ข้าอุตส่าห์ปูทางให้นางเอก... ไยพระเอกถึงเดินเลี้ยวมาหาข้าเล่า!

77.0K · จบแล้ว
Tauriel
40
บท
862
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

คำโปรย… เมื่อสวรรค์เล่นตลก ส่งดวงวิญญาณสาวจากโลกยุคปัจจุบันให้ย้อนเวลามาสวมร่างเฉินหลันซิน บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนเสนาบดีกรมพิธีการ ผู้มีชะตาอาภัพเป็นเพียงหินรองฝ่าเท้าให้หลินซูอี่ก้าวข้ามไปครองคู่กับพระเอก และต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถในท้ายเรื่อง นางหรือจะยอมตายไร้ชื่อในหลุมศพเย็น ในเมื่อล่วงรู้บทสรุป ลู่ทางรอดเดียวคือต้องรีบผูกด้ายแดงให้พระเอกนางเอกได้ครองคู่กันเร็วที่สุด ยิ่งจบไว ชีวิตนางยิ่งปลอดภัย! ปฏิบัติการยัดเยียดวาสนาจึงเริ่มขึ้น... เฉินหลันซินงัดทุกกลยุทธ์ในตำราพิชัยสงครามรักออกมาใช้ ไม่ว่าจะจัดฉากตกน้ำ สร้างสถานการณ์วีรบุรุษช่วยสาวงาม หรือแม้กระทั่งวางแผนให้ทั้งสองต้องติดฝนในศาลาร้างสองต่อสอง โดยมีสองสาวใช้คู่ใจคอยดูต้นทาง ทว่า... เป้าหมายอย่าง ฮั่วจื่อเซียน หรือก็คือติ้งกั๋วกง ผู้บัญชาการกองทัพฉางเยี่ยนอันเกรียงไกร กลับมิใช่ตะเกียงขาดน้ำมันให้ผู้ใดมาชักจูงได้ง่ายดาย ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง นัยน์ตาสีนิลกลับมองทะลุแผนการตื้นเขินเหล่านั้นจนหมดสิ้น สิ่งที่เขาสนใจมิใช่แม่นางหลินผู้บอบบางดั่งกิ่งหลิว แต่กลับเป็นแม่สื่อจอมเจ้าเล่ห์ที่แอบซุ่มดูผลงานอยู่หลังพุ่มไม้ต่างหาก! ยิ่งนางพยายามผลักไสเขาให้สตรีอื่น เขากลับยิ่งรู้สึกว่านางช่างน่าค้นหา ยิ่งนางทำตัวฉลาดเฉลียว เขากลับยิ่งอยากปราบพยศ สตรีทั่วหล้าล้วนอยากปีนขึ้นเตียงเขา แต่เฉินหลันซินผู้นี้กลับวางแผนถวายเขาใส่พานให้ผู้อื่น ช่างบังอาจนัก! ในที่สุด ความอดทนของติ้งกั๋วกงฮั่วจื่อเซียนก็สิ้นสุดลง แทนที่เขาจะเดินตามแผนไปประคองนางเอกที่ล้มอยู่ตามบท เขากลับกระโจนข้ามหลุมพรางที่นางขุดไว้อย่างไม่ไยดี ตรงดิ่งเข้ามาหาคนบงการ รวบเอวบางของเฉินหลันซินขึ้นพาดบ่าแกร่ง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าองครักษ์และสาวใช้ ริมฝีปากหยักได้รูปกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้คนฟังถึงกับเข่าอ่อน “ในเมื่อเจ้าขยันปูทางให้ข้านัก เช่นนั้นก็จงมาร่วมเดินบนเส้นทางสายนี้กับข้าจนแก่เฒ่าเถิด ฮูหยินของข้า...”

นิยายรักโรแมนติกนิยายกำลังภายในเกิดใหม่ในนิยายนิยายจีนโบราณนางเอกเก่งจีนโบราณโรแมนติก

ตอนที่ 1

กลิ่นกำยานหอมกรุ่นลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นสมุนไพรจางๆ ที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและวิงเวียนไปพร้อมกัน แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายวิหคถลาลม ทอทาบลงบนพื้นพรมขนสัตว์ราคาแพงที่ปูลาดไปทั่วห้องนอนกว้าง

บนเตียงไม้แกะสลักสี่เสา มุ้งไหมสีกลีบบัวถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตด้วยตะขอทองคำรูปผีเสื้อ ร่างบอบบางของสตรีผู้หนึ่งค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นนั่ง พิงแผ่นหลังเข้ากับหัวเตียงที่บุด้วยผ้าไหมเนื้อดี นิ้วมือเรียวยาวดุจลำเทียนยกขึ้นนวดคลึงขมับตนเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความมึนงงที่ยังคงหลงเหลืออยู่

ดวงตาคู่สวยดุจเมล็ดซิ่งกวาดมองไปรอบห้องด้วยแววตาที่สงบนิ่ง ผิดวิสัยสตรีที่เพิ่งฟื้นจากพิษไข้ ภาพสะท้อนในคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง เผยให้เห็นดรุณีวัยแรกแย้มผู้มีผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะแรกฤดู ริมฝีปากแดงระเรื่อราวผลอิงเถา แม้ใบหน้าจะดูซีดเซียวไปบ้าง แต่ก็มิอาจบดบังความงดงามที่ฟ้าประทานมาให้ได้

นางคือเฉินหลันซิน บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนเสนาบดีกรมพิธีการ สตรีผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมและทรัพย์สมบัติ

ทว่า... ภายใต้เปลือกนอกที่งดงามนั้น วิญญาณที่สิงสถิตอยู่ภายในกลับหาใช่คุณหนูเฉินผู้เย่อหยิ่งจองหองคนเดิมไม่ หากแต่เป็นดวงวิญญาณจากยุคปัจจุบันที่ตระหนักรู้ชะตากรรมของตนเองเป็นอย่างดี

“เฉินหลันซิน...” น้ำเสียงหวานใสพึมพำกับตนเอง นางจำได้แม่นยำว่าโลกใบนี้คือเนื้อหาในนิยายเล่มหนาที่นางเคยอ่านผ่านตา และบทบาทของเฉินหลันซินผู้นี้ ก็เป็นเพียงหินรองฝ่าเท้าให้แก่นางเอกอย่างหลินซูอี่ ได้ก้าวข้ามไปครองคู่กับพระเอกผู้ทรงอำนาจ

จุดจบของเฉินหลันซินในนิยายนั้นช่างน่าสังเวช ถูกเนรเทศไปชายแดน ตระกูลล่มสลาย และจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บ เพียงเพราะนางริษยาและคอยขัดขวางวาสนาของพระเอกและนางเอก

“เรื่องอันใดข้าต้องเอาชีวิตไปทิ้งเช่นนั้นเล่า” นางแค่นหัวเราะในลำคอ “วาสนาของพวกท่าน ข้าจะใส่พานประเคนให้ถึงที่เลยเชียว ขอเพียงพวกท่านรักกันให้ไว ข้าจะได้รีบหนีไปใช้ชีวิตเสวยสุขกับกองเงินกองทองเสียที”

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากหน้าประตู ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเข้ามาอย่างระมัดระวัง สาวใช้สองนางเดินเข้ามาในห้องด้วยกิริยานอบน้อม

คนแรกสวมชุดสีเขียวอ่อน หน้าตาท่าทางเฉลียวฉลาด นามว่าอินฉือ ในมือประคองถาดใส่อ่างล้างหน้าทองเหลืองที่มีไออุ่นลอยกรุ่นอยู่ ส่วนอีกคนสวมชุดสีชมพูจาง ท่าทางกระฉับกระเฉง นามว่าฉิงเหอ ถือถาดใส่ถ้วยยาและผลไม้เชื่อม

“คุณหนู! ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ” ฉิงเหอรีบวางถาดลงบนโต๊ะแล้วรีบเดินเข้ามาข้างเตียง สีหน้าฉายแววดีใจจนปิดไม่มิด “บ่าวตกใจแทบแย่ ท่านหลับไปตั้งสามวันสามคืน ท่านหมอบอกว่าท่านตกใจจนจับไข้ แต่บ่าวว่าต้องเป็นเพราะอาถรรพ์สระบัวท้ายจวนแน่ๆ”

“ฉิงเหอ อย่าเอะอะไป รบกวนคุณหนูเปล่าๆ” อินฉือเอ่ยปรามเสียงเรียบ ก่อนจะนำผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดใบหน้าให้ผู้เป็นนายอย่างเบามือ “คุณหนู ท่านรู้สึกเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ยังปวดศีรษะอยู่หรือไม่”

เฉินหลันซินมองสาวใช้คนสนิททั้งสองด้วยความเอ็นดู ในนิยายสองคนนี้จงรักภักดีต่อนางจนวาระสุดท้าย ยอมลำบากติดตามไปชายแดนและตายตกไปพร้อมกัน

“ข้าดีขึ้นมากแล้ว เพียงแต่มึนงงเล็กน้อย” เฉินหลันซินเอ่ยตอบ น้ำเสียงของนางใสกังวาน “ช่วงที่ข้าหลับไป มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นในเมืองหลวงบ้างหรือไม่”

ฉิงเหอทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้ รีบรายงานทันที “มีเจ้าค่ะ! เรื่องใหญ่มากด้วยเจ้าค่ะคุณหนู ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างโจษจันกันให้แซ่ด ว่ากองทัพฉางเยี่ยนของติ้งกั๋วกงฮั่วจื่อเซียน กำลังจะเคลื่อนทัพถึงประตูเมืองในยามเว่ยของวันนี้แล้วเจ้าค่ะ!”

ชื่อของบุรุษผู้นั้นทำให้เฉินหลันซินชะงักไปครู่หนึ่ง

ฮั่วจื่อเซียน... ติ้งกั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่ แม่ทัพไร้พ่ายแห่งแคว้น ผู้บัญชาการกองทัพฉางเยี่ยนที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิต เล่าลือกันว่าเขาสามารถบั่นคอข้าศึกนับร้อยได้โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย

เขาคือพระเอกที่เย็นชากับคนทั้งโลก แต่จะอ่อนโยนกับนางเอกเพียงผู้เดียว และแน่นอน เขาคือเพชฌฆาตที่จะสั่งประหารตระกูลเฉินในอนาคต หากนางยังทำตัวงี่เง่าเหมือนเดิม

“ยามเว่ยวันนี้หรือ...” เฉินหลันซินพึมพำ คำนวณเวลาในใจ ตอนนี้เพิ่งจะยามซื่อ ยังพอมีเวลา

ตามบทเดิม วันนี้เฉินหลันซินคนเก่าจะต้องแต่งตัวงดงามไปดักรอขบวนทัพที่โรงน้ำชาเพื่อยลโฉมติ้งกั๋วกง และจะเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกับหลินซูอี่นางเอกของเรื่อง จนทำให้ฮั่วจื่อเซียนเกิดความรังเกียจเฉินหลันซินตั้งแต่แรกพบ

ไม่ได้การแล้ว ข้าจะปล่อยให้เหตุการณ์เป็นเช่นนั้นไม่ได้ นางคิดในใจ

“คุณหนูจะไปชมขบวนทัพหรือไม่เจ้าคะ” ฉิงเหอถามด้วยความตื่นเต้น “บ่าวได้ยินมาว่า ท่านกั๋วกงรูปงามดั่งเทพเซียนจำแลง สตรีทั่วเมืองหลวงต่างจับจองที่นั่งในโรงน้ำชาจนเต็มหมดแล้ว หากคุณหนูอยากไป บ่าวจะรีบไปแจ้งพ่อบ้านให้เตรียมรถม้า”

เฉินหลันซินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์วูบหนึ่ง “ไปสิ เรื่องสนุกเช่นนี้ ข้าจะพลาดได้อย่างไร แต่อินฉือ เจ้าไปเตรียมชุดที่ดูเรียบง่ายที่สุดให้ข้าที เอาสีฟ้าอ่อนปักลายเมฆมงคลก็พอ ไม่ต้องประโคมเครื่องประดับมากมาย”