ว่าจะจัดฉากตกน้ำ สร้างสถานการณ์วีรบุรุษช่วยสาวงาม หรือแม้กระทั่งวางแผนให้ทั้งสองต้องติดฝนในศาลาร้างสองต่อสอง โดยมีสองสาวใช้คู่ใจคอยดูต้นทาง ทว่า... เป้าหมายอย่าง ฮั่วจื่อเซียน หรือก็คือติ้งกั๋วกง ผู้บัญชาการกองทัพฉางเยี่ยนอันเกรียงไกร กลับมิใช่ตะเกียงขาดน้ำมันให้ผู้ใดมาชักจูงได้ง่ายดาย ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง นัยน์ตาสีนิลกลับมองทะลุแผนการตื้นเขินเหล่านั้นจนหมดสิ้น สิ่งที่เขาสนใจมิใช่แม่นางหลินผู้บอบบางดั่งกิ่งหลิว แต่กลับเป็นแม่สื่อจอมเจ้าเล่ห์ที่แอบซุ่มดูผลงานอยู่หลังพุ่มไม้ต่างหาก! ยิ่งนางพยายามผลักไสเขาให้สตรีอื่น เขากลับยิ่งรู้สึกว่านางช่างน่าค้นหา ยิ่งนางทำตัวฉลาดเฉลียว เขากลับยิ่งอยากปราบพยศ สตรีทั่วหล้าล้วนอยากปีนขึ้นเตียงเขา แต่เฉินหลันซินผู้นี้กลับวางแผนถวายเขาใส่พานให้ผู้อื่น ช่างบังอาจนัก! ในที่สุด ความอดทนของติ้งกั๋วกงฮั่วจื่อเซียนก็สิ้นสุดลง แทนที่เขาจะเดินตามแผนไปประคองนางเอกที่ล้มอยู่ตามบท เขากลับกระโจนข้ามหลุมพรางที่นางขุดไว้อย่างไม่ไยดี ตรงดิ่งเข้ามาหาคนบงการ รวบเอวบางของเฉินหลันซินขึ้นพาดบ่าแกร่ง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าองครักษ์และสาวใช้ ริมฝีปากหยักได้รูปกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้คนฟังถึงกับเข่าอ่อน “ในเมื่อเจ้าขยันปูทางให้ข้านัก เช่นนั้นก็จงมาร่วมเดินบนเส้นทางสายนี้กับข้าจนแก่เฒ่าเถิด ฮูหยินของข้า...”


เป็นตัวประกอบผู้ร่ำรวยนั้นดียิ่ง แต่ไฉนพระเอกถึงตามตื๊อไม่เลิก
ซูจินเยว่ หญิงสาวบ้างานในยุคปัจจุบัน ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวประกอบ บุตรีคหบดีตระกูลซูที่รวยล้นฟ้า ในนิยายจุดจบของนางคือบ้านแตกสาแหรกขาดเพราะไปหลงรักพระเอก เป้าหมายใหม่ของนางคือ ใช้เงินแก้ปัญหา นอนกลิ้งบนกองเงินกองทอง และครองตัวเป็นโสด แต่ทว่ารุ่ยอ๋อง เซียวจิ่งถิง พระเอกผู้แสนเย็นชาและโหดเหี้ยม กลับเริ่มทำตัวแปลกไปแทนที่จะไปตามตื๊อ 'ฉู่เหยาเหยา' นางเอกต้นฉบับ เขากลับมาวนเวียนอยู่รอบกายซูจินเยว่ คอยจับผิดนางและแย่งขนมนางกิน! "ท่านอ๋อง... จวนอ๋องของท่านขัดสนเรื่องเสบียงหรือเพคะ เหตุใดจึงมาแย่งขนมดอกกุ้ยของข้า" "ขนมของเจ้าอร่อยกว่าขนมในจวนอ๋องของข้ามากนัก... และเจ้าก็น่าสนใจกว่าสตรีน่ารำคาญพวกนั้น"


สตรีชั่วช้าอันดับหนึ่งคือฉายาที่ข้าปั้นแต่ง
เนี่ยซวง บุตรสาวแม่ทัพใหญ่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ คือการได้นอนกลิ้งเกลือกบนกองเงินกองทองโดยไร้สามีมากวนใจ นางจึงลงทุนสร้างภาพลักษณ์ให้ตนเองกลายเป็นสตรีชั่วช้าอันดับหนึ่ง ทั้งหยาบคาย ไร้ยางอาย และจิตใจคับแคบ หวังให้บุรุษทั่วเมืองหลวงขยาด ทว่าแผนการอันสมบูรณ์แบบกลับพังทลาย เมื่อนางไปเตะตา มู่หรงจิ่ง ชินอ๋องผู้สำเร็จราชการที่มีฉายาว่ายมทูตหน้าหยก คนอื่นมองว่านางบ้า... แต่เขากลับมองเห็นความฉลาดที่ซ่อนอยู่ คนอื่นวิ่งหนีนาง... แต่เขากลับเดินหน้าไล่ต้อน "ในเมื่อเจ้าอยากเป็นสตรีชั่วช้า เปิ่นหวางก็จะส่งเสริม... เริ่มจากแต่งเข้ามาเป็นชายาจอมโหดของเปิ่นหวางเป็นอย่างไร?"