

นิยาย


Secret of Love at First Sight
"ไอ้แย้มโว้ยย" ปกติคนที่ไม่สนิทจะเรียกเธอแยม หนูแย้มหรือแย้มจะมีแค่เพื่อนสนิทและพ่อแม่เท่านั้นที่เรียกชื่อนี้ "อะไรของกำนันเนี่ย" เธอมักจะเรียกพ่อตัวเองว่ากำนัน หญิงสาวชะโงกหน้าลงไปมองทางหน้าต่าง กำนันขุน หรือ ขุนแทน ยืนเท้าเอวมองลูกสาวอยู่ลานบ้าน "ขับรถให้หน่อยข้าจะอุ้มไก่" ดวงตากลมโตขยับมองไปยังไก่ตัวโปรดที่พ่ออุ้มอยู่ "กำนันไม่ให้ลูกน้องอุ้มให้อ่ะ" เธอหมายถึงลูกน้องที่เป็นทุกอย่างให้พ่อเธอ ปกติตัวติดกันตลอด วันนี้กลับไม่เห็นอีกคนเดินตาม "เอ็งนั่นแหละลงมาเร็ว" กำนันไม่ตอบ เร่งลูกสาวแทน "ค่าจ้างด้วย" สำหรับเธอแล้วทุกวินาทีมีค่าเสมอ ใครใช้เธอไปหมด แต่ต้องมีค่าบริการทุกครั้ง หากไม่จ่ายหรือคิดเบี้ยวเธอตามถึงบ้านแน่นอน "กับข้ายังคิดนะเอ็ง" "หนูรู้ว่ากำนันตีไก่ชนะ" มีหรือที่ผู้เป็นพ่อจะโกหกเธอได้ ช่วยปกปิดความลับขนาดนี้ ค่าปิดปากต้องมีเพิ่มทุกเดือน "แสนรู้จริง ๆ ลูกกู" กำนันพึมพำก่อนจะเดินไปรอยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกล "หนูคนนะ!" "อ้าวเรอะ" พ่อลูกที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาของบ้าน ปรื้น~ "ขับดี ๆ หน่อยสิวะ" กำนันขุนตะโกนบอกลูกสาว เขานั่งอยู่หลังกระบะโดยมีหนูแย้มทำหน้าที่ขับรถไปส่งยังสนามตีไก่ หนูแย้มขับไปตามถนนชนบทเรื่อย ๆ เธอหลบทุกอย่างที่หลบได้แม้กระทั่งกองอุจจาระวัว เธอสามารถผ่านมันไปได้โดยไม่ต้องหลบ แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะหลบมัน.. "พูดอะไรของเขาน่ะ" เธอมองผ่านกระจกหลังเห็นผู้เป็นพ่อเอาแต่พึมพำอะไรสักอย่างซึ่งเธอไม่ได้ยิน หนูแย้มขับมาจนถึงที่หมาย เอี๊อดด!! ผู้คนนับสิบในละแวกนั้นต่างพากันหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงเบรกรถลากยาวมาแต่ไกลของหญิงสาว "ถึงแล้วกำนัน!" ใบหน้าเล็กชะโงกหน้าตะโกนบอกพ่อตัวเอง "เออ ข้ารู้แล้ว" กำนันขุนอุ้มไก่ลงจากรถพลางปัดฝุ่นที่เกาะตามตัวและใบหน้า จังหวะหมุนตัวจะเดินเข้าสนามไป "ค่าจ้างด้วยจ้าา" มือเล็กยื่นไปตรงหน้า กำนันขุนปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะล่วงกระเป๋าหยิบเงินไปวางให้เธอยี่สิบบาท ในใจก็คิดว่าลูกสาวตนลงจากรถตอนไหน ทำไมไม่ได้ยินเสียงเดิน "เอาไป" ยัดเงินใส่มือก่อนจะรีบหนีไปอีกทาง "ได้ไงอ่ะ!" "ติดไว้ก่อนเว้ยย" "อีกละ" วันนี้พ่อเธอติดค่าบริการสามครั้งแล้ว เธอจะทบต้นทบดอกให้หนักเลยคอยดู ปรื้นน!!~ "มันจะรีบไปหาแม่มันหรือไง" มองตามลูกสาวพลางสายหน้าปลง


พลาดรักนายเพลย์บอย
"นี่ลุงดีแลน เพื่อนสนิทป๊าเอง" เขาแนะนำเพื่อนให้ลูกสาวรู้จัก "สวัสดีค่ะลุงดีแลน" เจด้ายกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม "อืม" ดีแลนพยักหน้าตอบรับ "แล้วสรุปว่ามีไรถึงมา" ถึงจะรู้อยู่แล้วก็ตามว่าเพื่อนตนพาลูกชายมาหาเขาถึงบ้านทำไม "กูจะมาคุยเรื่องหมั้นของลูกกูกับลูกมึง" ดีแลนเอ่ยขึ้นนิ่ง ๆ "ว่าไงนะ!/หมั้น!" ทั้งสองโพล่งออกไปพร้อมกันเสียงดัง ใครจะไม่ตกใจที่อยู่ ๆ ผู้ใหญ่ทั้งสองก็พูดเรื่องหมั้นขึ้นมาโดยที่เขาสองคนไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน "ใช่ แกสองคนต้องหมั้นหมายกัน" "ไม่มีทางเด็ดขาด" โอนิกซ์ค้านเสียงแข็ง เขาไม่ยอมมีพันธะแน่นอน ยังไงเขาก็ไม่ยอมหมั้นกับเจด้า "ปะป๊าไม่เอานะคะ" เจด้าเองก็ไม่เห็นด้วยหากให้ตนหมั้นกับผู้ชายตรงหน้า เธอถือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากความสมยอมของทั้งสองฝ่าย "แต่ป๊าเห็นด้วย" "ป๊า~" เธอเรียกคนเป็นพ่อเสียงอ่อน เจด้ามีสีหน้าไม่สู้ดี เธอกลัวว่าจะโดนจับหมั้นจริง ๆ "แต่ผมกับเธอไม่ได้รักกัน" "ลองอยู่ด้วยกันเดี๋ยวก็รักกันเองแหละ" ดีแลนไม่สนว่าทั้งสองจะรักกันไหม ในเมื่อลูกชายเขาได้ล่วงเกินอีกฝ่ายแล้ว เขาที่เป็นพ่อก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ลูกชายตัวเองทำกับลูกสาวเพื่อนสนิทเขาอย่างติณณภพ "แต่แด๊ดครับ... " "ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ฉันจะประกาศขายคอนโดนั้นแล้วให้แกพาหนูเจด้าย้ายไปอยู่ที่เพนท์เฮาส์ของฉันซะ" คำพูดเด็ดขาดของดีแลนทำให้ไม่มีใครแย้งอะไรได้ ติณณภพเองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนเอ่ยมา ในเมื่อทั้งสองยังรักสนุกไปวัน ๆ ไม่คิดจะจริงจังสักทีก็ต้องเจอแบบนี้แหละ "ปะป๊าช่วยพูดอะไรหน่อยสิคะ" เจด้าหันไปเขย่าแขนติณณภพเบา ๆ อย่างน้อยก็ค้านสักนิดก็ยังดี "พรุ่งนี้เตรียมตัวย้ายได้เลย ป๊าจะให้คนจัดกระเป๋าให้" ถึงจะหวงลูกสาวแค่ไหน แต่ถ้าเธอยังทำตัวเหลวไหลอยู่แบบนี้ ก็คงต้องดัดกันหน่อย ตามใจจนเสียนิสัยหมดแล้ว "ปะป๊า! " "ไปดื่มกันหน่อยไหม ไม่เจอกันนาน" ติณณภพหันไปเอ่ยชวนดีแลนเมื่อจัดการเรื่องลูก ๆ ของตนเสร็จ หลังจากที่ยุ่งกับงานจนไม่มีเวลามาสังสรรค์กันเหมือนสมัยเป็นวัยรุ่น "เอาสิ" เขาปล่อยให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันไป ไม่สนว่าทั้งคู่จะกระโดดกัดคอกันไหม


มือปืน Crazy in Love
"เป็นอะไร" เมื่อเห็นว่าอีกคนเอาแต่เงียบ ร่างสูงก็เริ่มใจไม่ดี คิดว่าเธอไม่พอใจที่เขาทำแบบนั้นไปหรือเปล่า "...." มือบางยกขึ้นกุมหน้าอกตัวเอง ใบหน้าเห่อร้อน แก้มสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่อ "น้ำ" ปากหนาเรียกคนตัวเล็ก "หน้าเค้าแดงไหม" "...." มือปืนชะงักไปเล็กน้อย คงเพราะน้ำหนึ่งยังอยู่ในอาการตกใจ ทำให้ไม่รู้ตัวว่าเผลอแทนตัวเองออกไปยังไง มือปืนที่ได้ยินก็นิ่งไปทันที ครั้งแรกที่เธอแทนตัวเองกับเขาแบบนี้ มันดันน่ารักและถูกใจเขาที่สุด "ตอบสิ" "คะ เค้าเหรอ" น้ำเสียงตะกุกตะกักจนไม่เป็นตัวเอง ทำให้พีร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลอกตามองบน สรุปแล้วคือเขามานั่งดูทั้งสองจีบกัน "อะไรของนาย" เธอยังไม่รู้ตัวว่าก่อนหน้านี้พูดอะไรไป "เอาแบบเมื่อกี้ น่ารักดี " คำพูดอ่อนหวานเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ทำให้น้ำหนึ่งชอบเวลาที่มือปืนพูดกับเธอ มันมีทั้งความอ่อนโยน อบอุ่นอยู่ในคนคนเดียว


ขุนเขาคลั่งรัก
"เราจะกินกันที่นี่ใช่ไหมคะ"ฉันถามอย่างไม่คิดอะไร สายตาก็พลางกวาดมองไปทั่วบริเวณร้านอาหารที่เฮียขุนเขาพามา ดูแล้วราคาน่าจะแรงเอาเรื่อง "เรากินกันที่นี่ได้เหรอ?"เอ้า! ก็ถ้ากินไม่ได้แล้วจะพามาทำไม "แล้วทำไมเราจะกินไม่ได้คะ"ฉันถามไปอย่างคนไม่รู้จริง ๆ "ไม่รู้สิ ปกติฉันไม่เคยกินกันที่นี่" "เดี๋ยวนะ!"ฉันว่ามันเริ่มจะแปลก ๆ แล้ว นี่อย่าบอกนะว่าเฮียแกตีความหมายประโยคคำพูดที่บอกว่ากินกันเป็นเรื่องอย่างว่า ให้ตายเถอะ! เขาจะโรคจิตเกินไปแล้วนะ "อะไร"ยังจะมาหน้ามาทำหน้าตาใสซื่อใส่อีก "เฮียมันลามก โรคจิตที่สุด" "ก็เธอเป็นคนพูดมันขึ้นมาเอง"ยังจะมาเถียงอีก ไอ้คนแก่นิสัยไม่ดี "แล้วทำไมต้องคิดไปไกลด้วยล่ะ " "อะไรของเธอ ฉันยังไม่ได้คิดอะไรเลย"เขานี่มันสุดยอดคนจริง ๆ "อย่ามาทำเป็นไม่รู้" "เป็นเด็กคิดลึกนะเรา" นี่เขาว่าฉันเป็นเด็กลามกอย่างนั้นเหรอ "ไม่คุยด้วยแล้ว!"สบัดหน้าแรงขนาดนี้คอจะเคล็ดไหมวะ ฉันรีบหนีพลางก้าวเดินให้เร็วที่สุดเพื่อเข้าไปยังด้านในร้านอาหาร แต่พอก้าวไปได้สามสี่ก้าวก็นึกได้ว่าตัวเองยังไม่เคยมาและไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหนฉันจึงหยุดเดิน ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่หันกลับไปมองที่อีกคนที่เดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงสับขาเสมือนว่าตัวเองกำลังเดินแบบอยู่ ฉันได้แต่กลอกตามองบนให้กับความคีพลุคนั้น


มังกรโคตรเลว
"ทำอะไร" "อ๊ะ!" ฉันสะดุ้งเสียงที่ดังอยู่ข้างหูตัวเอง "แต่งตัวจะไปไหน" นี่มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้เป็นประจำหนิ กลิ่นมันเหมือน...น้ำหอมผู้หญิง "ไปโรงพยาบาล" ฉันตอบโดยไม่ได้หันไปมอง "รอก่อน ขอไปเปลี่ยนชุดแป๊ปหนึ่ง" "นายไปพักเถอะ ฉันไปเองได้" "เป็นอะไร" "เปล่า" เขาคงลืมไปแล้วจริง ๆ ว่าเมื่อคืนบอกให้ฉันรอกินข้าวด้วย หึ น่าสมเพชตัวเองสิ้นดี ไม่แปลกที่เขาจะเคยสมเพชฉันมาก่อน "ขอตัวนะ" ฉันรีบเช็ดมือให้แห้งรีบพาตัวเองออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด